posttoday
Fitch Ratings ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของไทย หนุน SET แกว่งขึ้น

Fitch Ratings ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของไทย หนุน SET แกว่งขึ้น

21 กันยายน 2569

InnovestX คาด SET แกว่งตัวขึ้น รับ Sentiment เชิงบวก หลัง Fitch Ratings ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของไทยขึ้น หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ KCE และ SPRC

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นไทย (SET) ได้รับปัจจัยบวกจากการที่ Fitch Ratings ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย
  • การปรับเพิ่มมุมมองดังกล่าวช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติให้ดีขึ้น
  • อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของดัชนียังมีปัจจัยจำกัดจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และแรงกดดันจากปัจจัยมหภาค

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งตัวขึ้น โดยได้รับ Sentiment เชิงบวกจากการที่ Fitch Ratings ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของไทยขึ้น หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศน่าจะได้แรงหนุนจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เริ่มต้นการเจรจาการค้ากับจีน ก่อนการประชุม ปธน.ทรัมป์ - ปธน.สีในช่วงปลายสัปดาห์นี้ 

 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงมากขึ้น อาจเป็นปัจจัยจำกัดกรอบการขึ้นของดัชนี ทางเทคนิคดัชนีฟื้นตัวสลับ ผันผวน โดยยังไม่ผ่าน 1,600 จุด ทำให้ภาพรวมยังไม่เป็นบวกมากนัก

 

ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวนและมีความเสี่ยงทางลง (Downside Risk) หลังดัชนียังไม่สามารถยืนเหนือระดับแนวรับจิตวิทยาที่ 1,600 จุด ได้ อีกทั้งบรรยากาศการลงทุนยังถูกกดดัน จากปัจจัยมหภาค ได้แก่ นโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้น หลังเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์ก่อนและส่งสัญญาณ Hawkish ผ่าน Dot Plot ที่บ่งชี้ว่าอาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ หนุนให้ Bond Yield ทรงตัวสูง แรงกดดันด้านอุปทานและเงินเฟ้อ หลัง สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยืดเยื้อ หนุนให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ทรงตัวสูงเหนือ US$100/bbl

 

ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" โดยเน้น "Buy on Dip" ผ่าน 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ ดังนี้

 

1. Rate Hike & Weak Baht Play ที่ได้ประโยชน์เชิงโครงสร้างจากทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ทรงตัวในระดับสูง ซึ่งสร้างความได้เปรียบด้าน Reinvestment Yield โดยกระแสเงินสดและตราสารที่ครบกำหนดอายุสามารถนำไปลงทุนใหม่ในอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้อย่างกลุ่มธนาคาร (BBL KTB) และ กลุ่มประกันชีวิต (TLI) รวมถึงกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่าอย่างกลุ่ม ส่งออก (TU)

 

2. Domestic Play ที่อิงรายได้ในประเทศเป็นหลัก มีอำนาจต่อรองราคาสูง และได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทำให้มีความทนทานต่อปัจจัยเสี่ยงภายนอกได้ดี ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CRC) และกลุ่มการแพทย์ (BCH PR9)

 

3. High Dividend Play ซึ่งคาดให้ Div. Yield สม่ำเสมอสูงเกินปีละ 5% เพื่อสร้างกระแสเงินสดและเป็นหลุมหลบภัยท่ามกลางความผันผวนของตลาด ได้แก่ BBL KTB FTREIT LHSC

 

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ KCE ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากมูลค่าส่งออกเกาหลีใต้ช่วง 20 วันแรกของ ก.ย.2569 เติบโตต่อเนื่องที่ 78% และค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่า ผลประกอบการครึ่งหลังปี 2569 คาดจะเติบโตต่อเนื่อง สนับสนุนจากการปรับขึ้นราคาขายราว 10-12% และการขยายกำลังการผลิต HDI เพื่อรองรับอุปสงค์ที่อยู่ในระดับสูง เป้าหมายระยะสั้นที่ 67.50 บาท

 

SPRC ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่คงตึงเครียด โดยเฉพาะโรงกลั่นรัสเซีย 2 แห่ง ที่ถูกโจมตีโดยยูเครน กำลังผลิตรวมราว 4.5 แสนบาร์เรลต่อวัน ซ้ำเติมสถานะปริมาณสต็อกน้ำทันสำเร็จรูปโลกที่อยู่ในระดับต่ำมาก คาดจะสนับสนุนค่า การกลั่นให้อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง เป้าหมายระยะสั้นที่ 14.70 บาท

ข่าวล่าสุด

GGC ลดพาร์เหลือ 8 บาท เสริมฐานะการเงิน ปูทางความพร้อมจ่ายปันผลในอนาคต

GGC ลดพาร์เหลือ 8 บาท เสริมฐานะการเงิน ปูทางความพร้อมจ่ายปันผลในอนาคต