
สมชัยเปิดปมประวัติ ดร.ณัฐวุฒิโต้เดือด กกต.แจงมีชื่ออนุกรรมการ 57 วัน จริง
สมชัยตั้งข้อสังเกตประวัติและความสัมพันธ์กับคนใน กกต. ด้านณัฐวุฒิปฏิเสธข้อกล่าวหา เดินหน้าฟ้องกลับ ขณะที่ กกต.ชี้มีชื่ออนุกรรมการ 57 วัน และไม่เคยประชุมใด ๆ
KEY
POINTS
- นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ตั้งข้อสังเกตถึงประวัติของ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม กรณีเคยถูกไล่ออกจากราชการอัยการ และความสัมพันธ์กับกรรมการ กกต.
- ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยอ้างว่าถูกกลั่นแกล้งในอดีต และประกาศจะดำเนินคดีกลับต่อนายสมชัย
- กกต. ชี้แจงว่า ดร.ณัฐวุฒิ เคยได้รับการแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการจริง แต่มีชื่ออยู่เพียง 57 วัน โดยไม่เคยเข้าร่วมประชุมหรือพิจารณาคดีใดๆ
ข้อพิพาทระหว่าง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)** กับ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ที่ปรึกษากฎหมายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทวีความร้อนแรง หลังนายสมชัยเปิดข้อมูลตั้งข้อสังเกตถึงประวัติการรับราชการอัยการ การได้รับแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการของ กกต. และความสัมพันธ์กับบุคคลในองค์กร ขณะที่ ดร.ณัฐวุฒิปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมประกาศเดินหน้าดำเนินคดีกลับ
สำนักงาน กกต. ได้ออกเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่า ดร.ณัฐวุฒิเคยได้รับแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาและข้อโต้แย้ง คณะที่ 12 จริง แต่มีชื่ออยู่ในตำแหน่งเพียง 57 วัน ไม่เคยถูกเชิญเข้าประชุม ไม่เคยร่วมพิจารณาคดี และไม่ได้รับเอกสารหรือสิทธิประโยชน์จากสำนักงาน
สมชัยตั้งคำถามปมอดีตอัยการ
นายสมชัยระบุว่า ดร.ณัฐวุฒิเคยเป็นข้าราชการอัยการ และอ้างว่า ก.อ.มีมติไล่ออกจากราชการเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 จากกรณีถูกกล่าวหาเกี่ยวกับการรับเงินวิ่งเต้นคดีเลือกตั้งท้องถิ่น 1.5 ล้านบาท และกรณีปลอมแปลงเอกสารราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาคดียาเสพติด
นายสมชัยยังอ้างถึงกรณีสภาทนายความจำหน่ายชื่อ ดร.ณัฐวุฒิออกจากการเป็นทนายความ พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดภายหลังจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการของ กกต. รวมถึงมีชื่อเกี่ยวข้องกับการเป็นอาจารย์ที่ปรึกษางานวิจัยในหลักสูตรของสำนักงาน กกต.
อีกประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกตคือความสัมพันธ์ระหว่าง ดร.ณัฐวุฒิกับ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการการเลือกตั้งโดยนายสมชัยเผยแพร่ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2562 ซึ่งทั้งคู่ปรากฏอยู่ในพื้นที่เดียวกันระหว่างการตรวจหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าที่โรงเรียนสุโขทัย พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบว่าใครเป็นผู้เสนอชื่อ ดร.ณัฐวุฒิเข้าดำรงตำแหน่งอนุกรรมการ
ณัฐวุฒิปฏิเสธ ชี้ถูกกลั่นแกล้ง
ด้าน ดร.ณัฐวุฒิชี้แจงว่า ไม่เคยทุจริตหรือประพฤติชั่วร้ายแรง พร้อมอ้างว่ากรณีในอดีตเกิดจากการถูกใส่ร้ายและจัดฉากกลั่นแกล้งจากอดีตผู้บังคับบัญชาที่มีความขัดแย้งส่วนตัวกับตน
ดร.ณัฐวุฒิระบุว่า เคยถูกเรียกเงินรวม 20 ล้านบาท เพื่อแลกกับการช่วยเหลือในคดีวินัย แต่ตนปฏิเสธจ่าย ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึงการรับเงินเกี่ยวกับรถยนต์นั้น เจ้าตัวยืนยันว่าเป็นการคืนเงินตามสัญญาซื้อขายตามปกติ และถูกนำไปตีความเป็นเรื่องสินบน
พร้อมยืนยันว่าไม่มีประวัติอาชญากร และอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อขอพิจารณาคดีใหม่ภายในกรอบเวลา 5 ปี รวมถึงเตรียมดำเนินคดีกับผู้ที่กล่าวหาว่าตนถูกไล่ออกจากราชการ
แจงปมอนุกรรมการ กกต. 57 วัน
สำหรับการได้รับแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการ กกต. ดร.ณัฐวุฒิระบุว่า สำนักงาน กกต.เป็นฝ่ายเสนอแต่งตั้งโดยไม่ได้แจ้งให้ตนทราบล่วงหน้า เมื่อทราบภายหลังจึงทำหนังสือลาออก พร้อมยืนยันว่าตลอดช่วง 57 วันที่มีชื่อในตำแหน่ง ไม่เคยเข้าร่วมประชุมหรือพิจารณาคดีใด
ส่วนความสัมพันธ์กับ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการการเลือกตั้ง ดร.ณัฐวุฒิระบุว่า เคยเรียนร่วมกันเมื่อปี 2557 หลังจากนั้นแทบไม่ได้พบกัน ภาพที่ปรากฏร่วมกันเป็นเพียงการพบกันโดยบังเอิญ ไม่ได้สะท้อนถึงความสัมพันธ์พิเศษหรือความเกี่ยวข้องกับการทำงานของ กกต.
กกต.ออกเอกสารยืนยันข้อเท็จจริง
สำนักงาน กกต.ชี้แจงว่า หลังแต่งตั้ง ดร.ณัฐวุฒิเป็นอนุกรรมการแล้ว ได้ทำหนังสือถึงสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อขอตัวมาช่วยราชการ
ต่อมาเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2562 สำนักงานอัยการสูงสุดแจ้งกลับว่า ดร.ณัฐวุฒิพ้นจากการเป็นข้าราชการอัยการแล้ว สำนักงาน กกต.จึงแต่งตั้งบุคคลอื่นเข้าทำหน้าที่แทนทันที
สำนักงาน กกต.ย้ำว่า ในช่วง 57 วันที่มีชื่อเป็นอนุกรรมการ ดร.ณัฐวุฒิไม่เคยเข้าร่วมประชุม ไม่เคยพิจารณาสำนวน และไม่เคยได้รับเอกสารหรือสิทธิประโยชน์จากสำนักงาน
ขณะเดียวกัน ดร.ณัฐวุฒิระบุว่า เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ได้ดำเนินคดีอาญาต่อนายสมชัยและพวกรวม 6 คน ซึ่งรวมถึงนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ และนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวมทั้งเตรียมดำเนินคดีกับผู้บริหารสภาทนายความ พร้อมกล่าวทิ้งท้ายถึงคู่กรณีว่า “ถ้ากระเป๋าไม่มีเงิน 500 ล้าน อย่ามาสู้”
แหล่งที่มาประกอบเนื้อหา : เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand (คลิกชม)







