
CPF ชี้ศาลอุทธรณ์รับฟ้องแบบกลุ่มคดีปลาหมอคางดำ พร้อมพิสูจน์ในชั้นศาล
CPF ชี้ศาลอุทธรณ์ ยืนตามศาลชั้นต้น รับฟ้องแบบกลุ่มคดีปลาหมอคางดำ แต่ยังไม่ได้วินิจฉัยในเนื้อหาของคดีว่ามีความรับผิดในข้อกล่าวหาหรือมีหน้าที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายหรือไม่ พร้อมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีในชั้นศาล
KEY
POINTS
- ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามศาลชั้นต้น อนุญาตให้ดำเนินคดีกรณีปลาหมอคางดำที่กลุ่มผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำฟ้อง CPF เป็นคดีแบบกลุ่ม (Class Action)
- CPF ชี้แจงว่าคำสั่งศาลเป็นเพียงขั้นตอนการวินิจฉัยรูปแบบคดีเท่านั้น ยังไม่ได้ตัดสินเนื้อหาว่าบริษัทต้องรับผิดหรือชดใช้ค่าเสียหายหรือไม่
- บริษัทยืนยันเคารพคำสั่งศาลและพร้อมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีเพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในชั้นศาลต่อไป
วันนี้ (14 ก.ย.2569) ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง ศาลแพ่งนัดฟังคำสั่งชั้นอุทธรณ์คดีที่นายปัญญา โตกทอง ตัวแทนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำพร้อมตัวแทนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 10 คน เป็นโจทก์ ฟ้อง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF และกรรมการบริษัทที่เกี่ยวข้องอีกรวม 9 ราย เป็นจำเลย
โดยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นอนุญาตให้ดำเนินคดีปลาหมอคางดำเป็นแบบกลุ่ม โดยศาลเห็นว่ากลุ่มชาวบ้านมีคุณสมบัติโดยชอบ ส่วนคำอุทธรณ์คัดค้านของจำเลยทั้ง 9 ฟังไม่ขึ้น
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2568 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีคำสั่งรับฟ้องคดีนี้เป็นคดีแบบกลุ่ม โดยให้เหตุผลว่ามีการบรรยายคำฟ้องที่ขัดเจนและมีผู้เสียหายจำนวนมาก รวมถึงทนายความที่รับผิดชอบในคดีนี้มีประสบการณ์ในการทำคดีที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและลงพื้นที่ไปตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขี้นมาแล้ว
ด้าน CPF แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ย.2569 บริษัทได้รับทราบคำสั่งของศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับคดีแพ่งระหว่างนายปัญญา โตกทอง กับพวกรวม 10 คน กับบริษัท ซึ่งเกี่ยวกับกรณีปลาหมอคางดำ
ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้คดีดังกล่าวสามารถดำเนินกระบวนพิจารณาในรูปแบบคดีแบบกลุ่ม (Class Action) ตามหลักเกณฑ์และขอบเขตที่ศาลกำหนด
บริษัทชี้แจงว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นเพียงขั้นตอนการวินิจฉัยเกี่ยวกับรูปแบบการดำเนินคดีเท่านั้น โดยศาลยังมิได้วินิจฉัยในเนื้อหาของคดีว่าบริษัทมีความรับผิดในข้อกล่าวหาหรือมีหน้าที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายตามที่โจทก์เรียกร้องหรือไม่ อย่างไร โดยจะต้องมีการเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลชั้นต้นต่อไป
บริษัทเคารพคำสั่งของศาลและกระบวนการยุติธรรม พร้อมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี โดยบริษัทจะนำเสนอข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อศาลเพื่อประกอบการพิจารณาคดีในประเด็นแห่งข้อพิพาทต่อไป
สำหรับจำนวนค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้อง บริษัทขอเรียนว่า จำนวนดังกล่าวเป็นจำนวนเงินตามข้อเรียกร้องของโจทก์ ซึ่งต้องมีการพิสูจน์ตามขั้นตอนกฎหมาย
ทั้งนี้ ผลกระทบทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ขอบเขตของกลุ่ม ผลการพิจารณาในประเด็นแห่งคดี และคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลที่เกี่ยวข้อง
เนื่องจากข้อพิพาทดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล บริษัทจึงไม่อาจคาดการณ์ผลคดีหรือให้ความเห็นที่ อาจกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม และหากมีความคืบหน้าของคดีอย่างใด บริษัทจะแจ้งมาเพื่อทราบต่อไป







