
Fitch Ratings ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของไทย หนุน SET แกว่งขึ้น
InnovestX คาด SET แกว่งตัวขึ้น รับ Sentiment เชิงบวก หลัง Fitch Ratings ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของไทยขึ้น หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ KCE และ SPRC
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทย (SET) ได้รับปัจจัยบวกจากการที่ Fitch Ratings ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย
- การปรับเพิ่มมุมมองดังกล่าวช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติให้ดีขึ้น
- อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของดัชนียังมีปัจจัยจำกัดจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และแรงกดดันจากปัจจัยมหภาค
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งตัวขึ้น โดยได้รับ Sentiment เชิงบวกจากการที่ Fitch Ratings ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของไทยขึ้น หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศน่าจะได้แรงหนุนจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เริ่มต้นการเจรจาการค้ากับจีน ก่อนการประชุม ปธน.ทรัมป์ - ปธน.สีในช่วงปลายสัปดาห์นี้
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงมากขึ้น อาจเป็นปัจจัยจำกัดกรอบการขึ้นของดัชนี ทางเทคนิคดัชนีฟื้นตัวสลับ ผันผวน โดยยังไม่ผ่าน 1,600 จุด ทำให้ภาพรวมยังไม่เป็นบวกมากนัก
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวนและมีความเสี่ยงทางลง (Downside Risk) หลังดัชนียังไม่สามารถยืนเหนือระดับแนวรับจิตวิทยาที่ 1,600 จุด ได้ อีกทั้งบรรยากาศการลงทุนยังถูกกดดัน จากปัจจัยมหภาค ได้แก่ นโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้น หลังเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์ก่อนและส่งสัญญาณ Hawkish ผ่าน Dot Plot ที่บ่งชี้ว่าอาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ หนุนให้ Bond Yield ทรงตัวสูง แรงกดดันด้านอุปทานและเงินเฟ้อ หลัง สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยืดเยื้อ หนุนให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ทรงตัวสูงเหนือ US$100/bbl
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" โดยเน้น "Buy on Dip" ผ่าน 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ ดังนี้
1. Rate Hike & Weak Baht Play ที่ได้ประโยชน์เชิงโครงสร้างจากทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ทรงตัวในระดับสูง ซึ่งสร้างความได้เปรียบด้าน Reinvestment Yield โดยกระแสเงินสดและตราสารที่ครบกำหนดอายุสามารถนำไปลงทุนใหม่ในอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้อย่างกลุ่มธนาคาร (BBL KTB) และ กลุ่มประกันชีวิต (TLI) รวมถึงกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่าอย่างกลุ่ม ส่งออก (TU)
2. Domestic Play ที่อิงรายได้ในประเทศเป็นหลัก มีอำนาจต่อรองราคาสูง และได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทำให้มีความทนทานต่อปัจจัยเสี่ยงภายนอกได้ดี ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CRC) และกลุ่มการแพทย์ (BCH PR9)
3. High Dividend Play ซึ่งคาดให้ Div. Yield สม่ำเสมอสูงเกินปีละ 5% เพื่อสร้างกระแสเงินสดและเป็นหลุมหลบภัยท่ามกลางความผันผวนของตลาด ได้แก่ BBL KTB FTREIT LHSC
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ KCE ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากมูลค่าส่งออกเกาหลีใต้ช่วง 20 วันแรกของ ก.ย.2569 เติบโตต่อเนื่องที่ 78% และค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่า ผลประกอบการครึ่งหลังปี 2569 คาดจะเติบโตต่อเนื่อง สนับสนุนจากการปรับขึ้นราคาขายราว 10-12% และการขยายกำลังการผลิต HDI เพื่อรองรับอุปสงค์ที่อยู่ในระดับสูง เป้าหมายระยะสั้นที่ 67.50 บาท
SPRC ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่คงตึงเครียด โดยเฉพาะโรงกลั่นรัสเซีย 2 แห่ง ที่ถูกโจมตีโดยยูเครน กำลังผลิตรวมราว 4.5 แสนบาร์เรลต่อวัน ซ้ำเติมสถานะปริมาณสต็อกน้ำทันสำเร็จรูปโลกที่อยู่ในระดับต่ำมาก คาดจะสนับสนุนค่า การกลั่นให้อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง เป้าหมายระยะสั้นที่ 14.70 บาท







