
SET ไซด์เวย์ 1,600–1,618 จุด จับตา GDP ไทย-น้ำมันพุ่งกดดันเงินเฟ้อ ชู CBG เด่นกำไรฟื้น
ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันจาก Bond Yield และราคาน้ำมันดิบที่ไต่ระดับ กำไรบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2/69 ดีกว่าคาดหนุน EPS ปีนี้ขยับขึ้น บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาด SET วันนี้แกว่งในกรอบ 1,600–1,618 จุด จับตา GDP ไทยไตรมาส 2/69 พร้อมชู CBG เป็นหุ้นเด่น หลังงบไตรมาส 2/69 ดีกว่าคาดและมีสัญญาณฟื้นตัวต่อในไตรมาส 3/69
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันจาก Bond Yield และราคาน้ำมันดิบที่ไต่ระดับ กำไรบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2/69 ดีกว่าคาดหนุน EPS
- บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาด SET วันนี้แกว่งในกรอบ 1,600–1,618 จุด จับตา GDP ไทยไตรมาส 2/69
- ชู CBG เป็นหุ้นเด่น หลังงบไตรมาส 2/69 ดีกว่าคาดและมีสัญญาณฟื้นตัวต่อในไตรมาส 3/69
ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยปิดวันศุกร์ ที่ 14 ส.ค.69 SET Index ปรับตัวลดลง 5.30 จุด ปิดที่ระดับ 1,609.06 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.2 หมื่นล้านบาท โดยมีแรงขายกดดันในหุ้นกลุ่มธนาคารและไฟแนนซ์ในช่วงบ่าย
ขณะที่ตลาดเก็งกำไรตอบรับผลประกอบการเป็นรายตัว สถาบันในประเทศขายสุทธิในตลาดหุ้น 331 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติพลิกมาซื้อสุทธิ 1.4 พันล้านบาท (แต่ยัง Short สุทธิ Index Futures 9.2 พันสัญญา)
แนวโน้มตลาดวันนี้(17 ส.ค.69) ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่า SET Index จะแกว่งตัว Sideways ในกรอบ 1,600-1,618 จุด โดยภาพรวมบรรยากาศการลงทุนเป็นกลางถึงลบอ่อนๆ ด้านตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯออกมาอ่อนแอกว่าคาดทั้งยอดค้าปลีกและดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ส่งผลให้ความน่าจะเป็นในการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในการประชุมเดือน ก.ย. ลดลงเหลือ 33%
อย่างไรก็ตาม ในฝั่ง Bond Yield ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยยังคงมีความกังวลต่อเงินเฟ้อระยะกลาง-ยาวที่ยังมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ยังไต่ระดับขึ้น โดยล่าสุด Brent ขยับมาที่ US$89 ต่อบาร์เรล
ด้านพัฒนาการของสงครามยังไม่เห็นสัญญาณบวกในการเจรจาเพื่อกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และยังมีเรือน้ำมันถูกโจมตี ทำให้กลุ่มพลังงานและธนาคารคาดว่ายังช่วงประคองตลาดได้บ้าง
ฝั่งปัจจัยในประเทศ มีปัจจัยบวกหนุนจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน(บจ.) ไตรมาส 2/69 ออกมาดีกว่าคาด 11% และหนุนประมาณการ SET EPS ปี 69 คงถูกปรับขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 106-109 บาท แต่ปี 70 คาดมีโอกาสชะลอตัวจากฐานที่สูงเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลุ่ม Commodity ทำให้ในเชิง Valuation ของตลาดในปี 70 จะไม่ได้ถูกลง
ปัจจัยที่ต้องติดตามวันนี้ คือ การรายงานตัวเลข GDP ไตรมาส 2/69 ของไทย (ตลาดคาด -0.4% จากไตรมาสก่อนหน้า (q-q) และเพิ่มขึ้น 1.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) หากออกมาดีกว่าคาดได้ตามทิศทางกำไร บจ.
และมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหนุนในช่วงปลายไตรมาสจะเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่ม Domestic Play ส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI-Chip คาดว่ายังทยอยแกว่งตัวขึ้นได้ต่อเนื่องจากความต้องการสินค้าที่ยังสูงหนุนผลประกอบการ
กลยุทธ์ : เลือกหุ้นที่โมเมนตัมกำไรไตรมาส 2/69 ถึง ครึ่งหลังปี69 แข็งแกร่ง ระยะกลาง-ยาวเน้น Domestic Play
หุ้นเด่นเดือน ส.ค : BTG, ITC, MAGURO, SJWD, STA
FSSIA Portfolio : BA, BBL, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, SAPPE, STA, TIDLOR
หุ้นเด่นวันนี้
CBG แนะนำเป็น “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2027 เบื้องต้น 63-70 บาท กำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ออกมาที่ 736 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากไตรมาสก่อนหน้า (q-q) และลดลง -8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) ดีกว่าฝ่ายวิเคราะห์และตลาดคาด 8-15% หนุนจากรายได้ที่ดีกว่าคาดและทำ New High รอบ 6 ไตรมาส ขณะที่ Margin ปรับตัวขึ้น q-q และยังคุมค่าใช้จ่ายได้ดี
แนวโน้มไตรมาส 3/69 คาดปรับขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า (q-q) ได้ต่อและเป็นไตรมาสแรกที่กลับมาโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) ฝ่ายวิเคราะห์อยู่ระหว่างปรับเพิ่มประมาณการขึ้น
เบื้องต้นคาดกำไรปี 2027 ในกรอบ 3.2-3.3 พันล้านบาท ส่วนปันผลครึ่งปีแรก69 ประกาศจ่ายที่ 1 บาทต่อหุ้น (Yield 1.8%) มองแนวรับ 54 / 52.75 บาท แนวต้าน 58 / 60-62 บาท







