
7 แบงก์ ลุ้นกำไร Q2/69-ปันผลระหว่างกาล จับตา TISCO ประกาศ 14 ก.ค.นี้
ส่องกำไร 7 แบงก์ไตรมาส 2/69 จับตา TISCO ประกาศงบวันที่ 14 ก.ค.69 วันแรก โบรกฯ ประเมินกำไรทั้งกลุ่ม 52,580 ล้านบาท ลดลง 6.6% “KBANK” อู้ฟู่สุด ส่วนปันผลระหว่างกาล “TTB” ยีลด์สูงสุด
KEY
POINTS
- ส่องกำไร 7 แบงก์ไตรมาส 2/69 จับตา TISCO ประกาศงบวันที่ 14 ก.ค.69 วันแรก
- โบรกฯ ประเมินกำไรทั้งกลุ่ม 52,580 ล้านบาท ลดลง 6.6% โดยมีปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรลดลงมาจากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงและค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
- คาดว่าธนาคารส่วนใหญ่จะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับครึ่งปีแรก โดยให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 1-3%
กลุ่มธนาคารพาณิชย์เตรียมประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 เป็นกลุ่มแรก ซึ่งคาดว่าจะประกาศงบในวันที่ 14 ก.ค.2569 เป็นวันแรก
ทั้งนี้ “โพสต์ทูเดย์” ได้หยิบยกบทวิเคราะห์ของ บล.กรุงศรี ซึ่งได้มีการประเมินถึงภาพรวมกำไรของทั้งกลุ่มธนาคาร และกำไรของแต่ละธนาคาร รวมไปถึงเงินปันผลระหว่างกาล และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield)
บล.กรุงศรี ประเมินว่า กลุ่มธนาคาร 7 แห่ง ที่ศึกษา ได้แก่ BBL, KBANK, KTB, SCB, TTB, KKP และ TISCO จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 52,580 ล้านบาท ลดลง 6.6% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน (YoY) และลดลง 8.0% จากไตรมาสก่อน (QoQ)
กำไรไตรมาส 2/2569 ที่ลดลง เพราะ 1) รายได้ดอกเบี้ย (NII) ลดลง 11% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และลดลง 1% จากไตรมาสก่อน จากการลดลงของ NIM ที่ 2.48% จากไตรมาส 2/2568 ที่ 2.88% และไตรมาส 1/2569 ที่ 2.55% จากการปรับลดลงของ yield on loan จากการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย และการขยายสินเชื่อไปยังกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ
2) รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ลดลง 8% ไตรมาสก่อน เพราะการลดลงของเงินลงทุน (FVTPL) เงินปันผล และรายได้จากค่าชดเชยมูลค่าเงินลงทุนจำนวนรวม 1.46 พันล้านบาท ของ KBANK (one -off)
3) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) เพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสก่อน จากปัจจัยฤดูกาลของ BBL และค่าใช้จ่าย IT
ภาพรวม Q2/69 สินเชื่อ-ค่าธรรมเนียมโต สำรองลด-NPL 3.70%
ทั้งนี้ ภาพรวมธุรกิจ ประเมินสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น 0.7% ไตรมาสก่อน คิดเป็นเพิ่มขึ้น 2.0% นับตั้งแต่ต้นปี 2569 (YTD) จากสินเชื่อธุรกิจ
รายได้ค่าธรรมเนียม-บริการ (Net Fee) เพิ่มขึ้น 20% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสก่อน จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ wealth management
ค่าใช้จ่ายสำรอง (credit cost) ที่ 128 bps. ลดลงจากไตรมาส 2/2568 ที่ 150 bps. และไตรมาส 1/2569 ที่ 138 bps. เพราะธนาคารตั้งสำรองล่วงหน้าก่อนแล้ว
คุณภาพสินทรัพย์ยังบริหารได้ดี Gross NPL เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3% จากไตรมาสก่อน ทำให้ NPL Ratio อยู่ที่ 3.70% เพิ่มจากไตรมาส 1/2569 ที่ 3.63% จากความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
เจาะรายละเอียดรายธนาคาร
โดยคาดธนาคารรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 เพิ่มขึ้น YoY แต่ลดลง QoQ คือ KBANK ที่ 13,000 ล้านบาท (+4.1%YoY, -11.4%QoQ), KTB ที่ 11,400 ล้านบาท (+2.5%YoY, -8.3%QoQ), KKP ที่ 1,760 ล้านบาท (+24.9%YoY, -10.0%QoQ) และ TISCO ที่ 1,720 ล้านบาท (+4.7%YoY, -0.8%QoQ)
ส่วนธนาคารรายงานกำไรสุทธิลดลง YoY และลดลง QoQ คือ BBL ที่ 10,000 ล้านบาท (-15.5%YoY, -9.0%QoQ) และ SCB ที่ 9,700 ล้านบาท (-24.1%YoY, -4.9%QoQ)
ขณะที่ธนาคารรายงานกำไรสุทธิทรงตัว YoY และ QoQ คือ TTB ที่ 5.00 พันลบ. (-0.1%YoY, -3.3%QoQ)
อัพประมาณการกำไรสุทธิกลุ่มแบงก์ปี 69-70
บล.กรุงศรี ปรับประมาณการกำไรสุทธิกลุ่มปี 2569 เพิ่มขึ้น 1.4% อยู่ที่ 215,279 ล้านบาท และปี 25670 เพิ่มขึ้น 2.4% อยู่ที่ 219,374 ล้านบาท จากสินเชื่อรวมและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ดีกว่าคาด ธนาคารที่มีการปรับประมาณการ และราคาเป้าหมาย ดังนี้
- KBANK ปี 2569-2570 ขึ้นเป็น 50,695 ล้านบาท และ 52,688 ล้านบาท ตามลำดับ จากสินเชื่อรวมและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ดีกว่าคาด และปรับราคาเป้าหมายปี 2569 เป็น 260 บาท เดิม 232 บาท
- KTB ปี 2569-2570 ขึ้นเป็น 48,086 ล้านบาท และ 50,509 ล้านบาท ตามลำดับ จากสินเชื่อรวมและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ดีกว่าคาด และปรับราคาเป้าหมายปี 2569 เป็น 45 บาท เดิม 38 บาท
- KKP ปี 2569-2570 ขึ้นเป็น 7,331 ล้านบาท และ 7,536 ล้านบาท ตามลำดับ จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ดีกว่าคาด และปรับราคาเป้าหมายปี 2569 เป็น 110 บาท เดิม 92 บาท
- TISCO ปรับคำแนะนำเป็น REDUCE เดิม NEUTRAL
ดังนั้น ปรับคำแนะนำกลุ่มธนาคารเป็น BULLISH เดิม NEUTRAL เพราะ ROE ของกลุ่มธนาคารกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น จาก 1) จบดอกเบี้ยขาลงแล้ว 2) การกลับมาของวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ 3) การเติบโตในกลุ่ม Wealth Management มองราคาหุ้นกลุ่มธนาคารช่วงที่ผ่านมาปรับขึ้นสะท้อนเพียง “ดอกเบี้ยขาลงสิ้นสุดแล้ว” ส่วน “Investment Cycle และ Wealth Management” คาดราคายังไม่ได้ตอบรับ โดยคง KBANK และ KTB เป็น Top Pick เพราะได้ประโยชน์หลักจากธีมการลงทุนดังกล่าว
เงินปันผลครึ่งแรกปี 69 คาด dividend yield ที่ 1-3%
ทั้งนี้ เห็นธนาคารส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเงินทุน โดยการปรับเพิ่มเงินปันผล โดยมองว่าธนาคารคงจ่ายเงินปันผลปี 2569 ในระดับสูงคิดเป็น dividend yield 5-7% เพราะ 1) ธนาคารมีเงินกองทุนสูง เห็นได้จากไตรมาส 1/2569 มีเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (CET1) ที่ 14-19% เงินกองทุนรวมชั้นที่1 (Tier1) ที่ 14-19% และอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) ที่17-21% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำและส่วนเพิ่มที่ทาง ธปท. กำหนดไว้ CET 1 ที่ 8% Tier1 ที่ 9.5% และ CAR ที่ 12%
2) ธนาคารคงแผนระยะกลาง-ยาวในการเพิ่ม ROE และ 3) ธนาคารไม่มีการลงทุนใหม่ขนาดใหญ่ สำหรับเงินปันผลครึ่งแรกปี 2569 คาด dividend yield ที่ 1-3%
1.ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL
- เงินปันผลระหว่างกาล : 2.00 บาท/หุ้น
- Dividend Yield : 1.0%
- เงินปันผลปี 69 : 10.00 บาท/หุ้น
- Dividend Yield : 5.24%
2.ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK
- เงินปันผลระหว่างกาล : 2.00 บาท/หุ้น
- Dividend Yield : 0.9%
- เงินปันผลปี 69 : 14.00 บาท/หุ้น
- Dividend Yield : 6.01%
3.ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB
- เงินปันผลระหว่างกาล : 0.43 บาท/หุ้น
- Dividend Yield : 1.1%
- เงินปันผลปี 69 : 2.67 บาท/หุ้น
- Dividend Yield : 6.72%
4.บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB
- เงินปันผล : 2.00 บาท/หุ้น
- Dividend Yield : 1.3%
- เงินปันผลปี 69 : 9.96 บาท/หุ้น
- Dividend Yield : 6.49%
5.ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB
- เงินปันผล : 0.066 บาท/หุ้น
- Dividend Yield : 2.6%
- เงินปันผลปี 69 : 0.129 บาท/หุ้น
- Dividend Yield : 5.04%
6.ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP
- เงินปันผล : 1.75 บาท/หุ้น
- Dividend Yield : 1.7%
- เงินปันผลปี 69 : 6.20 บาท/หุ้น
- Dividend Yield : 6.14%
7.บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO
- เงินปันผล : 2.00 บาท/หุ้น
- Dividend Yield : 1.7%
- เงินปันผลปี 69 : 7.75 บาท/หุ้น
- Dividend Yield : 6.43%







