
Merge จากแบรนด์เสื้อผ้าที่ขายบนไอจี ผ่านมา 6 ปี รายได้แตะ 644 ล้าน
แนวคิดสร้างแบรนด์ Merge จากแบรนด์เสื้อผ้าที่ขายบนไอจี ผ่านมา 6 ปี รายได้แตะ 644 ล้านบาท กับจุดขายวางรากฐานความหลากหลาย “ขายยีนส์” และ “เสื้อผ้า 10 ไซซ์”
ลองสังเกตดูว่า เวลาเลือกซื้อเสื้อผ้า ไซซ์ที่มีให้เลือกส่วนใหญ่มักวนอยู่ไม่กี่ไซซ์ ตั้งแต่ XS, S, M, L ไปจนถึง XL ซึ่งเป็นมาตรฐานที่หลายแบรนด์ใช้กันมานาน แต่สำหรับสาวพลัสไซซ์ ตัวเลือกกลับมีไม่มากนัก และบางครั้งเสื้อผ้าที่อยากใส่ก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรูปร่างของพวกเธอโดยเฉพาะ ช่องว่างตรงนี้จึงกลายเป็นโอกาสที่ Merge (เมิร์จ) เลือกหยิบ “ความหลากหลาย” มาเป็นโจทย์สำคัญของแบรนด์ เพื่อทำให้เสื้อผ้าเข้าถึงลูกค้าที่มีรูปร่างแตกต่างกันมากขึ้น
Merge (เมิร์จ) เป็นแบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทย ภายใต้การบริหารของ “จี้-พรปวีณ์ ด่านมิ่งเย็นวงศ์” และ “กลด-อธิศ ทิพย์ชัยเชษฐา” เริ่มต้นธุรกิจจากการขายเสื้อผ้าบน Instagram เมื่อราว 6 ปีก่อน จากแบรนด์เล็กๆ บนโลกออนไลน์ ค่อยๆ เติบโตแบบเงียบ ๆ จนวันนี้มียอดขายแตะระดับ 600 ล้านบาท และมีหน้าร้านมากกว่า 20 สาขา
ซึ่งถือว่าเป็นแบรนด์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสมรภูมิตลาดแฟชั่นที่แข่งขันดุเดือดทั้งแบรนด์ไทยด้วยกันเอง แบรนด์ในออนไลน์ และการแบรนด์ต่างประเทศ
วางรากฐานความหลากหลาย
กลด-อธิศ ทิพย์ชัยเชษฐา เล่าว่า แบรนด์ Merge เริ่มต้นก้าวเข้าสู่ธุรกิจแฟชั่นเมื่อ 6 ปีก่อน โดยวางรากฐานที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรกในเรื่องการสนับสนุนความหลากหลาย ในยุคนั้น Merge เริ่มต้นจากการเป็นแบรนด์ออนไลน์บนอินสตาแกรม ที่สร้างความแตกต่างด้วยการผลิตกางเกงยีนส์มากถึง 10 ไซส์ ตั้งแต่ XS ไปจนถึง 6XL ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังไม่มีใครทำในขณะนั้น
การตอกย้ำเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องได้กลายมาเป็นคุณค่าหลัก (Core Value) และ DNA ของแบรนด์ จนเกิดการรับรู้ในวงกว้างว่า Merge คือผู้เชี่ยวชาญด้านยีนส์ และเป็นภาพแทนของ Real Size Beauty แม้ในปัจจุบันผู้บริโภคบางส่วนจะเริ่มรู้จักแบรนด์จากกลุ่มสินค้ากระเป๋ามากขึ้น แต่ยีนส์ก็ยังคงเป็นสินค้าที่เป็นหัวใจหลักที่แท้จริงของ Merge
นอกจากเรื่องขนาดรูปร่างแล้ว Merge ยังสร้างภาพจำผ่านสื่อในฐานะแบรนด์ที่ยืนหยัดเพื่อความหลากหลายทางเพศสภาพอย่างจริงจัง
กลด-อธิศ เล่าว่า ในทุกๆ ปีช่วงเดือนมิถุนายน (Pride Month) แฟนคลับของแบรนด์จะรู้กันดีว่า Merge จะมีแคมเปญครีเอทีฟที่สนุกสนานและแปลกใหม่ออกมาให้ติดตามเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่แบรนด์ยึดถือและทำมาตั้งแต่ปีแรกๆ ภาพแคมเปญและการนำเสนอของ Merge จึงสะท้อนการเปิดรับทั้งผู้หญิงและความหลากหลายทางเพศผ่านนางแบบที่หลากหลาย
ต้องเข้าใจ Persona ลูกค้า
นอกจากนี้ ในด้านปรัชญาการออกแบบ กลด-อธิศ ยังเล่าว่า การทำแบรนด์แฟชั่นต้องเริ่มจากการเข้าใจ Customer Personaของลูกค้าให้ชัดเจน โดยให้ความสำคัญกับการทำงานของทีมดีไซเนอร์และทีมครีเอทีฟ เนื่องจากแฟชั่นเป็นเรื่องของเทรนด์ที่มีวัฏจักรการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เช่น บางปีเน้นลูกไม้ หรือบางช่วงมีไอเทมเฉพาะ แบรนด์จึงต้องปรับตัวตามกระแสเพื่อไม่ให้ดูล้าสมัย แต่ยังคงรักษา Core Value ของแบรนด์เอาไว้
