
ประเด็นร้อน23ส.ค.
ประเด็นร้อนวันที่ 23 ส.ค. เป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา ถือเป็นการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร
ประเด็นร้อนวันที่ 23 ส.ค. เป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา ถือเป็นการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร ท่ามกลางการตรวจสอบของฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก
และเป็นการพิสูจน์ถึงพันธสัญญาของพรรคเพื่อไทยที่ให้ไว้ในการหาเสียง จะแปรมาสู่การปฏิบัติด้วยวิธีการอย่างไร มีกำหนดเวลาที่แน่นอนอย่างไร
1.การแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภาจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 23-24 ส.ค.ตามขั้นตอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้แถลงนโยบายของรัฐบาลทั้งหมดมากกว่า 30 หน้า ต่อที่ประชุมรัฐสภา จากนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จะดำเนินการอภิปรายสอบถามถึงนโยบายของรัฐบาลในด้านต่างๆ
ทั้งนี้ ถือเป็นไฮไลต์ทางการเมืองที่สำคัญ เพราะเป็นครั้งแรกที่ นายอภิสิทธิ์ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะได้ดีเบตกันอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้นจะเป็นคิวของบรรดาอดีตรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะมาชำแหละในรายละเอียดในนโยบายแต่ละด้าน ก่อนที่จะเปิดโอกาสให้รองนายกฯ ที่เกี่ยวข้องตอบข้อสงสัยชี้แจงทันที อย่างไรก็ตามนอกเหนือไปจากเนื้อหาการอภิปรายแล้ว สถานการณ์ความตึงเครียดในห้องประชุมรัฐสภา เป็นอีกเรื่องที่ต้องจับตามองเช่นกัน โดยเฉพาะฝ่ายพรรคเพื่อไทยขีดเส้นว่า หากมีการพาดพิง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อไรก็จะตอบโต้ทันที
2.ของรัฐบาล แต่งานนี้เป็นความยังเกี่ยวข้องกับการแถลงนโยบายเคลื่อนไหวนอกสภา เนื่องจาก นพ.ตุลย์สิทธิสมวงศ์ ผู้ประสานงานกลุ่มเครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดินหรือกลุ่มคนเสื้อหลากสี นัดเปิดเวทีปราศรัยคัดค้านการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญและวิพากษ์วิจารณ์นโยบายรัฐบาลที่บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภา แม้ว่าจะไม่มีสัญญาณว่าการชุมนุมหน้ารัฐสภาจะสร้างความวุ่นวายเหมือนกับการแถลงนโยบายของรัฐบาลก่อนหน้านี้ จนต้องเปลี่ยนสถานที่แถลงนโยบาย แต่เพื่อความไม่ประมาท ทางพรรคเพื่อไทยได้นัดสส.ให้มาที่รัฐสภาตั้งแต่ 07.00 น. เพื่อเข้ามาดูสถานการณ์และเตรียมความพร้อมหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น
3.นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เตรียมยื่นเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เพื่อให้ดำเนินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ในข้อหาใส่ร้ายจากกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ และ นายวัชระเพชรทอง กล่าวหาว่า ให้ความช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นและมิให้ถูกจับกุม
4.วันนี้ ติดตามความเคลื่อนไหวของสหพันธ์อุตสาหกรรมการพิมพ์ที่จับมือพันธมิตร 12 องค์กร ออกแถลงการณ์คัดค้านการบังคับใช้กฎหมายตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้ากระดาษ ซึ่งเกิดจากบริษัทผู้ผลิตกระดาษรายใหญ่รายหนึ่งเข้าร้องเรียนกรมการค้าต่างประเทศ เรื่องการแข่งขันราคากระดาษจนกรมการค้าต่างประเทศ กำหนดอัตราเรียกเก็บเงินส่วนต่าง (เซอร์ชาร์จ) สินค้ากระดาษฯ จาก 5 ประเทศ ได้แก่ จีนเกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน และอินโดนีเซียโดยสหพันธ์ฯ เห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะก่อให้เกิดผลเสียหายต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมการพิมพ์ ก่อให้เกิดการผูกขาดโดยผู้ผลิตกระดาษในประเทศและผู้บริโภคต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น
5.คณะกรรมการ บริษัท กสทโทรคมนาคม จะประชุมเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อเปิดทางให้บอร์ดที่แต่งตั้งจากรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาทำงาน คาดว่าจะมีการพิจารณาเรื่องการให้บริการ 3จีของดีแทค หลังจากมีปัญหายืดเยื้อมานาน ต้องจับตาว่าบอร์ด กสท จะอนุมัติสั่งลาให้กับดีแทคหรือไม่
6.บริษัท ไทยออยล์ บริษัท ปตท.ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดเสวนาเรื่อง "น้ำมันล่วงหน้าทางเลือกใหม่ในการสร้างกำไร"โดยภายในงานจะรายงานการคาดการณ์แนวโน้มราคาน้ำมันตลาดโลกให้ผู้สนใจรับฟัง และ นายจรัมพร โชติกเสถียรกรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บรรยายเรื่อง "สินค้าโภคภัณฑ์ : วิถีใหม่ในการลงทุน" เนื่องจากปัจจุบันน้ำมันเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่นักลงทุนกำลังให้ความสนใจ เพราะในระยะยาวราคาน้ำมันมีแต่ทิศทางขาขึ้นถือเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีรูปแบบหนึ่ง







