
อย่าแตะคลังหลวง
รัฐบาลนี้อยู่ดีไม่ว่าดี กำลังหาเรื่องใส่ตัว นั่นคือแนวคิดในการนำทุนสำรองระหว่างประเทศ มาตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ
โดย..ณ กาฬ เลาหะวิไลย
รัฐบาลนี้อยู่ดีไม่ว่าดี กำลังหาเรื่องใส่ตัว นั่นคือแนวคิดในการนำทุนสำรองระหว่างประเทศ มาตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ โดยบรรจุเอาไว้ในนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาด้วย
เหตุผลที่ยกขึ้นมาก็คือ ทุนสำรองมีมาก น่าจะเอาไปลงทุนให้ได้รับผลตอบแทนสูงๆ
ฟังดูก็เข้าที แต่ถ้าดูดีๆ เป็นการอยู่ดีไม่ว่าดีโดยแท้
เพราะทุนสำรองระหว่างประเทศ จะแยกเป็น 2 ส่วนสำคัญ ส่วนแรก คือ สินทรัพย์ในฝ่ายการธนาคาร มีธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าของ ส่วนที่ 2 เป็นสินทรัพย์ในฝ่ายออกบัตร เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่ของธนาคารชาติ ไม่ใช่ของรัฐบาลไหน แต่เป็นของส่วนรวม
สินทรัพย์ส่วนใหญ่ในทุนสำรองระหว่างประเทศ อยู่ในฝ่ายออกบัตร มีกฎหมายเฉพาะควบคุมดูแล นั่นคือ พ.ร.บ.เงินตรา พ.ศ. 2501
ภาษาที่ชาวบ้านรู้จักดีสำหรับสินทรัพย์ฝ่ายออกบัตร คือ คลังหลวง เพราะสืบสาวแล้ว เงินตั้งต้นในฝ่ายออกบัตรตกทอดมาจากพระคลังมหาสมบัติตั้งแต่สร้างกรุงรัตนโกสินทร์ จนถึงปัจจุบัน
หลายรัฐบาลพยายามแก้ไขกฎหมาย เอาเงินคลังหลวงไปใช้ แต่ต้องฉิบหายคาตา เมื่อคิดจะแตะเงินศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมือง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน แห่งวัดป่าบ้านตาด จัดทำโครงการช่วยชาติฯ ระดมศรัทธาคนทั้งประเทศ บริจาคทรัพย์ซื้อทองคำเข้าคลังหลวง เมื่อคราวชาติเกิดวิกฤต ใครจะเอาเงินไปใช้คงเจอดี เพราะเจ้าของทรัพย์คือประชาชนที่บริจาคทรัพย์เข้าคลังหลวง มีสิทธิคัดค้าน
โครงการช่วยชาติฯ ดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ถวายพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ร่วมกับประชาชนคนไทยทั้งชาติเข้าคลังหลวงเช่นกัน โดยทองคำ และเงินที่บริจาค ได้ไปเจือเป็นเนื้อเดียวกับทรัพย์สินดั้งเดิมแล้ว จนแยกไม่ออก
แต่ที่ผ่านมามีความพยายามจะเอาเงินคลังหลวงไปใช้ โดยอ้างว่าจะไม่แตะทรัพย์สินในโครงการช่วยชาติ และจัดทำบัญชีแยกไว้ต่างหาก ซึ่งเป็นคำอ้างที่โกหก เนื่องจากวัตถุประสงค์ของโครงการช่วยชาติก็คือ การนำทรัพย์สินของประชาชนทั้งชาติเข้าไปผสมในคลังหลวงเดิม เพื่อป้องกันไม่ให้เอาไปใช้จนป่นปี้
รัฐบาลจึงกำลังจะหาเรื่องโดยแท้ แม้จะมี สส. 265 เสียงก็เถอะ
หากแตะคลังหลวงเข้าเมื่อไร ก็มีสิทธิล้มทั้งยืน







