
SET แกว่งขึ้นแต่ชะลอความแรงลง จับตาเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างแผน PDP2026
InnovestX คาด SET แกว่งขึ้นแต่ชะลอความแรงลง จับตาการเปิดฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP2026) กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ ERW และ TOP
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทย (SET) มีแนวโน้มแกว่งตัวขึ้นแต่ชะลอความแรงลง โดยได้รับแรงกดดันจากราคาพลังงานและ Bond Yield ที่ปรับตัวสูงขึ้น
- ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาคือการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP2026) ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาด
- ราคาน้ำมันดิบที่ขยับขึ้นจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนหุ้นในกลุ่มพลังงานต้นน้ำ
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งขึ้นแต่ชะลอความแรงลง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นหลังมีข่าวอิหร่านขู่โครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานทั่วอ่าวเปอร์เซีย หากสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน รวมทั้งกลุ่มฮูตีโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน Saudi Aramco ระลอกใหม่ ทำให้หุ้นพลังงานต้นน้ำน่าจะได้อานิสงส์
วันนี้ติดตามการเปิดฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP2026) และการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบฯ วันที่ 2 ทางเทคนิค ดัชนีปรับขึ้นผ่าน 1600 จุด เป็นสัญญาณที่ดีช่วงสั้นอาจมีการย่อพักตัวสลับบ้าง
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวน หลังมีแรงกดดันจากราคาพลังงานและ Bond Yield ที่ปรับขึ้น กระตุ้นให้ตลาดกังวลเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ รวมถึงการขึ้น XD ของหุ้นขนาดใหญ่หลายแห่งในไทย
อย่างไรก็ดี มีปัจจัยสำคัญติดตามซึ่งจะมีผลต่อบรรยากาศลงทุน อาทิ เงินเฟ้อสหรัฐฯ (11 ก.ย.) ซึ่งจะ เป็นสัญญาณชี้นำทิศทางดอกเบี้ยก่อนประชุม FOMC (15-16 ก.ย.), การพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 วาระ 2-3 (7-9 ก.ย.) ที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุน และการเปิดฟังความคิดเห็นร่าง PDP2026 (8 ก.ย.) ซึ่งจะส่งผลดีต่อกลุ่มพลังงานสะอาด
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. Policy and Domestic Play ซึ่งได้ประโยชน์จากการเร่งผลักดันนโยบายเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้แก่ กลุ่มพลังงานสะอาดและนิคม (GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHAUP AMATA WHA) ที่จะได้อานิสงส์จากความคืบหน้าของร่างแผน PDP2026 และนโยบายหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป, กลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง (STECON CK SCC SCCC) ที่จะได้อานิสงส์จากการเร่งเบิกจ่าย ก่อนปิดปีงบประมาณและความคาดหวังผ่านร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 2570, กลุ่มค้าปลีกและท่องเที่ยว (CPALL CRC CPN ERW CENTEL AOT) ที่จะได้อานิสงส์จากมาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส
2. Global Macro & Bond Yield Play ซึ่งได้ประโยชน์จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาตึงเครียด ผลักดันให้ราคาพลังงานและค่าระวางเรือสูงขึ้น ส่งผลดีต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP BCP TOP) และเดินเรือ (PSL TTA) อีกทั้งความกังวลด้านเงินเฟ้อที่หนุนให้ Bond Yield ทรงตัวในระดับสูง ยังส่งผลบวกต่อผลตอบแทนจากการลงทุนของกลุ่มธนาคาร (KTB BBL KBANK) และกลุ่มประกันชีวิต (BLA TLI)
3. Laggard Play ซึ่งราคาหุ้นยังปรับขึ้นช้ากว่า SET สวนทางโมเมนตัมกำไรครึ่งหลังปี 2569 ที่คาดจะเติบโตได้ดีทั้ง YoY และ HoH ทำให้คาดจะเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่จะหมุนเข้ามาเก็งกำไร ได้แก่ AP PR9 SAWAD HMPRO BDMS TU BCH MTC TIDLOR
4. High Dividend Play เพื่อสร้างกระแสเงินสดเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นดักการจ่ายเงิน ปันผลระหว่างกาล ซึ่งคาดให้ Div. Interim Yield >2% ได้แก่ HMPRO, KKP, HTC, TOP, PTT
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ ERW ปัจจัยสนับสนุนจากไทยเที่ยวไทยพลัสที่มีความคืบหน้าและคาดจะนำเสนอ ครม. ในสัปดาห์หน้า RevPAR ใน ก.ค.2569 เติบโต 8%YoY และคาดจะมีโมเมนตัมต่อเนื่องถึงไตรมาส 4/2569 ตามฤดูกาลและการจัดงานอีเวนต์ระดับโลกในไทย ด้าน Valuation มีความน่าสนใจที่ PE 2026 ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 19 เท่า เป้าหมายระยะสั้นที่ 3.90 บาท
TOP Sentiment บวกระยะสั้นจากกระแสข่าวบริษัทน้ำมัน Adnoc ใน UAE กำลังเจรจาซื้อหุ้นโรงกลั่นในเครือ PTT แนวโน้มค่าการกลั่นคาดจะทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องตามภาวะอุปทานน้ำมันสำเร็จรูปที่ชะงัก โรงกลั่นในหลายภูมิภาคยังคงเสียหาย โดยส่วนต่างราคาดีเซลที่ทำระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน เป้าหมายระยะสั้นที่ 65.50 บาท







