
ตลท. มั่นใจหุ้นไทยไปต่อ บจ. แข็งแกร่งรับมือความเสี่ยงพลังงานโลก
ตลท. เชื่อมั่น บจ. ไทยแกร่งรับมือศึกตะวันออกกลางได้ มั่นใจรัฐบริหารพลังงานไม่ขาดแคลน ชูฟันด์โฟลว์ไหลเข้าต่อเนื่อง พร้อมเร่งผลักดัน TISA
KEY
POINTS
- ตลท. แสดงความเชื่อมั่นว่าบริษัทจดทะเบียนไทยมีความแข็งแกร่ง สามารถปรับตัวและรับมือกับความเสี่ยงด้านราคาพลังงานโลกได้
- ตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มเติบโตต่อไปได้ โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐที่ชัดเจนและเสถียรภาพทางการเมือง
- ความเชื่อมั่นในตลาดทุนสะท้อนจากเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติที่ไหลเข้าต่อเนื่อง
จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลต่อการเปิด-ปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งสำคัญของโลก รวมถึงราคาพลังงาน กระทบต่อเศรษฐกิจโลกผันผวน
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่เป็นสิ่งที่ตลาดทุนทั่วโลกกำลังเผชิญร่วมกัน
ในประเด็นด้านความมั่นคงทางพลังงาน ตลท. มีความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลจะสามารถบริหารจัดการทรัพยากรพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการ ทั้งในภาคการผลิตและภาคการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน โดยเชื่อว่าจะไม่เกิดปัญหาการขาดแคลนพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
นายอัสสเดช ยังเน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนไทยที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว และความคล่องตัวในการแข่งขันบนเวทีโลก โดยเห็นได้จากตัวเลขการส่งออกของไทยที่ยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะต้องเผชิญกับปัจจัยลบด้านต้นทุนและสถานการณ์เศรษฐกิจโลกผันผวน
“เรื่องที่สำคัญคือความมั่นใจว่าเรามีพลังงานที่จะใช้ในการผลิต หรือการใช้ชีวิตประจำวันได้ต่อไป ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลสามารถบริหารจัดการได้ ส่วนบริษัทจดทะเบียนไทยเองก็มีการปรับตัวที่ดีเพื่อแข่งขันกับทั่วโลก สะท้อนจากผลงานการส่งออกที่เติบโตต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา” นายอัสสเดช กล่าว
ส่วนทิศทางตลาดหุ้นไทย มองว่ายังมีโอกาสไปต่อได้อีก โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากความชัดเจนและต่อเนื่องของนโยบายการลงทุนภาครัฐ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นที่เริ่มเห็นผล นอกจากนี้ ความมั่นคงทางการเมืองยังมีส่วนสำคัญที่ทำให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเกิดความมั่นใจ จนนำไปสู่การคาดการณ์ว่า GDP ของไทย มีโอกาสเติบโตในอัตราที่สูงขึ้น
“ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา เรายังคงเห็นเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (Fund Flow) ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หากเราสามารถรักษาโมเมนตัมและสร้างการกระทำที่เห็นผลได้จริง ก็จะสามารถดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนในประเทศได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยตลาดหุ้นไทยในปีที่ผ่านมาถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีผลประกอบการดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก” นายอัสสเดช กล่าว
สำหรับความคืบหน้าของครงการบัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคล (Thailand Individual Savings Account: TISA) นั้น ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพูดคุยรายละเอียดร่วมกับกระทรวงการคลัง โดย ตลท. พยายามผลักดันให้รัฐบาลมองว่าตลาดทุนคือกลไกสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งให้แก่ประชาชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ







