
สะดุดล้มกันเป็นแถบ จีนสั่งระงับให้บริการคู่หู AI ทั่วประเทศ
จีนสั่งคุมเข้ม คู่หู AI หวั่นผู้ใช้พึ่งพาทางอารมณ์มากเกินไป กระทบบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ พร้อมจุดกระแสกำกับ AI รูปแบบใหม่ทั่วโลก
ปัจจุบัน AI Chatbot กลายเป็นเพื่อนคุยของใครหลายคน โดยเฉพาะ Chatbot ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงและสานสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้ใช้งานที่กำลังได้รับความสนใจเป็นวงกว้าง จากความรู้สึกปลอดภัย สบายใจ และเป็นส่วนตัวระหว่างการใช้งาน ส่งผลให้นี่เป็นโมเดลธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในจีน
แต่ล่าสุดธุรกิจคู่หู AI อาจต้องมาถึงจุดสะดุด เมื่อรัฐบาลจีนออกมาแทรกแซงเรื่องนี้โดยตรง
เมื่อรัฐบาลจีนลงดาบแบนคู่หู AI
คู่หู AI หรือ AI Companion เป็นระบบ Chatbot สำหรับพูดคุยเพื่อความบันเทิงและสร้างความสัมพันธ์กับผู้ใช้งานโดยเฉพาะ โดยจะเป็นตัวละครหรือบุคลิกสมมติในแบบที่ผู้ใช้งานชื่นชอบหรือตั้งค่า จากนั้นจึงเริ่มดำเนินการสนทนาในรูปแบบการรับฟังเอาใจใส่ ส่งผลให้ผู้ใช้งานจำนวนมากถูกใจและติดพันเป็นจำนวนมาก
ในทางหนึ่งนี่คล้ายคลึงกับการสนทนาบนโลกอินเทอร์เน็ต ต่างกันตรงคู่สนทนาดังกล่าวเป็นบุคคลที่ไม่มีตัวตน แต่กลับมีส่วนแบ่งทางการตลาดมูลค่ามหาศาล สำหรับจีนในปี 2025 คู่หู AI มีมูลค่าทางการตลาดอยู่ที่ 2.7 พันล้านดอลลาร์(ราว 9.6 หมื่นล้านบาท) และมีอัตราการเติบโตสูงถึง 35.4%/ปี จากการมีผู้ใช้งานหลายร้อยล้านคน
อย่างไรก็ตามการเติบโตทั้งหมดก็ต้องล้มครืนลงกับตา สาเหตุมาจากการที่รัฐบาลจีนได้ประกาศกฎหมายควบคุมฉบับใหม่ที่พุ่งเป้าไปยัง บริการปฏิสัมพันธ์ AI ที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์ โดยเฉพาะAI ที่มีบุคลิกภาพ วิธีคิด และรูปแบบการสื่อสารใกล้เคียงมนุษย์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2026 ที่ผ่านมา
ผลที่เกิดขึ้นนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการให้บริการของบริษัท AI ยักษ์ใหญ่ Doubao ของ ByteDance, Qwen ของ Alibaba หรือ Yuanbao ของ Tencent ต่างไม่มีทางเลือก และต้องยุติการให้บริการ AI Chatbot ในเชิงคู่หู AI ไปอย่างสิ้นเชิง ก่อนกำหนดเส้นตายตามกฎหมาย
แน่นอนไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้งานในจีนไม่มีสิทธิเข้าถึงหรือใช้งาน AI ตัวกฎหมายครอบคลุมเฉพาะบริการที่สานความสัมพันธ์ระหว่างการสนทนาต่อเนื่อง ซึ่งมีความเสี่ยงก่อให้เกิดการพึ่งพาทางอารมณ์และเสพติดคู่หู AI มากเกินไปจนอาจก่อให้เกิดอันตราย พร้อมออกมาตรการคุ้มครองเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะการใช้เทคนิคทางอารมณ์โน้มน้าวชักจูงอย่างเข้มงวด
นับเป็นก้าวสำคัญแห่งกฎหมายควบคุม AI ที่ถูกจีนผลักดันไปอีกขั้น
สาเหตุในการร่างกฎหมายควบคุมคู่หู AI
ทางรัฐบาลจีนไม่ได้มีการออกแถลงถึงสาเหตุของการออกข้อกฎหมายฉบับนี้โดยตรง แต่ความพยายามรูปแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เนื่องจากคู่หู AI ก็เข้ามามีบทบาทภายในสังคมและผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และมีแนวโน้มจะก่อให้เกิดปัญหาเป็นวงกว้าง รัฐบาลจีนจึงอาจตัดไฟแต่ต้นลมก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม
สาเหตุของการออกกฎหมายฉบับนี้อาจเกี่ยวข้องกับประเด็นทางสังคมเป็นหลัก โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องเผชิญแรงกดดันมหาศาลในสังคม การพูดคุยกับ AI เป็นที่พักใจอาจนำไปสู่การยกระดับความสำคัญ พึ่งพาทางอารมณ์ และอาจปลีกตัวจากความเป็นจริง นอกจากส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงาน ยังอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างทางสังคมในระยะยาว
อันดับถัดมา ข้อมูลส่วนตัว เหมือนการคบหาผู้คน เมื่อเราสนิทกับใครมากเข้าก็จะแบ่งปันเรื่องราว ชีวิต และความลับแก่อีกฝ่าย จึงเป็นไปได้ว่าผู้ใช้งานกฃลุ่มนี้อาจแบ่งปันข้อมูลละเอียดอ่อนทั้งชีวิต การทำงาน หรือฐานะทางการเงินแก่บริษัทเอกชน จนเสี่ยงต่อการถูกนำไปใช้ประโยชน์ทางการค้าหรือถูกแฮ็กจนมีข้อมูลรั่วไหลจนนำไปสู่ปัญหาในวงกว้าง
อีกหนึ่งประเด็นปัญหาคือ เนื้อหาไม่เหมาะสม การสนทนากับคู่หู AI เหล่านี้หลายครั้งมีการสวมบทบาทกับตัวละครที่ชอบ จึงเสี่ยงต่อการสรน้างเนื้อหาไม่เหมาะสมทั้งหลาย เช่น เนื้อหาลามกอนาจาร ความรุนแรง ตลอดจนประเด็นละเอียดอ่อนทางการเมืองและความมั่นคง ซึ่ง AI Chatbot ยากต่อการเซ็นเซอร์แบบเรียลไทม์และเสี่ยงต่อการถูกเจลเบรกได้ง่าย
นี่อาจเป็นเหตุผลให้รัฐบาลจีนตัดสินใจตัดไฟแต่ต้นลม เพื่อควบคุมการเข้าถึงเป็นวงกว้างในที่สุด
การควบคุมคู่หู AI ที่เกิดในประเทศอื่นเช่นกัน
อันที่จริงนี่ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับรัฐบาลจีน การพยายามผลักดันเทคโนโลยี AI ทำให้จีนเป็นประเทศที่ผลักดันกฎหมายควบคุม AI ในหลายด้าน ทั้งการควบคุมอัลกอริทึม AI ที่ทำให้เสพติด, การกำหนดราคาสินค้าแบบไดนามิก, เนื้อหาสร้างจาก AI ต้องใส่ลายน้ำ ตลอดจนเนื้อหาจาก AI Chatbot ต้องสอดคล้องกับค่านิยมอันดีของประเทศ
อีกทั้งจีนก็ไม่ใช่ประเทศเดียวที่มีแนวคิดควบคุมคู่หู AI อีกหนึ่งมหาอำนาจเทคโนโลยีอย่างสหรัฐฯเองก็เริ่มขยับในส่วนนี้ แม้จะยังไม่มีกฎหมายจากรัฐบาลกลางที่ครอบคลุมทั่วประเทศ แต่กฎหมายระดับมลรัฐอย่างแคลิฟอร์เนีย หรือ นิวยอร์ก ก็เริ่มมีการออกกฎหมายควบคุมที่มีความใกล้เคียงกับจีนตั้งแต่ปี 2025 แล้วเช่นกัน
ด้านสหภาพยุโรปก็ไม่น้อยหน้ากับกฎหมาย AI Act ของสหภาพยุโรป ที่มีการแบน AI ที่ใช้บงการควบคุมพฤติกรรมมนุษย์หรือใช้ประโยชน์จากความเปราะบางเอาไว้ด้วย ทำให้คู่หู AI ที่มีพฤติกรรมสร้างความผูกพันทางอารมณ์แก่คู่สนทนาเองก็เข้าข่าย และต้องได้รับการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดไปด้วย
จริงอยู่ที่กฎหมายควบคุมคู่หู AI ยังเกิดขึ้นในวงจำกัด ส่วนหนึ่งมาจากการที่มันเป็นเทคโนโลยีใหม่เอี่ยมจึงยากที่กฎหมายจะสามารถทำความเข้าใจ นิยาม และออกกฎหมายตามทัน ทำให้การควบคุมยังเกิดในวงจำกัด แต่ด้วยการตื่นตัวของยักษ์ใหญ่ ในไม่ช้าอีกหลายประเทศก็น่าจะตื่นตัวและออกกฎระเบียบมาควบคุมคู่หู AI ตามกัน
ที่เหลือคงต้องรอดูต่อไปว่า คู่หู AI ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อสังคมมากแค่ไหน
ที่มา
https://www.artificialintelligence-news.com/news/china-ai-companion-rules/
https://cirsd.org/horizon-article/chinas-ai-regulations-and-how-they-get-made/
https://digital-strategy.ec.europa.eu/en/policies/regulatory-framework-ai







