
น้ำมันดีดตัวแรง-บอนด์ยีลด์ขยับขึ้น ฉุด SET แกว่งลง จับตา CPI สหรัฐฯ คืนนี้
InnovestX คาด SET แกว่งลง ท่ามกลางราคาน้ำมันดีดตัวแรง-บอนด์ยีลด์ขยับขึ้นจับตาการรายงาน ดัชนี CPI ส.ค. ของสหรัฐฯ คืนนี้ กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ BCH และ TLI
KEY
POINTS
- InnovestX คาด SET แกว่งตัวลง จากแรงกดดันของราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ขยับขึ้น
- ปัจจัยดังกล่าวสร้างความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
- นักลงทุนจับตาการรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในคืนนี้ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงิน
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งลง ตลาดอยู่ในภาวะ Risk-off ต่อเนื่องท่ามกลางราคาน้ำมันที่ดีดตัวแรงจากความกังวลอุปทานตึงตัว และ Bond Yield ขยับขึ้นจากความเป็นไปได้ที่ Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยใน สัปดาห์หน้า
อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าหุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว ทั้งหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ-โรงกลั่น-ปิโตรฯ และหุ้นกลุ่มธนาคาร-ประกันฯ น่าจะช่วยประคองตลาด ส่วนคืนนี้จับตาการรายงาน ดัชนี CPI ส.ค. ของสหรัฐฯ ทางเทคนิค ดัชนีย่อตัว หากหลุด 1,600 จุด เริ่มเป็นสัญญาณที่ไม่ดี
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวน หลังมีแรงกดดันจากราคาพลังงานและ Bond Yield ที่ปรับขึ้น กระตุ้นให้ตลาดกังวลเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ รวมถึงการขึ้น XD ของหุ้นขนาดใหญ่หลายแห่งในไทย
อย่างไรก็ดี มีปัจจัยสำคัญติดตามซึ่งจะมีผลต่อบรรยากาศลงทุน อาทิ เงินเฟ้อสหรัฐฯ (11 ก.ย.) ซึ่งจะ เป็นสัญญาณชี้นำทิศทางดอกเบี้ยก่อนประชุม FOMC (15-16 ก.ย.), การพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 วาระ 2-3 (7-9 ก.ย.) ที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุน และการเปิดฟังความคิดเห็นร่าง PDP2026 (8 ก.ย.) ซึ่งจะส่งผลดีต่อกลุ่มพลังงานสะอาด
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ผ่าน 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. Policy and Domestic Play ซึ่งได้ประโยชน์จากการเร่งผลักดันนโยบายเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้แก่ กลุ่มพลังงานสะอาดและนิคม (GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHAUP AMATA WHA) ที่จะได้อานิสงส์จากความคืบหน้าของร่างแผน PDP2026 และนโยบายหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป, กลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง (STECON CK SCC SCCC) ที่จะได้อานิสงส์จากการเร่งเบิกจ่าย ก่อนปิดปีงบประมาณและความคาดหวังผ่านร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 2570, กลุ่มค้าปลีกและท่องเที่ยว (CPALL CRC CPN ERW CENTEL AOT) ที่จะได้อานิสงส์จากมาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส
2. Global Macro & Bond Yield Play ซึ่งได้ประโยชน์จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาตึงเครียด ผลักดันให้ราคาพลังงานและค่าระวางเรือสูงขึ้น ส่งผลดีต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP BCP TOP) และเดินเรือ (PSL TTA) อีกทั้งความกังวลด้านเงินเฟ้อที่หนุนให้ Bond Yield ทรงตัวในระดับสูง ยังส่งผลบวกต่อผลตอบแทนจากการลงทุนของกลุ่มธนาคาร (KTB BBL KBANK) และกลุ่มประกันชีวิต (BLA TLI)
3. Laggard Play ซึ่งราคาหุ้นยังปรับขึ้นช้ากว่า SET สวนทางโมเมนตัมกำไรครึ่งหลังปี 2569 ที่คาดจะเติบโตได้ดีทั้ง YoY และ HoH ทำให้คาดจะเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่จะหมุนเข้ามาเก็งกำไร ได้แก่ AP PR9 SAWAD HMPRO BDMS TU BCH MTC TIDLOR
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ BCH มองเป็นหุ้นที่คาดจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกจำกัด เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของรายได้ในครึ่งหลังปี 2569 และเร่งตัวจากไตรมาส 2/2569 รวมถึงคาดจะเห็นกำไรฟื้นตัวชัดเจนในปี 2570 ตามการฟื้นตัวของจำนวนผู้ป่วย โดยในไตรมาส 4/2569 คาดจะมี Upside จากการปรับขึ้นอัตราค่าบริการประกันสังคม เป้าหมายระยะสั้นที่ 11.30 บาท
TLI ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ ซึ่งช่วยสนับสนุนรายได้จากการลงทุน คาดกำไรปี 2569 จะเติบโต 11.8% ผ่านกำไรจากการลงทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น Valuation มีความน่าสนใจด้วย PER 2026F ที่ 9.8 เท่า และมีอัตราจ่ายเงินปันผลที่โดดเด่นที่ 6.1% เป้าหมายระยะสั้นที่ 12.00 บาท







