
'อนุทิน' สั่ง ผู้ว่าฯ 76 จังหวัด เร่งช่วยกลุ่มเปราะบาง รับมือฝนใต้ 4–14 ต.ค.
'นายกฯ อนุทิน' ประชุม บกปภ.ช. ต่อเนื่องครบ 7 วัน สั่ง 76 จังหวัดเร่งช่วยกลุ่มเปราะบาง ฟื้นฟูพื้นที่ พร้อมเร่งโอนเงินเยียวยาถึงประชาชน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 เวลา 08.30 น. ณ ห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด ร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference System
นายอนุทิน กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้นับเป็นวันที่ 7 ที่มีการประชุมร่วมกันทุกเช้า ขณะที่สถานการณ์อุทกภัยและน้ำท่วมขังยังส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ อาทิ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา อ.บ้านสร้างและ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี อ.บางคล้าและ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา อ.องครักษ์ จ.นครนายก และ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี โดยบางพื้นที่เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด
นายกรัฐมนตรีกำชับทุกภาคส่วนไม่ประมาท ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง พร้อมเร่งลงพื้นที่สำรวจเพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงทุกครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุและผู้ป่วย ซึ่งหากมีความจำเป็นต้องอพยพให้ดำเนินการไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวอย่างเร่งด่วน และหากต้องการรักษาพยาบาลให้ประสานส่งต่อไปยังศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) ทันที
พร้อมย้ำว่า การบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ทั้งการแจ้งเตือนประชาชนและการประสานงานระหว่างหน่วยงาน เป็นหัวใจสำคัญในการกระจายความช่วยเหลือให้ครอบคลุมและตรงจุด
จับตาภาคใต้ ฝนหนัก 4–14 ต.ค. เร่งทบทวนแผนรับมือ
สำหรับการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ระยะต่อไป นายอนุทินกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับตาพื้นที่ภาคใต้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงที่มีการคาดการณ์ฝนตกหนักระหว่างวันที่ 4–14 ตุลาคม
มอบหมายให้กรมอุตุนิยมวิทยา ศปช. และหน่วยงานเครือข่าย ปรับปรุงและเผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์น้ำแก่ประชาชนอย่างสม่ำเสมอ หากมีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงหรือใกล้เข้าสู่ช่วงเวลาวิกฤต ให้เพิ่มความถี่และรูปแบบการแจ้งเตือนภัย เพื่อสร้างการรับรู้แก่ประชาชนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
พร้อมกำชับทุกจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้เร่งจัดทำและทบทวนแผนเผชิญเหตุ ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ให้สอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงในพื้นที่
น้ำลดเร่ง Big Cleaning เปิดทางประชาชนกลับบ้าน
ส่วนพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายและเข้าสู่ระยะฟื้นฟู นายอนุทินสั่งการให้ทุกจังหวัดเร่งดำเนินกิจกรรมฟื้นฟูสภาพแวดล้อม หรือ Big Cleaning บนถนนและทางสาธารณะ
ให้จัดเตรียมยานพาหนะและเครื่องจักรกลหนัก เช่น รถบรรทุกและรถตัก เพื่อจัดเก็บซากปรักหักพัง สิ่งปฏิกูล และขยะชิ้นใหญ่ที่กีดขวางการจราจร รวมถึงจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือประชาชนในการเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านเรือนตามที่ร้องขอ เพื่อให้ที่พักอาศัยมีความปลอดภัย ถูกสุขอนามัย และพร้อมสำหรับการกลับเข้าอยู่อาศัย
สั่ง ลดขั้นตอนเงินเยียวยา
สำหรับการจัดสรรเงินเยียวยาผู้ประสบภัย นายอนุทินระบุว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณและส่งมอบให้ ปภ. บรรจุไว้ในบัญชีธนาคารพร้อมเบิกจ่ายแล้ว
จึงกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอเร่งสำรวจและส่งบัญชีรายชื่อผู้ประสบภัยมายัง ศปช. โดยเร็ว โดยต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ ถูกต้อง และไม่ซ้ำซ้อน และไม่ต้องรอให้สถานการณ์ในภาพรวมยุติลงทั้งหมด
พร้อมมอบหมายให้ ปภ. ประสานงานกับธนาคารออมสิน เพื่อจัดเจ้าหน้าที่ดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีประชาชนอย่างต่อเนื่อง และให้กระบวนการตรวจสอบสิทธิ์ยุติที่ระดับ ปภ. และ ศปช. เป็นหลัก เพื่อลดความซ้ำซ้อนของขั้นตอนและทำให้เงินช่วยเหลือถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด
นายอนุทินย้ำถึงนโยบายและข้อสั่งการที่ผ่านมา ว่า “เร่งส่งเข้ามาแล้วเราก็จะเร่งโอนเข้าไป”
กำชับประกาศเขตภัยพิบัติ รองรับจ่ายสินไหม
ด้านประกันภัยพิบัติแห่งชาติ นายอนุทินกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่งว่า การเบิกจ่ายเงินสินไหมทดแทนจากระบบประกันภัยที่รัฐบาลจัดทำไว้ จำเป็นต้องมีการออกประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย หรือเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินรองรับ
โดยสามารถพิจารณาประกาศเฉพาะจุดหรือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจริง ไม่จำเป็นต้องประกาศครอบคลุมทั้งจังหวัด เพื่อให้สอดรับกับข้อกำหนดในกรมธรรม์
ยกระดับศูนย์พักพิง เตรียมพาประชาชนกลับบ้าน
นายอนุทินยังขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบูรณาการการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
โดยให้ยกระดับการบริหารจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราวให้ได้มาตรฐานสูงสุด ทั้งด้านสุขอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน พร้อมอาศัยการมีส่วนร่วมจากตัวแทนทุกกระทรวง ทหารทุกเหล่าทัพ ตำรวจ และสาธารณสุข เพื่อสะท้อนปัญหาในพื้นที่และบูรณาการแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน
เป้าหมายสำคัญคือการดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลัง และพาประชาชนกลับบ้านอย่างปลอดภัยเมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ
ทั้งนี้ การประชุมมีคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร ผู้นำเหล่าทัพ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง







