
SET แกว่งขึ้นจำกัด ฟันด์โฟลว์ยังไหลออก จับตา ครม. เคาะเยียวยาน้ำท่วมเพิ่ม
InnovestX คาด SET แกว่งขึ้นจำกัด นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยติดต่อกัน 10 วัน รวมกว่า 3.7 หมื่นล้านบาท จับตา ครม. เคาะมาตรการเยียวยาเพิ่มเติม กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ CPN และ KKP
KEY
POINTS
- ดัชนี SET มีแนวโน้มแกว่งตัวขึ้นในกรอบที่จำกัด โดยเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายในประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำท่วม
- กระแสเงินทุน (Fund Flow) ยังคงไหลออกจากตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิติดต่อกัน 10 วัน รวมมูลค่ากว่า 3.7 หมื่นล้านบาท
- นักลงทุนจับตาการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งคาดว่าจะมีการพิจารณามาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมเพิ่มเติม
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่ง sideways-up หนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับลง หลังอุปทานน้ำมันในตลาดโลกเริ่มฟื้นขึ้น คาดกดดันหุ้นพลังงานต้นน้ำใน ระยะสั้นแต่หนุนหุ้นโรงกลั่น-โรงไฟฟ้า นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มอิเล็กฯ น่าจะรับแรงหนุนตามการปรับขึ้นของหุ้น Tech โลก
อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นอาจมีความผันผวนจากปัจจัยในประเทศ ทั้งสถานการณ์น้ำท่วมที่เข้าสู่ช่วงเฝ้าระวัง รวมถึงนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยติดต่อกัน 10 วัน รวมกว่า 3.7 หมื่นล้านบาท ประเด็นวันนี้ ติดตามการประชุม ครม. คาดพิจารณามาตรการเยียวยาเพิ่มเติม ทางเทคนิคดัชนีรีบาวด์แต่ยังอ่อนแรง ทำให้การฟื้นตัวยังมีกรอบจำกัด
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET ยังแกว่งตัวผันผวน เนื่องจากขาดปัจจัยหนุนใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศลงทุนที่ถูกกดดันจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งท่าที Hawkish ของเฟด ซึ่งหนุนให้ Bond Yield ทรงตัวสูงในรอบหลายปี ทำให้ Fund Flow ยังมีทิศทางไหลออก ผสานกับราคาพลังงานที่ยังยืนสูงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ เป็นแรงเสี่ยงต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ
นอกจากนี้ ในประเทศยังมีประเด็น Overhang จากความกังวลสถานการณ์น้ำท่วม แม้เบื้องต้นประเมินว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะมีจำกัด แต่ยังต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันจากฝนตกหนักระลอกใหม่ในช่วงวันที่ 5-7 ต.ค. และ 11-13 ต.ค.นี้ ซึ่งอาจเพิ่ม Downside Risk ต่อเศรษฐกิจและสร้าง Sentiment เชิงลบต่อตลาด
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" โดยเน้น "Buy on Dip" ผ่าน 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ ดังนี้
1. Domestic Play ที่อิงการบริโภคในประเทศเป็นหลัก มีกระแสรายได้มั่นคงและมีความต้านทานต่อปัจจัยภายนอกสูง ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CPN CRC) กลุ่มการแพทย์ (BCH PR9) และกลุ่มสื่อสาร (TRUE)
2. Flood Defensive & Recovery Plays ที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่แรงซื้อกักตุนสินค้าจำเป็นยามฉุกเฉิน ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL BJC CRC) ต่อเนื่องไปจนถึงอุปสงค์การซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหลังน้ำลด ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (HMPRO GLOBAL) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (DCC) ขณะที่แนะนำให้หลีกเลี่ยงหรือชะลอการลงทุนสำหรับหุ้นกลุ่มประกันภัยที่อาจได้รับแรงกดดันจาก Loss ratio สูงขึ้น
3. Tourism & Mega-Event Play ที่คาดได้อานิสงส์จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยวในไตรมาส 4/2569 ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนตั้งแต่ Golden Week ของจีน (1-7 ต.ค.), อีเวนท์ระดับโลกอย่างการประชุม WorldBank-IMF (12-18 ต.ค.) ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว (ERW CENTEL AOT) และกลุ่มค้าปลีก (CPALL CPN CRC)
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ CPN ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากความคาดหวังต่อสภาพอากาศที่อาจไม่รุนแรงเท่าในสัปดาห์ก่อน คาดกำไรปกติไตรมาส 3/2569 จะเติบโต YoY และ QoQ สนับสนนจากจำนวนผู้ใช้บริการศูนย์การค้าและยอดขายของผู้เช่าที่เติบโตต่อเนื่อง และ Upside จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ Dusit Residence เป้าหมายระยะสั้นที่ 63.00 บาท
KKP ปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตที่ก้าวกระโดดผ่านรายได้ค่าธรรมเนียมผ่าน New S-curve จากบริษัทย่อย "Dime" และธุรกิจธนาคาร คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 จะเติบโต 23%YoY โดดเด่นที่สุดในกลุ่มธนาคารที่ 2.06 พันล้านบาท ตามสินเชื่อและ Non-NII และอัตราปันผลทั้งปีที่ 7.50 บาท/หุ้น หรือ 6.7% เป้าหมายระยะสั้นที่ 116.00 บาท