สำหรับ Merge คุณค่าดังกล่าวคือการตอบโจทย์ผู้หญิงที่อยากแต่งตัวในสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร ด้วยการใส่องค์ประกอบงานดีไซน์เข้าไปจนเกิดเป็นความสไตล์ Beyond Basic ซึ่งความพิถีพิถันในการสร้างแบรนด์นี้สะท้อนให้เห็นตั้งแต่การพัฒนาโลโก้ของแบรนด์ ที่ต้องผ่านการปรับแก้มากกว่า 1,000 แบบ ก่อนจะลงตัวเป็นโลโก้ Merge ในปัจจุบัน วิถีการบริหารของ Merge ผสมผสานศิลปะการทำความเข้าใจมนุษย์เข้ากับโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแรง
พนักงานกว่าร้อยชีวิต
จากจุดเริ่มต้นที่ขายเสื้อผ้าผ่าน Instagram วันนี้ Merge ขยายทีมจนมีพนักงานราว 100 คน และค่อยๆ ขยับสัดส่วนรายได้จากหน้าร้านออฟไลน์ให้เข้ามาใกล้กับช่องทางออนไลน์มากขึ้น การมีหน้าร้านกว่า 20 สาขาจึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มช่องทางขาย แต่ยังเป็นพื้นที่ที่แบรนด์ใช้เล่าตัวตนและสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าได้เห็นภาพชัดขึ้น
หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือแฟลกชิปสโตร์ที่ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ซึ่งนำองค์ประกอบที่คุ้นตาในความเป็นไทยมาตีความใหม่ ตั้งแต่ตอม่อเสาไฟ แผนที่ประเทศไทย ไปจนถึงขาหุ่นโชว์ที่มีทั้งขาเทียมของผู้พิการและขากินรี ก่อนนำทั้งหมดมาจัดวางเข้ากับดีไซน์ร้านในรูปแบบร่วมสมัย กลายเป็นพื้นที่ที่สะท้อนแนวคิดเรื่อง “ความหลากหลาย” ของ Merge ตั้งแต่สินค้าไปจนถึงพื้นที่ขาย
จากการสร้างแบรนด์ให้เติบโตในประเทศไทย เป้าหมายต่อไปของ “จี้” และ “กลด” คือการพา Merge ไปสู่การเป็นแบรนด์แฟชั่นระดับเอเชีย แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังเป้าหมายทางธุรกิจไม่ได้มีแค่เรื่องยอดขายหรือจำนวนสาขาทั้งคู่ให้ความสำคัญกับการสร้างทีมและคุณภาพชีวิตของคนในองค์กร โดยมองความสำเร็จอีกด้านผ่านวันที่พนักงานสามารถมีบ้านและมีชีวิตที่ดีขึ้นจากรายได้ที่ตัวเองสร้างขึ้น
เส้นทางของ Merge จึงน่าสนใจตั้งแต่การมองเห็นช่องว่างเล็กๆ ในตลาดเรื่อง “ไซซ์” ก่อนขยายแนวคิดเรื่องความหลากหลายไปสู่ดีไซน์ หน้าร้าน และการบริหารคน จนกลายเป็นหนึ่งในแกนสำคัญที่พาแบรนด์จากร้านค้าออนไลน์เล็กๆ มาสู่ธุรกิจแฟชั่นที่มีรายได้หลักร้อยล้านบาท
สำหรับผลประกอบการของแบรนด์ Merge ภายใต้บริษัท เซ้นส์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด มีรายละเอียดดังนี้
- ปี 2564 รายได้ 6.4 ล้านบาท กำไรสุทธิ 385,332 บาท
- ปี 2565 รายได้ 51 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1.2 ล้านบาท
- ปี 2566 รายได้ 86 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2.1 ล้านบาท
- ปี 2567 รายได้ 223 ล้านบาท กำไรสุทธิ 9.1 ล้านบาท
- ปี 2568 รายได้ 644 ล้านบาท กำไรสุทธิ 59 ล้านบาท
ซึ่งจากผลประกอบการจะเห็นว่าแบรนด์ Merge ในปี 2568 นั้นยอดขายเติบโตแบบก้าวกระโดดจาก 223 ล้านบาทในปี 2567 เป็น 644 ล้านบาทในปี 2568 นับเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เป็นตัวอย่างการเติบโตจากร้านเล็ก ๆ บนโลกออนไลน์ สู่การมีหน้าร้าน และมีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศ







