
เอกนิติ มอบปลัดคลัง ออกแบบระบบหลังบ้านเชื่อมทุกหน่วยงาน เร่งแก้ภัย Cyber-สกัดทุนเทา
เดินหน้า Connect the Dots เชื่อมข้อมูลการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นระบบเดียว ช่วยติดตามเส้นเงิน สกัดธุรกรรมเสี่ยงและลดความเสียหายรวดเร็ว
KEY
POINTS
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ สั่งการให้ปลัดกระทรวงการคลังออกแบบระบบเชื่อมโยงข้อมูลหลังบ้านของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
- มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามเส้นทางการเงิน สกัดกั้นทุนสีเทา และอายัดบัญชีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางไซเบอร์ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
- เป็นการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานสำคัญ เช่น ตำรวจ ธนาคาร ก.ล.ต. ปปง. และสมาคมค้าทองคำ เพื่อสร้างฐานข้อมูลร่วมสำหรับวิเคราะห์และตรวจจับธุรกรรมที่มีความเสี่ยง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบเส้นทางการเงินและการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Connect the Dots) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัยว่า ที่ประชุมเห็นชอบการเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ ธนาคาร ก.ล.ต. ปปง. และสมาคมธนาคารไทย ให้ทำงานบนมาตรฐานเดียวกัน เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ลดความเสี่ยง และช่วยให้การติดตามและอายัดบัญชีทำได้รวดเร็วขึ้นเมื่อเกิดเหตุ
การเชื่อมโยงข้อมูลจะช่วยให้สามารถติดตามเส้นทางการเงินและนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดได้เร็วขึ้น รวมถึงสามารถนำข้อมูลไปใช้เพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อของประชาชน โดยต้องอยู่ภายใต้การคุ้มครองข้อมูลและมาตรฐานความปลอดภัย
ทั้งนี้ ที่ประชุมมอบหมายให้นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นผู้บูรณาการความร่วมมือและออกแบบระบบเชื่อมโยงข้อมูลของทุกภาคส่วนให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน เพื่อให้มีฐานข้อมูลร่วมสำหรับวิเคราะห์เส้นทางการเงินและตรวจจับธุรกรรมที่มีความเสี่ยง
“มอบหมายปลัดออกแบบระบบภายใน 30 วันให้เกิดขึ้น สามารถให้มีฐานข้อมูลเดียวกัน วิเคราะห์เส้นทางการเงิน ช่วยประชาชนได้ประโยชน์ สามารถสกัดธุรกรรมความเสียหายได้อย่างรวดเร็ว” นายเอกนิติกล่าว
นายเอกนิติ กล่าวว่า หัวใจสำคัญคือการสกัดธุรกรรมที่มีความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง และเมื่อเกิดความเสียหายต้องสามารถหยุดและติดตามเส้นทางการเงินได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกันข้อมูลที่เชื่อมโยงกันยังสามารถนำไปใช้สนับสนุนการเข้าถึงสินเชื่อของประชาชนได้ โดยทุกขั้นตอนต้องอยู่ภายใต้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและมาตรฐานความปลอดภัย
สำหรับแนวทางการดำเนินงาน ที่ประชุมเห็นชอบ 4 เรื่อง ได้แก่
1. ยกระดับการยืนยันตัวตน กำหนดมาตรฐาน KYC และ EDD ให้เป็นมาตรฐานสากลตามแนวทาง FATF และยกระดับมาตรฐานให้เทียบเท่าศูนย์กลางทางการเงิน เช่น สิงคโปร์และอังกฤษ เพื่อให้ธนาคาร ตลาดทุน และสินทรัพย์ดิจิทัลมีมาตรฐานการตรวจสอบที่เชื่อมโยงกัน
2. เชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน ระหว่างกระทรวงการคลัง ธปท. ปปง. ก.ล.ต. สมาคมธนาคารไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีแนวทางพัฒนาระบบ Consent สำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูล และจัดทำข้อมูลธุรกรรมแบบไม่ระบุตัวตน เพื่อให้นักวิเคราะห์และ Data Scientist สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมและธุรกรรมที่มีความเสี่ยงได้ โดยไม่กระทบข้อมูลส่วนบุคคล
3. เชื่อมระบบรับแจ้งเหตุ กระทรวงดีอีและสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะร่วมกันออกแบบระบบบริหารการแจ้งเหตุระดับชาติ โดยประชาชนยังแจ้งผ่านช่องทางเดิมได้ แต่ระบบหลังบ้านจะเชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกัน เพื่อลดการแจ้งซ้ำและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับช่วงดำเนินการได้เร็วขึ้น
สำหรับธุรกรรมทองคำ ได้มอบหมายให้นายลวรณประสานกับสมาคมค้าทองคำ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและปิดช่องทางที่เงินเทาอาจไหลผ่าน โดยปลัดกระทรวงการคลังได้หารือกับสมาคมแล้ว และหากจำเป็นสามารถใช้กลไกตามกฎหมายเพื่อให้มีการส่งข้อมูล
“วันนี้ปลัดกระทรวงการคลังได้คุยกับสมาคมค้าทองคำแล้ว ต้องการให้ทุกประตูที่มีการผ่านของเงินเทาถูกปิด และหากจำเป็นก็สามารถใช้กลไกตามกฎหมายเพื่อให้มีการส่งข้อมูล” นายเอกนิติกล่าว
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า การเชื่อมระบบหลังบ้านจะทำให้ข้อมูลจากช่องทางต่าง ๆ ส่งต่อถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร็วขึ้น โดยประชาชนไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนช่องทางการแจ้งเหตุ
“ประชาชนแจ้งเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเข้าทางไหน แต่หลังบ้านต้องเชื่อมกันเป็นระบบเดียวกัน มี Case ID เดียวกัน เพื่อลดการแจ้งซ้ำและทำให้หน่วยงานทำงานต่อกันได้เร็วขึ้น” นายไชยชนกกล่าว
4. เร่งระบบติดตามและอายัดเส้นเงิน เพื่อให้สามารถติดตามเส้นทางเงินและประสานการอายัดได้รวดเร็วขึ้น ลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่า ปัจจุบันการติดตามและอายัดเส้นเงินมีการประสานงานระหว่างสถาบันการเงิน ปปง. และกระทรวงดีอีอยู่แล้ว แต่การขอและส่งข้อมูลบางส่วนยังต้องดำเนินการแบบ Manual จึงต้องพัฒนาระบบให้เชื่อมโยงกันมากขึ้น
“เราต้องการให้การขอและส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการติดตาม อายัด และวิเคราะห์พฤติกรรม ทำได้รวดเร็วขึ้น โดยใช้ระบบที่เชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกัน” นายเทพสุกล่าว







