
GGC ลดพาร์เหลือ 8 บาท เสริมฐานะการเงิน ปูทางความพร้อมจ่ายปันผลในอนาคต
“โกลบอลกรีนเคมิคอล (GGC)” เดินหน้าปรับโครงสร้างทุนแล้วเสร็จ หลังลดทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วจาก 9,724.83 ล้านบาท เหลือ 8,189.33 ล้านบาท ด้วยการลดมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) จากหุ้นละ 9.50 บาท เหลือ 8 บาท ดร.กฤษฎา ประเสริฐสุโข ชี้ไม่กระทบส่วนของผู้ถือหุ้น พร้อมวางฐานะการเงินรองรับการเติบโตและโอกาสจ่ายเงินปันผลในอนาคต
KEY
POINTS
- “โกลบอลกรีนเคมิคอล (GGC)” เดินหน้าปรับโครงสร้างทุนแล้วเสร็จ หลังลดทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วจาก 9,724.83 ล้านบาท
- เหลือ 8,189.33 ล้านบาท ด้วยการลดมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) จากหุ้นละ 9.50 บาท เหลือ 8 บาท
- ดร.กฤษฎา ประเสริฐสุโข ชี้ไม่กระทบส่วนของผู้ถือหุ้น พร้อมวางฐานะการเงินรองรับการเติบโตและโอกาสจ่ายเงินปันผลในอนาคต
ดร.กฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินการปรับลดทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วตามมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 จาก 9,724,833,650 บาท เหลือ 8,189,333,600 บาท โดยปรับลดมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นจากหุ้นละ 9.50 บาท เหลือ 8 บาท
การปรับโครงสร้างทุนดังกล่าวเป็นการปรับปรุงรายการทางบัญชี เพื่อให้โครงสร้างทุนสะท้อนสถานะทางการเงินของบริษัทในปัจจุบันและรองรับการบริหารโครงสร้างทางการเงินในระยะยาว โดยไม่มีการคืนเงินทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นและไม่ส่งผลกระทบต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Total Equity) ขณะที่จำนวนหุ้นสามัญยังคงเดิมที่ 1,023,666,700 หุ้น
สำหรับขั้นตอนการดำเนินการ บริษัทได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยประกาศแจ้งมติการปรับโครงสร้างทุนผ่านหนังสือพิมพ์ระหว่างวันที่ 7-9 กรกฎาคม 2569 รวมทั้งจัดส่งหนังสือแจ้งมติการลดทุนให้แก่เจ้าหนี้ของบริษัทตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ระยะเวลาที่เจ้าหนี้มีสิทธิยื่นคำคัดค้านสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 และไม่ปรากฏว่ามีเจ้าหนี้รายใดยื่นคำคัดค้านต่อการดำเนินการดังกล่าว
ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 GGC ได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว รวมถึงแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 4 (ทุน) ต่อนายทะเบียนบริษัทมหาชนจำกัด กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นการเสร็จสิ้นกระบวนการปรับโครงสร้างทุนอย่างเป็นทางการ
การปรับโครงสร้างทุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารโครงสร้างทางการเงินของ GGC เพื่อให้โครงสร้างทุนมีความเหมาะสมและสะท้อนสถานะทางการเงินของบริษัทได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงมีความสอดคล้องกับหลักเกณฑ์การพิจารณาของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในภาพรวม
บริษัทคาดว่าการปรับโครงสร้างดังกล่าวจะช่วยให้อัตราส่วนระหว่างทุนชำระแล้วกับส่วนของผู้ถือหุ้นมีความสอดคล้องมากขึ้นในระยะต่อไปและเป็นการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างทุนเพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจในระยะยาว
จับตา “ฐานะการเงิน-กระแสเงินสด-ปันผล”
นัยสำคัญของการปรับโครงสร้างทุนครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มหรือลดจำนวนหุ้น เพราะจำนวนหุ้นยังคงเดิม แต่เป็นการปรับมูลค่าทางบัญชีของทุนชำระแล้วให้เหมาะสมกับโครงสร้างทางการเงินของบริษัท
ดร.กฤษฎา กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของงบดุล (Balance Sheet) และสนับสนุนศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ ขณะเดียวกันยังเป็นการเตรียมโครงสร้างทุนเพื่อสร้างโอกาสในการจ่ายเงินปันผลในอนาคต เมื่อบริษัทมีผลประกอบการและกระแสเงินสดที่เหมาะสม และเป็นไปตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้น ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้จึงอยู่ที่ความสามารถในการสร้างผลประกอบการและกระแสเงินสดของ GGC ว่าจะสามารถเปลี่ยนโครงสร้างทุนที่ปรับใหม่ให้กลายเป็นฐานสำหรับการเติบโตและการสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นได้มากน้อยเพียงใด
บริษัทระบุว่า เป้าหมายสำคัญคือการสร้างประโยชน์อย่างยั่งยืนให้แก่บริษัท ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ภายใต้การบริหารโครงสร้างทางการเงินอย่างรอบคอบ.







