
Sandisk โชว์ผลประกอบการสุดแกร่ง ดีมานด์ชิป AI ดันรายได้กระฉูด
Sandisk ประเมินรายได้ไตรมาสแรกแตะหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ รับแรงหนุนจากความต้องการชิปหน่วยความจำและ SSD สำหรับศูนย์ข้อมูล AI ที่พุ่งสูงขึ้น
Sandisk (แซนดิสก์) โชว์ผลประกอบการไตรมาส 4 กวาดรายได้ 8.97 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทะลุเป้าหมายที่ตลาดคาดการณ์ไว้ รับอานิสงส์ความต้องการชิปหน่วยความจำศูนย์ข้อมูลและ AI พุ่งสูง
พร้อมปรับกลยุทธ์เซ็นสัญญาระยะยาวกวาดรายได้ล่วงหน้ากว่า 9.39 หมื่นล้านดอลลาร์ และบอร์ดบริหารไฟเขียวซื้อหุ้นคืนล็อตใหญ่อีก 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
Sandisk ผู้ผลิตอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลชั้นนำระดับโลก ประกาศตัวเลขคาดการณ์รายได้ประจำไตรมาสแรกที่เหนือความคาดหมายของตลาด
โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากความต้องการชิปหน่วยความจำ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของศูนย์ข้อมูล (Data Center) สำหรับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด
สรุปผลประกอบการ Sandisk ไตรมาส 4 สุดแกร่ง
บริษัทสามารถทำผลงานช่วงปลายปีงบประมาณได้อย่างยอดเยี่ยม นับตั้งแต่แยกตัวออกจากบริษัทแม่ เวสเทิร์น ดิจิตอล (Western Digital) อย่างเป็นทางการเมื่อช่วงต้นปี 2025 ที่ผ่านมา โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้
|
รายการ |
ผลประกอบการจริง (Q4) |
ตัวเลขคาดการณ์จากนักวิเคราะห์ |
|
รายได้รวม |
8.97 พันล้านดอลลาร์ |
8.39 พันล้านดอลลาร์ |
|
กำไรสุทธิปรับลด |
39.25 ดอลลาร์/หุ้น |
34.45 ดอลลาร์/หุ้น |
|
รายได้กลุ่ม Data Center |
2.98 พันล้านดอลลาร์ |
(เติบโตจากไตรมาส 3 กว่า 1 เท่าตัว) |
การเติบโตอย่างร้อนแรงของเทคโนโลยี Generative AI เป็นตัวเร่งสำคัญที่ผลักดันให้องค์กรต่างๆ ต้องการฮาร์ดแวร์ประมวลผลระดับสูง โดยเฉพาะอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบ Solid-State Drives (SSD) ระดับองค์กร และชิปหน่วยความจำแฟลช (Flash Memory) เพื่อรองรับการประมวลผลข้อมูลมหาศาล
ปรับโมเดลธุรกิจ มุ่งเน้นสัญญาระยะยาว
เดวิด เกิคเคเลอร์ (David Goeckeler) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Sandisk เปิดเผยข้อมูลกับสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) ว่า ปัจจุบันบริษัทปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การขายครั้งสำคัญ โดยหันมาโฟกัสการทำสัญญาซื้อขายระยะยาว แทนที่การพึ่งพายอดสั่งซื้อแบบไตรมาสต่อไตรมาส ซึ่งสัญญาเหล่านี้มีอายุเฉลี่ยถึง 4 ปี
ปัจจุบัน Sandisk ถือสัญญาระยะยาวในมือแล้ว 8 ฉบับ จากลูกค้ารายใหญ่ 6 ราย คิดเป็นมูลค่ารวมสูงถึง 9.39 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
บริษัทประเมินว่าภายในปีงบประมาณ 2027 จะต้องใช้กำลังการผลิตถึง 50% เพื่อส่งมอบสินค้าตามสัญญาเหล่านี้ และสัดส่วนจะเพิ่มเป็น 2 ใน 3 ภายในปีงบประมาณ 2028
นอกจากนี้ ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัทยังสามารถปิดดีลสัญญาใหม่เพิ่มได้อีก 5 ฉบับ แบ่งเป็นลูกค้ารายใหม่ 3 ราย และการขยายมูลค่าสัญญาจากลูกค้าเดิมอีก 2 ราย
ทำไมหุ้น Sandisk ถึงร่วง แม้ข่าวดีเพียบ?
แม้บริษัทจะมีตัวเลขผลประกอบการและทิศทางอนาคตที่สดใส แต่ราคาหุ้นของ Sandisk กลับปรับตัวลดลงเกือบ 8% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ (Extended Trading) นักวิเคราะห์มองว่าปรากฏการณ์นี้เกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก
- การเทขายทำกำไร (Profit-taking): ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวทะยานขึ้นไปแล้วถึง 470% ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนบางส่วนตัดสินใจเทขายเพื่อเก็บกำไรระยะสั้น
- ความคาดหวังที่สูงเกินไป: แม้ตัวเลขคาดการณ์กำไรจะสูงกว่าข้อมูลของ LSEG แต่ยังคงต่ำกว่าความคาดหวังของสำนักข้อมูลการลงทุนแห่งอื่นๆ บางสำนัก
อนุมัติซื้อหุ้นคืน 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและตอบแทนผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริหารของ Sandisk มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืน (Share Repurchase) เพิ่มเติมอีก 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีวงเงินคงเหลือสำหรับการซื้อหุ้นคืนรวมทั้งสิ้นสูงถึง 1.55 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
คาดการณ์รายได้ไตรมาสแรก (Q1) สดใส
สำหรับทิศทางในไตรมาสปัจจุบัน Sandisk ประเมินตัวเลขล่วงหน้าไว้ดังนี้
- รายได้คาดการณ์: 1.03 - 1.08 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่ากลางสูงกว่าที่ LSEG ประเมินไว้ที่ 1.047 หมื่นล้านดอลลาร์)
- กำไรสุทธิปรับลด: 44 - 46 ดอลลาร์ต่อหุ้น (สูงกว่าตัวเลขประเมินที่ 43.12 ดอลลาร์)







