
ประเด็นร้อน18ส.ค.
การออกวีซ่าให้อดีตนายกฯ ทักษิณ เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น จะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ และอาจขยายผลไปถึงขั้นยื่นถอดถอนรมต.ที่เกี่ยวข้องหรือไม่
วันนี้ต้องตามดูว่าการออกวีซ่าให้อดีตนายกฯ ทักษิณ เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น จะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ และอาจขยายผลไปถึงขั้นยื่นถอดถอนรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ โดยฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์จะมีการแถลงวันนี้
1.พรรคประชาธิปัตย์ โดยกรรมการบริหารพรรคได้มอบหมายให้นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สส.พัทลุงและนายวิรัตน์ กัลยาศิริ สส.สงขลา ในฐานะทีมกฎหมายพรรค ไปพิจารณาในรายละเอียดเพื่อดำเนินการเอาผิดผู้เกี่ยวข้องในการร้องขอวีซ่าให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามกฎหมายของบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มั่นใจว่าฝ่ายกฎหมายจะหารือกัน และจะแถลงข่าวได้ในวันนี้ โดยย้ำว่าคนในข่ายมีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ แน่นอน ส่วนตัวผู้นำรัฐบาลจะเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้น ต้องดูว่าแต่ละคนเกี่ยวพันกันอย่างไร อีกทั้งต้องดูหลักฐานหรือข้อเท็จจริงด้วย ส่วนจะถอดถอนรัฐมนตรีด้วยหรือไม่นั้น ฝ่ายกฎหมายจะเป็นผู้ชี้แจง
2.วันนี้คงต้องเกาะติดเป็นพิเศษเนื่องจากนายกิตติพจน์ วิริยะโรจน์สว.ศรีสะเกษ ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์บ้านเมืองวุฒิสภา ได้ทำหนังสือเชิญนายสุเทพเทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) มาชี้แจงต่อคณะกรรมการในเวลา 13.30 น. ถึงกรณีการสั่งการเจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยความมั่นคงปฏิบัติหน้าที่ ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดงช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. 2553 ดังนั้นต้องลุ้นกันว่านายสุเทพจะให้ข้อมูลด้วยตัวเองหรือไม่
3.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติขอเชิญร่วมสัมมนาทางวิชาการเรื่อง "ศาลอาญาระหว่างประเทศกับสังคมไทย : จากวิวาทะทางการเมืองสู่นโยบายแห่งรัฐ" เวลา 08.45-17.30 น.ณ ห้องลาเวนเดอร์ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ จุดสนใจในงานนี้ คือ นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย จะปาฐกถานำเรื่อง "ความยุติธรรมสากล : หนทางที่ยั่งยืนในการป้องกันความขัดแย้ง" ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่หลายฝ่ายอยากเห็นความปรองดองสมานฉันท์
4.นับเป็นงานแรกด้านความมั่นคงที่รัฐบาลใหม่จะแสดงฝีมือ คือ การคลี่คลายปมขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชากรณีปราสาทพระวิหาร ล่าสุดหน่วยงานด้านความมั่นคงและกระทรวงการต่างประเทศจัดเตรียมข้อมูลและนัดหารือระหว่างตัวแทนเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งในคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทยกัมพูชา (จีบีซี) และคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) ภายในสัปดาห์นี้ โดย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภารมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาผู้บัญชาการทหารบก จะเดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมกองทัพภาคที่ 2 ในจ.ศรีสะเกษ โดย พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 จะชี้แจงในรายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ ในวันศุกร์ที่ 19 ส.ค.นี้
5.ภาคอุตสาหกรรมประจำเดือน ก.ค.ต่อด้วยการแถลงดัชนีความเชื่อมั่น2554 และการแถลงยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ ซึ่งคาดว่าแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง ที่ห้องประชุม ส.อ.ท. ชั้น 4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
6.วันนี้มีหลายงานน่าจับตาที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยจะมีทั้งการแถลงข่าว การจัดงานประชุม14th Asean Federation of Plastic Industries (AFPI) & 21st Asia Plastic Forum (APF) ระหว่างวันที่ 28-30 ส.ค.นี้ ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุม โดยมีสมาชิก 7 ประเทศได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย พม่า มาเลเซียสิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม
7.ด้านสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดงานเสวนา "AEC and SMEs Challenges :Next Steps (Phase 2)" เพื่อสร้างความพร้อมของผู้ประกอบการไทย รองรับการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี โดยจะมีปาฐกถาเรื่อง1 ปีของเออีซีกับทิศทางประเทศไทย ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี







