
รู้จัก WIN บริษัทติดตามทวงหนี้ หลัง KTC ทุ่ม 295 ล้าน เข้าซื้อกิจการ
ทำความรู้จัก WIN บริษัทติดตามทวงหนี้ หลัง KTC ควัก 295 ล้านบาท ซื้อหุ้น 100% หนุนแผนกลยุทธ์การบริหารต้นทุนการดำเนินงาน และสร้างรายได้ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ดึงเป็นบริษัทย่อยในกลุ่มธุรกิจการเงิน KTB
KEY
POINTS
- KTC ควัก 295 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้นทั้งหมด 100% ของ วินเพอร์ฟอร์มานซ์ (WIN) มีเป้าหมายเพื่อบริหารต้นทุนการดำเนินงาน และสร้างรายได้ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์
- WIN เป็นผู้ให้บริการติดตามทวงถามหนี้และดำเนินงานด้านกฎหมายอย่างครบวงจรแก่สถาบันการเงินและธุรกิจต่างๆ
- นักวิเคราะห์มองดีลนี้เพิ่ม Synergy สูง เนื่องจาก WIN เป็นผู้ให้บริการหลักแก่ KTC มาก่อนแล้ว คาดเพิ่มกำไรให้ KTC เบื้องต้นราว ๆ 1%
บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2569 ได้ดำเนินการซื้อหุ้นสามัญของ บริษัท วินเพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (WIN) จำนวน 10 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 100% มูลค่าหุ้นละ 29.50 บาท รวมมูลค่า 295 ล้านบาท โดย KTC ชำระค่าซื้อหุ้น WIN ด้วยเงินสด
สำหรับวัตถุประสงค์ในการซื้อหุ้น เพื่อสนับสนุนแผนกลยุทธ์ในการบริหารต้นทุนการดำเนินงาน และสร้างรายได้ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ของ KTC และบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารในอนาคต
โดยภายหลังจากการซื้อหุ้นแล้วเสร็จ WIN จะเป็นบริษัทย่อยของ KTC และเป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ซึ่งได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
ภายหลังจากการทำรายการ คณะกรรมการของ WIN จะประกอบด้วยกรรมการทั้งหมด 4 ท่าน ดังนี้
1. คุณพีระพงศ์ พิตรพิบูลพาทิศ
2. คุณพรเลิศ เบญจกุล
3. คุณอาศิมน แหวนดวงเด่น
4. คุณไรวินทร์ วรวงษ์สถิตย์
WIN บริการทวงถามหนี้และงานด้านกฎหมายครบวงจร
WIN ประกอบธุรกิจติดตามทวงถามหนี้ รวมถึงดำเนินงานด้านกฎหมาย และบริการสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง ก่อตั้งขึ้นในปี 2558 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท จากนั้นเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2564 เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 100 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 10 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ 10 บาท
WIN ให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในประเภทธุรกิจการให้บริการด้านติดตามทวงถาม และเร่งรัดหนี้สินภายใต้ขอบเขตแห่งพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 (พ.ร.บ.การทวงถามหนี้)
นอกจากนี้ WIN ยังเป็นตัวแทนการให้บริการตามกระบวนการทางด้านกฎหมายอย่างครบวงจร ได้แก่ การเร่งรัดหนี้ก่อนดำเนินคดี การดำเนินคดีตามกฎหมาย การเจรจาไกล่เกลี่ย การสืบหาทรัพย์สิน การบังคับคดีตามกฎหมาย และอื่น ๆ
อีกทั้ง WIN มีแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่ง เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับผู้รับบริการของเราภายใต้หลักการ ดังนี้
- การให้บริการอย่างมีคุณภาพ
- กระบวนการทำงานที่ราบรื่น
- การรักษาความลับ
- การรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ
ที่สำคัญกว่านั้น WIN ยึดมั่นในมาตรฐานจริยธรรมสูงสุด และการประพฤติปฏิบัติที่เข้มงวดเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับที่ครอบคลุมในการดำเนินธุรกิจของบริษัท
WIN ให้บริการดังกล่าวกับบริษัทต่าง ๆ ในภาคอุตสาหกรรมการให้สินเชื่อ ทั้งสถาบันการเงิน และที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทางธุรกิจ ประกอบด้วย
- ธุรกิจยานยนต์
- สถาบันการเงิน/ ไม่ใช่สถาบันการเงิน และบัตรเครดิต
- ธุรกิจการให้จำนอง
- ธุรกิจการค้าปลีก
- การสื่อสาร และโทรคมนาคม
- ธุรกิจทางด้านสาธารณูปโภค
- ธุรกิจการเช่าซื้อ
KTC ซื้อ WIN มี Synergy สูง หนุนกำไรโต
บล.กสิกรไทย มีมุมมองเป็นบวกเล็กน้อยจากธุรกรรมดังกล่าว แม้ดีลนี้จะมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่มองมี Synergy สูง เนื่องจาก WIN ดำเนินธุรกิจติดตามหนี้ งานกฎหมาย และบริการสนับสนุน ให้กับ KTC เป็นหลักมายาวนานแล้ว และมีโอกาสที่จะสร้าง Synergy เพิ่มเติมจากการที่ KTC ระบุว่ามีเป้าหมายการสร้างรายได้เพิ่มเติมจากความร่วมมือกับบริษัทอื่น ๆ ภายใน KTB financial group
ราคาเข้าซื้อดูน่าสนใจ ในปี 2568 งบการเงินของ WIN มีกำไรสุทธิ 98 ล้านบาท ซึ่งมีกำไรค่อนข้างสม่ำเสมอในกรอบ 92-98 ล้านบาท ใน 3 ปีที่ผ่านมา จะคิดเป็น Implied PER ที่ 3.0 เท่า และคาดจะเพิ่มกำไรให้ KTC เบื้องต้นราว ๆ 1%
โดยแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 46.5 บาท ชอบ KTC จากคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง แนวโน้มการเติบโตของกำไรที่มีเสถียรภาพ และคาดการณ์เงินปันผลตอบแทนที่น่าสนใจ 5.4-5.5% ในปี 2569-2570
สำหรับปัจจัยที่อาจหนุนให้มูลค่าหุ้นได้รับการประเมินใหม่ (re-rating) ได้แก่ แนวโน้ม Credit cost ที่ลดลงต่อเนื่อง การขยาย Market share เพิ่มเติมในตลาดบัตรเครดิต และการทำ Capital management







