posttoday
บอนด์ยิลด์สหรัฐฯ ร่วง! ดอลลาร์อ่อน-เงินบาทแข็ง เปิดทางฟันด์โฟลว์ ลุ้น SET แตะ 1,620 จุด

บอนด์ยิลด์สหรัฐฯ ร่วง! ดอลลาร์อ่อน-เงินบาทแข็ง เปิดทางฟันด์โฟลว์ ลุ้น SET แตะ 1,620 จุด

20 สิงหาคม 2569

บล.ทรีนีตี้มองตลาดโลกคลายกังวล หลังสหรัฐฯ เพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว 10-30 ปีเป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ต่อครั้ง กด Bond Yield ลง ดอลลาร์อ่อน และ Risk sentiment ฟื้น หนุนสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก SET มีโอกาสบวกในกรอบ 1,600-1,620 จุด ชู HANA-KCE-DELTA รับแรงส่ง AI

KEY

POINTS

  • บล.ทรีนีตี้มองตลาดโลกคลายกังวล หลังสหรัฐฯ เพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว 10-30 ปีเป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ต่อครั้ง
  • กด Bond Yield ลง ดอลลาร์อ่อน และ Risk sentiment ฟื้น หนุนสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
  • SET มีโอกาสบวกในกรอบ 1,600-1,620 จุด  ชู HANA-KCE-DELTA รับแรงส่ง AI 

บทวิเคราะห์ บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า ความกังวลที่ผ่านมาในช่วงต้นสัปดาห์เกี่ยวกับการพุ่งขึ้นของ Bond yield ระยะยาวของสหรัฐฯ ถูกดับลงชั่วคราว หลังเมื่อคืนนี้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มขนาดมาตรการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวแบบ Surprise

 

ทั้งนี้จะมีการเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10-30 ปีเป็น 2 เท่า โดยมีมูลค่าอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ฯ ต่อการดำเนินการหนึ่งครั้ง จากเดิมที่วางแผนไว้ที่ 2 พันล้านดอลลาร์ฯ ต่อครั้ง โครงการดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน ไปจนถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน

 

ปัจจัยดังกล่าวทำให้ Bond yield สหรัฐฯ รุ่นอายุกลางขึ้นไปมีการปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ โดยเห็นเด่นชัดมากที่สุดในช่วงอายุ 10 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นรุ่นอายุที่เป็นเป้าหมายของการซื้อคืนครั้งนี้โดยตรง นอกจากนั้น ยังทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวอ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน และทำให้ Risk sentiment ในตลาดโลกปรับตัวดีขึ้น สะท้อนผ่านการปรับลงของ Risk indicators ทั้งหลาย เช่น VIX, MOVE และ Credit spread ในกลุ่มตราสาร High yield

 

ปัจจัยดังกล่าวส่งผลบวกทางอ้อมต่อมายังการปรับขึ้นของราคาสินทรัพย์ต่างๆ ทั้ง พันธบัตร ทองคำ หุ้น และสกุลเงินต่างๆ ของประเทศเกิดใหม่ ล่าสุดเงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็วมาอยู่ที่บริเวณ 32.8 บาท/ดอลลาร์ฯ ในช่วงเช้าวันนี้ มองเป็น Sentiment ที่ดีต่อทิศทางกระแส Fund flow ในระยะสั้น

 

เมื่อวานนี้มีสัญญาณที่ดีเกิดขึ้นในตลาดพันธบัตร แม้ว่าจะมีแรงขายสุทธิเกิดขึ้นในตลาดหุ้นก็ตาม แต่มองว่าเป็นเพียงเพราะการทำ Placement ของหุ้น TTB เป็นสำคัญ

 

ในเชิงผลกระทบต่อตลาดหุ้นนั้น ประเมินผลกระทบเชิงบวกจะเกิดขึ้นกับกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ที่มีความกังวลใจเกี่ยวกับการออกพันธบัตรก่อนหน้านี้โดยตรง สะท้อนผ่านการปรับตัวขึ้นของดัชนี Nasdaq futures เช้าวันนี้ ส่งผลบวกต่อเนื่องมายังตลาดหุ้นเอเชียเหนือที่เมื่อวานนี้ปรับลงแรงจากความกังวลเดียวกัน

SET ลุ้น 1,620 จุด

 

ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้มีโอกาสปรับตัวเป็นบวกได้เช่นกัน นำโดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก แต่ด้วยค่าเงินบาทที่มีการปรับแข็งค่าอย่างรวดเร็ว อาจทำให้แรงซื้อในหุ้นกลุ่มนี้อาจมาได้ไม่เต็มที่นักจนทำให้การปรับขึ้นของดัชนี SET ในวันนี้จะไม่ได้รุนแรงเท่ากับตลาดหุ้นเอเชียเหนือแต่อย่างใด แนวรับ 1,600 จุด แนวต้าน 1,620 จุด

 

ในเชิงกลยุทธ์ยังคงแนะนำให้ใช้จังหวะการย่อตัวของดัชนี SET ในการทยอยเพิ่มน้ำหนักการลงทุน (Buy on weakness) มองกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจได้แก่ กลุ่ม High beta ที่ยังคงปรับตัว Laggard ตลาดในไตรมาสนี้ เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (HANA, KCE, DELTA) ที่ยังคงมีแรงหนุนจากกระแสดีมานด์ AI

 

และ กลุ่มก่อสร้างและนิคมฯ (CK, STECON, PYLON, SEAFCO, AMATA, WHA) ที่มีแรงหนุนจากภาคการลงทุนในประเทศและ FDI

 

CBG-GPSC-SAWAD เด่น


CBG กำไรไตรมาส 2/69 โตแรงที่ 736 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) มองแนวรับ 56.00 บาท แนวต้าน 59.00 บาท 


GPSC โดย AEPL ในอินเดียเป็น Growth Engine สำคัญในระยะยาว มองแนวรับ 49.00 บาท แนวต้าน 51.00 บาท 


SAWAD สัญญาณบวก Bond Yield โลกย่อลงหลัง U.S. Treasury ประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตร มองแนวรับ 23.40 บาท แนวต้าน 24.20 บาท.

 

ข่าวล่าสุด

ถอดปรากฏการณ์ "วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล" ดันหุ้น Moderna พุ่ง 177% จุดเปลี่ยนการรักษา?

ถอดปรากฏการณ์ "วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล" ดันหุ้น Moderna พุ่ง 177% จุดเปลี่ยนการรักษา?