
SET แกว่งผันผวน รอดูความชัดเจน หลังสถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น
InnovestX คาด SET เสี่ยงร่วงต่อ จากปม ปธน. ทรัมป์ ขู่จะถล่มอิหร่านอย่างหนัก ตอบโต้อิหร่านที่โจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ในจอร์แดน กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ CPN และ KKP
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งผันผวน ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูงหลังดีดขึ้นแรง จากการที่ ปธน. ทรัมป์ ขู่จะถล่มอิหร่านอย่างหนัก ตอบโต้อิหร่านที่โจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ในจอร์แดน ยุติช่วงสงบศึก 4 วัน และเพิ่มความเสี่ยงสถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น ขณะที่การประชุม Fed มีมติไม่เป็นเอกฉันท์คงดอกเบี้ยท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อ ส่งผล Bond Yield ดีดตัวขึ้น คาดตลาดอยู่ในภาวะระมัดระวังเพื่อรอดูความชัดเจน วันนี้ติดตามประชุม BOE ทางเทคนิคดัชนีหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน เป็นสัญญาณที่ไม่ดีนัก ต้องระวังการไหลลงต่อ
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET มีแนวโน้มแกว่งตัวพักฐาน หลัง Valuation เริ่มตึงตัว โดยมีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่หนุนราคาน้ำมันและอาจปลุกความกังวลด้านเงินเฟ้อระลอกใหม่, ความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีโลก และการเข้าสู่ฤดูกาลประกาศงบไตรมาส 2/2569 ของกลุ่ม Real Sector ซึ่งแม้จะหนุนการเก็งกำไรได้บ้าง แต่ต้องระวังแรงขาย Sell on Fact ในช่วง 2-3 สัปดาห์นี้ ขณะที่เฟดมีมติ 9-3 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.50-3.75% ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้
1. New Normal Play ซึ่งได้ประโยชน์จากแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การย้ายฐานการผลิต และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวตามเมกะเทรนด์โลก ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AΜΑΤΑ
2. High Dividend Play เพื่อเป็นหลุมหลบภัยในช่วงตลาดผันผวน และสร้างกระแสเงินสดกลับเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ แบ่งเป็น 1) ดักปันผลระหว่างกาลโดยคาดให้ Div. Interim Yield >2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ดักปันผลระยะยาวเพื่อสร้างผลตอบแทนยั่งยืน โดยคาดให้ Div. Yield >5% ต่อปี ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT
3. Domestic Play เน้นหุ้นบิ๊กแคปที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อีกทั้งราคาหุ้นยัง Laggard ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL ADVANC TRUE MTC BEM ERW
Trading Idea: 1) Earning Play ซึ่งคาดใน 2 สัปดาห์ข้างหน้านี้จะประกาศกำไรไตรมาส 2/2569 เติบโตดี YoY อีกทั้งยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และแนะนำ Outperform ได้แก่ HMPRO PTTEP GLOBAL TRUE ADVANC GULF PTTGC
2) Foreign Underowned Play เน้นหุ้น SET50 ที่ ราคาหุ้นยัง Laggard และมีสัดส่วนถือครองจากต่างชาติยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี อีกทั้งมีโมเมนตัมกำไรไตรมาส 2-4/2569 ที่คาดจะเติบโตได้ YoY ได้แก่ BEM CPALL HMPRO MTC OR TRUE TU
3) Geopolitical Play ซึ่งได้อานิสงส์จากสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาปะทุ อย่าง พลังงานต้นน้ำ (PTTEP) โดยเน้นตั้งรับเมื่อย่อตัวและตั้งจุด Stop Loss เคร่งครัด
4) Bond Yield Play รับอานิสงส์หากเฟดเริ่มส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินตึงตัวขึ้นจากกังวลเงินเฟ้อรอบใหม่ ได้แก่ BLA TLI KBANK KTB
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ CPN คาดผลประกอบการมีแนวโน้มแข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวน คาดกำไรปกติไตรมาส 2/2569 ที่ 4.7 พันล้านบาท เติบโต 22%YoY จากยอดขายและจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่ง โดยในปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตตามเป้าจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ Dusit Residences เป้าหมายระยะสั้นที่ 70.00 บาท
KKP มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นและจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้น โดยคาดกำไรสุทธิปี 2569 จะเติบโต 37% ตามสินเชื่อที่เติบโต, Non-NII ที่เพิ่มขึ้น และ Credit Cost ที่ลดลง ขณะที่มี "Dime!" ที่พลิกมีกำไรสุทธิและคาดจะเป็น New S-curve สนับสนุนการเติบโต ส่วน DPS ปี 2569 คาดจะเพิ่มขึ้นเป็น 7 บาท/หุ้น หรือ 5.8% เป้าหมายระยะสั้นที่ 124.00 บาท







