
หุ้นเกาหลีใต้ จุดเปลี่ยนสู่ขุมพลัง AI Hardware โลก ปลดล็อก Korea Discount ผ่าน DR “KOREA01”
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้กำลังกลับมาอยู่ในสายตานักลงทุนโลกอีกครั้ง จากแรงหนุนของวัฏจักร AI Semiconductor ที่ดันความต้องการหน่วยความจำ DRAM และ HBM พร้อมการปฏิรูปธรรมาภิบาลครั้งใหญ่เพื่อปลดล็อก “Korea Discount” ขณะที่นักลงทุนไทยเข้าถึงโอกาสนี้ได้ผ่าน DR “KOREA01” ซึ่งอ้างอิงการลงทุนในดัชนี KOSPI 200
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นเกาหลีใต้กำลังกลับมาอยู่ในสายตานักลงทุนโลกอีกครั้ง จากแรงหนุนของวัฏจักร AI Semiconductor
- ที่ดันความต้องการหน่วยความจำ DRAM และ HBM พร้อมการปฏิรูปธรรมาภิบาลครั้งใหญ่เพื่อปลดล็อก “Korea Discount”
- ขณะที่นักลงทุนไทยเข้าถึงโอกาสนี้ได้ผ่าน DR “KOREA01” ซึ่งอ้างอิงการลงทุนในดัชนี KOSPI 200
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้กำลังก้าวเข้าสู่สปอตไลต์ของนักลงทุนทั่วโลกอีกครั้ง จากการเป็นฟันเฟืองที่ขาดไม่ได้ในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีระดับโลก โดยเฉพาะคลื่นลูกใหม่อย่าง AI Semiconductor Supercycle ควบคู่ไปกับการปฏิรูปโครงสร้างตลาดทุนเพื่อปลดล็อกมูลค่าหุ้นที่เคยเผชิญภาวะ Korea Discount มายาวนาน
เศรษฐกิจเกาหลีใต้เติบโตแกร่ง ด้วยเครื่องยนต์ชิปและ AI โดยตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดของเกาหลีใต้สะท้อนการขยายตัวที่แข็งแกร่งกว่าคาด โดย GDP ไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตถึง 3.7%YoY มีแรงส่งสำคัญมาจากภาคการส่งออกที่พุ่งทะยาน นำโดยการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ที่คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 39.2% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด แซงหน้าอุตสาหกรรมรถยนต์และปิโตรเคมีอย่างขาดลอย
การเติบโตที่โดดเด่นนี้มาจากโครงสร้างอุปสงค์ Memory ที่เปลี่ยนไป ทำให้ตลาด DRAM และ HBM (High Bandwidth Memory) ไม่ได้เป็นเพียงสินค้าโภคภัณฑ์ตามวัฏจักรไอทีเดิมๆ อีกต่อไป แต่กลายเป็นทรัพยากรเชิงกลยุทธ์ของบรรดา Hyperscalers และผู้ผลิตชิป AI ชั้นนำ โดยอุปทาน DRAM มีแนวโน้มที่จะยังคงตึงตัวต่อเนื่อง และอาจขาดแคลนถึง 24% ภายในปี 2573
ข้อมูลจากทีม Global Investing หลักทรัพย์ บัวหลวง ระบุว่าในด้านตลาดทุน เกาหลีใต้มีเป้าหมายที่จะปลดล็อก Korea Discount ผ่านการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง
โดยสิ่งที่เคยเป็นอุปสรรคต่อตลาดหุ้นเกาหลีในอดีต คือ ธรรมาภิบาลและการจัดสรรกำไรที่ไม่เป็นมิตรต่อผู้ถือหุ้นรายย่อย รัฐบาลเกาหลีใต้จึงได้ดำเนินมาตรการแก้ไขอย่างจริงจังผ่านการแก้ไขกฎหมายพาณิชย์ถึง 3 ระลอก
โดยขยายหน้าที่ของกรรมการบริษัท บังคับให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น บังคับตัดหุ้นซื้อคืน ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำไรต่อหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างแท้จริง ซึ่งการส่งเสริมจากภาครัฐผนวกกับกระแสเงินสดล้นหลามจากชิป AI ส่งผลให้ยอดประกาศซื้อหุ้นคืนและการจ่ายเงินปันผลเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้อัตราผลตอบแทนรวมของผู้ถือหุ้นปรับตัวสูงขึ้นแซงหน้าผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล
ดัชนี KOSPI 200 คือดัชนีหลักที่สะท้อนภาพเศรษฐกิจ และตลาดทุนเกาหลีใต้อย่างชัดเจน โดยมีน้ำหนักกลุ่มเทคโนโลยีสูงถึง 60–66% นำโดย 2 ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำของโลก อย่าง Samsung Electronics ที่ราว 35% และ SK Hynix ที่ราว 26% รวมกันคิดเป็นน้ำหนักมากกว่า 60% ของดัชนี
นอกเหนือจากชิป ดัชนียังครอบคลุมกลุ่มยานยนต์และแบตเตอรี่ อย่าง Hyundai Motor, LG Energy Solution อุตสาหกรรมหนักและการป้องกันประเทศ อย่าง Hanwha Aerospace, HD Korea Shipbuilding ตลอดจนกลุ่มสถาบันการเงินชั้นนำ เช่น KB Financial, Shinhan
แม้ประมาณการกำไรล่วงหน้า 12 เดือน ของ KOSPI 200 จะพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ตามกำไรของกลุ่ม Semiconductor แต่ค่า Forward P/E ของดัชนีกลับปรับตัวลงมาอยู่ในระดับต่ำเพียงประมาณ 5 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีอย่างมีนัยสำคัญ หลังผ่านการปรับฐานและการลดความร้อนแรงของ Leverage ในช่วงกลางปี
ทั้งนี้ในปัจจุบันนักลงทุนไทยสามารถคว้าโอกาสจากการเติบโตของเศรษฐกิจเกาหลีใต้และเมกะเทรนด์ AI Hardware โลก ได้ผ่าน DR KOREA01 ที่อ้างอิง ETF ที่ลงทุนล้อไปกับดัชนี KOSPI 200 เชื่อว่าจะเป็นทางเลือกที่ช่วยเติมเต็มนวัตกรรมเอเชียเข้าสู่พอร์ตโฟลิโอได้อย่างลงตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หลังตลาดหุ้นเกาหลีใต้กำลังเปลี่ยนผ่านจากตลาดหุ้นวัฏจักรแบบเดิม สู่การเป็นศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐาน AI โลกที่มีความสามารถในการทำกำไรและคืนผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
Source: BLS Global Investing, KRX, CSOP as of 05/06/2569







