posttoday
สัญญาณร้าย

สัญญาณร้าย

02 สิงหาคม 2554

โดย..ณ กาฬ เลาหะวิไลย

โดย..ณ กาฬ เลาหะวิไลย

หน้าหนาวอาจจะมาเยือนก่อนกำหนด แต่ไม่ใช่ความหนาวจากดินฟ้าอากาศ แต่เป็นความเย็นยะเยือกจากความไม่แน่ใจใน นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่

ด้านหนึ่ง การที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยได้รับคะแนนเสียงถึง 265 ที่นั่ง เกินครึ่งหนึ่งของจำนวน สส.ในสภาทั้งหมด ย่อมทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ ขับเคลื่อนประเทศอย่างมั่นคง

แต่อีกด้าน นโยบายต่างๆ ที่พรรคเพื่อไทยใช้หาเสียง กำลังเกิดผลกระทบอย่างกว้างขวาง

ที่กังวลมากสุด ก็คือการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวัน และการขึ้นเงินเดือนผู้จบปริญญาตรีเป็น 1.5 หมื่นบาท ที่จะทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการเพิ่มสูงขึ้น

หลายๆ คนแสดงความวิตกและยกตัวเลขต่างๆ ขึ้นมาอ้าง แต่ทั้งหมด เป็นการประเมินผลกระทบโดยการคาดการณ์เป็นส่วนใหญ่

หรือเรียกง่ายๆ ว่า เดาเอา ก็ไม่ผิดนัก

ทว่ามีตัวเลขอย่างเป็นทางการแสดงถึงผลกระทบนโยบาย 300 บาท ออกมาแล้ว

นั่นคือตัวเลขโรงงานที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการจากกรมโรงงาน ที่ในเดือน ก.ค. 2554 มีเพียง 4 ราย มูลค่าลงทุนแค่ 209 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าว ไม่เพียงลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 14 เท่าตัว แต่เป็นการลดลงต่ำสุดในประวัติศาสตร์

ปกติที่ตัวเลขการอนุญาตจะเฉลี่ยเดือนละ 1 หมื่นล้านบาท หรือแม้กระทั่งในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจโลกในเดือน เม.ย. 2552 ยังมีมูลค่าอนุญาตให้ประกอบกิจการกว่า 4,000 ล้านบาท

แต่ครั้งนี้ ท่ามกลางชัยชนะของพรรคเพื่อไทย ความมั่นคงของรัฐบาลใหม่ การให้ใบอนุญาตโรงงานกลับลดต่ำลง

สาเหตุสำคัญมาจากนักลงทุนกังวลกับนโยบายการปรับค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท เท่ากันทั่วประเทศ

ผลที่ตามมาจะทำให้ไทยเป็นฐานผลิตเพื่อส่งออกที่มีค่าจ้างตามกฎหมายสูงเป็นอันดับ 1 ของเอเชียทันที

ทั้งหมด คือสิ่งที่รัฐบาลใหม่จะต้องนำกลับไปพิจารณาทบทวน แก้ไข หาทางที่จะสร้างความมั่นใจ ความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา

ไม่เช่นนั้น หากไม่มีการลงทุนก็หมายถึงไม่มีการจ้างงาน ไม่มีการจ้างงานก็หมายถึงเศรษฐกิจตกต่ำ

แม้จะประกาศค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท แต่ไม่มีงานทำ มันก็ไม่ต่างจากได้ค่าจ้าง 0 บาท น้อยกว่าการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำที่สลึงเดียวเสียอีก

สุภาษิตว่าไว้ไม่มีผิด เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน