
เผยโฉม! โดรนส่งยา-เวชภัณฑ์ ร่นระยะเวลาขนส่งได้ 70% ในพื้นที่ห่างไกล
สธ. ร่วมกับ พันธมิตร เปิดตัว 'โดรนส่งยา-เวชภัณฑ์' ในรูปแบบอากาศยานไร้คนขับหรือ Drone ร่นระยะเวลาขนส่งได้ 70% ในพื้นที่ห่างไกล
กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผนึกพันธมิตร ทั้งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดตัว “ปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับทางการแพทย์ (Drone)” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเปิดตัว SkyBridge แพลตฟอร์มบริหารจัดการขนส่งทางการแพทย์ทางอากาศอัตโนมัติ ก้าวข้ามขีดจำกัดทางภูมิศาสตร์ ร่นระยะทางและเวลาขนส่งยา/เวชภัณฑ์ผ่านพื้นที่สูงในช่วงวิกฤต เตรียมขยายผลพื้นที่ห่างไกลอีก 10 แห่ง เช่น โรงพยาบาลเทพรัตนเวชชานุกูล เฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ และผลักดันเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริการสุขภาพทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน/ภัยพิบัติ
นายนรินทร์ กัลยาณมิตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายพัฒนาระบบบริการสุขภาพตามแนวพระราชดำริ โดยมุ่งให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียมและมีคุณภาพ โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ชายแดน พื้นที่ห่างไกล และพื้นที่เฉพาะ ซึ่งมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ รวมทั้งส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริการสุขภาพ
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 จึงได้จัดโครงการฯ ขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติ โดยใช้อากาศยานไร้คนขับทางการแพทย์ในพื้นที่ภูเขาสูงและพื้นที่ป่าเขา ที่มีข้อจำกัดด้านการเดินทางและมักได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำป่าไหลหลากหรือดินโคลนถล่ม ส่งผลให้การส่งต่อผู้ป่วย การลำเลียงยา/เวชภัณฑ์หรือสิ่งจำเป็นทางการแพทย์เป็นไปด้วยความยากลำบาก
ซึ่งที่ผ่านมาได้ทดสอบการบินในพื้นที่ชายฝั่งทะเลไปแล้ว พบว่าช่วยลดระยะเวลาและข้อจำกัดในการขนส่งทางทะเลได้อย่างมาก อากาศยานไร้คนขับทางการแพทย์จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชน รวมทั้งช่วยเสริมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินและภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว ทรู คอร์เปอเรชั่น ได้เปิดตัว SkyBridge แพลตฟอร์มโลจิสติกส์ทางอากาศอัตโนมัติ (Autonomous Air Logistics Platform) ออกแบบและพัฒนาโดย ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม ทรู คอร์ปอเรชั่น เพื่อสนับสนุนการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศไทย ซึ่งจะยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์สาธารณสุขในระดับชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม สามารถบริหารจัดการภารกิจการขนส่งทางการแพทย์แบบครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนเส้นทาง การตรวจวัดคุณภาพสิ่งนำส่งทางการแพทย์และติดตามการบินแบบเรียลไทม์ การบริหารและควบคุมฝูงบิน ระบบความพร้อมและความปลอดภัยของยานบินไร้คนขับ ไปจนถึงระบบเอกสารอัตโนมัติ บันทึกเวลาและพิกัดตลอดเส้นทางการบิน ทำให้การจัดส่งยา เวชภัณฑ์ และตัวอย่างทางการแพทย์ ในทุกเที่ยวบินเป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น บนเครือข่ายอัจฉริยะของทรู อีกทั้งยังเป็นระบบที่ปลอดภัย ตรวจสอบย้อนหลังได้ และสามารถขยายผลสู่เครือข่ายระดับประเทศในอนาคต
สำหรับวันนี้ได้บินสาธิต 2 เส้นทาง ภายใต้ “ปัวโมเดล” ประกอบด้วย “โมเดลความต่อเนื่องฐานเดิม (NCD's Continuity Model)” ส่งยาสำหรับผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) จากสนามกีฬาพญาผานอง ไปยังลานชุมชนบ้านร้องแง และบินกลับเพื่อนำส่งตัวอย่างทางการแพทย์ ระยะทางไป-กลับ 4 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 3.5 นาที เร็วกว่าการขนส่งทางบกที่ใช้เวลา 7 นาที สร้างผลลัพธ์ความเร็วและช่วยประหยัดเวลาได้ 50%
และ “โมเดลภัยพิบัติขั้นวิกฤต (Disaster Response Model)” ขนส่งยาไปยังพื้นที่ห่างไกลที่เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด ผ่านภูเขาสูงชัน หน้าผา และป่าทึบ จากสนามกีฬาพญาผานอง ไปยัง สนามบาสเกตบอล โรงเรียนบ้านน้ำปัว และบินกลับเพื่อนำส่งตัวอย่างทางการแพทย์ ระยะทางไป–กลับ 46 กิโลเมตร ใช้เวลาเพียง 35 นาที เร็วกว่าการขนส่งทางบกที่ต้องใช้เวลาเดินทางนานกว่า 2 ชั่วโมง จึงช่วยประหยัดเวลามากถึง 70%







