
เศรษฐกิจสหรัฐฯ แกร่งเกินคาด ดันหุ้นส่งออกไทยเด่น สวนทางแรงขายกองทุน - DELTA เขย่า SET
คลายความกังวลระยะสั้น! ตัวเลข GDP สหรัฐฯ โตเหนือคาด ตลาดคลายกังวลดอกเบี้ยระยะสั้น หนุนบรรยากาศลงทุนและหุ้นส่งออกไทยรับอานิสงส์เงินบาทอ่อนค่า โบรกชี้หุ้นไทยเผชิญแรงกดดันจากการปรับพอร์ตสิ้นไตรมาส ลดน้ำหนัก DELTA และโอกาสกองทุนวายุภักษ์ขายทำกำไร ชู BCH หุ้นเด่น มองกำไรผ่านจุดต่ำสุด ลุ้นอานิสงส์ปรับเพิ่มค่าชดเชยประกันสังคมช่วงปลายปี
KEY
POINTS
- ตัวเลข GDP สหรัฐฯ โตเหนือคาด ตลาดคลายกังวลดอกเบี้ยระยะสั้น หนุนบรรยากาศลงทุนและหุ้นส่งออกไทยรับอานิสงส์เงินบาทอ่อนค่า
- โบรกชี้หุ้นไทยเผชิญแรงกดดันจากการปรับพอร์ตสิ้นไตรมาส ลดน้ำหนัก DELTA และโอกาสกองทุนวายุภักษ์ขายทำกำไร
- ชู BCH หุ้นเด่น มองกำไรผ่านจุดต่ำสุด ลุ้นอานิสงส์ปรับเพิ่มค่าชดเชยประกันสังคมช่วงปลายปี
บทวิเคราะห์ บล.ไอร่า ระบุว่า เมื่อคืนนี้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณ GDP ไตรมาส 1/69 ครั้งที่ 3 ของสหรัฐฯ ขยายตัว +2.1% จากไตรมาสก่อน (QoQ) มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และมากกว่าตัวเลขประมาณการก่อนหน้า บ่งชี้เศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์
ขณะที่รายงานตัวเลข ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (PCE) เดือน พ.ค. ออกมา +0.4%MoM/+4.1%YoY ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ สะท้อนทิศทางเงินเฟ้อยังคงอยู่ในกรอบที่ตลาดประเมินไว้ คาดจะช่วยผ่อนคลายความกังวลระยะสั้นเกี่ยวกับการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ที่มากกว่าคาดการณ์ในปัจจุบันได้บ้าง
มองตัวเลขเงินเฟ้อที่ยังคงทรงตัวในระดับสูง คาดจะส่งผลให้ FED ยังคงต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนานต่อไป อย่างไรก็ดีการที่ค่าเงินสหรัฐฯ (Dollar Index) เริ่มชะลอกำลังลงบ้างแล้ว
พร้อมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รุ่นอายุ 10 และ 30 ปี ปรับตัวลงทำจุดต่ำสุดใหม่ในภาพระยะสั้น คาดจะเป็นปัจจัยบวกต่อทิศทางราคาสินทรัพย์เสี่ยงได้บ้างในระยะสั้น
ปัจจัยภายในประเทศตัวเลขส่งออกของไทยเดือน พ.ค. ออกมาเพิ่มขึ้น +10.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แม้ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่การส่งออกสินค้าอาทิส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ยังขยายตัวได้ดีคาดจะเป็นจิตวิทยาเชิงบวกต่อ HANA และ KCE รวมทั้งอาหารสัตว์ยังขยายตัวติดกัน 9 เดือนต่อเนื่องมองเป็นบวกต่อ ITC และ AAI แต่กลุ่มเนื้อสัตว์แช่แข็งหดตัวลงบ้าง
กอปรกับ ท่าทีของ BOT ที่คาดมีโอกาสคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.00% ต่อไป ขณะที่ FED มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้โดยเฉพาะเดือน ก.ย. นี้ คาดจะส่งผลให้ค่าเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าได้ต่อ ตาม Dollar Index ที่เร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง คาดจะเป็นจิตวิทยาเชิงบวกต่อหุ้นในกลุ่มส่งออก โดยเฉพาะอาหารที่ได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า (TU, CPF, ITC, AAI, TFG, GFPT และ XO)
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงมุมมองของตลาดยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้าสนับสนุนคาดแนวโน้มการปรับสถานะของนักลงทุนสถาบันในช่วงการปิดไตรมาส 2/69 โดยเฉพาะการปรับน้ำหนัก DELTA ตามเกณฑ์ Capped Weight 10% คาดจะส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยผันผวนได้บ้างในระยะสั้น
รวมทั้งฝ่ายวิเคราะห์คาดว่านักลงทุนสถาบันมีโอกาสปรับพอร์ตในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะกองทุนวายุภักษ์ที่มีโอกาสขายทำกำไรหุ้นออกมาเพื่อเตรียมจ่ายเงินปันผล คาดเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นไทยได้บ้าง
หุ้นแนะนำ
“BCH” ในเชิงกลยุทธ์คาดว่าตลาดจะมีมุมมองเชิงบวกต่อ BCH มากขึ้น จากคาดการณ์ผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 1/69 และมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปในไตรมาส 2/69 จากรายได้ประกันสังคมยังเติบโตดีจากโรคซับซ้อนแม้ว่าฐานผู้ประกันตนจะทรงตัว
แต่รายได้ประกันสังคมในเดือน เม.ย.-พ.ค.69 ยังโตได้ ผลจากรายได้ต่อหัว (Revenue per capita) ที่สูงขึ้น จากการรักษาโรคที่มีความรุนแรงและซับซ้อนสูง (เช่น โรคหัวใจ, โรคหลอดเลือดสมอง, มะเร็ง, และ Sleep test)
ขณะที่ประเด็นสำนักงานประกันสังคมเตรียมตั้งอนุกรรมการพิจารณาปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินชดเชย คาดว่าจะมีผลในไตรมาส 4/69 ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่า BCH จะเป็นผู้ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดในกลุ่มโรงพยาบาล ปัจจุบันราคาหุ้นเทรดอยู่ที่ระดับ Forward PE’26 ที่ 17.9x+/- ราว -1.0 S.D. ของค่าเฉลี่ย 5 ปี ทำให้มองว่าน่าสนใจ
กลยุทธ์ “ทยอยซื้อสะสม”
แนวรับ 9.60 / 9.40 บาท
Target 10.70 / 11.70 บาท
Stop <9.30 บาท
หุ้นแนะนำทางเทคนิค
ICHI ถือ/ซื้อเล่นรอบ แนวรับ 13.60 / 13.20 บาท แนวต้าน 14.40 / 15.20 บาท Stop Loss <13.00 บาท
WUXIAT80 ถือ/ซื้อเล่นรอบ แนวรับ 6.05 / 5.90 บาท แนวต้าน 6.50 / 7.00 บาท Stop Loss <5.60 บาท
CAMBRI80 ถือ/เก็งกำไร แนวรับ 7.30 / 7.20 บาท แนวต้าน 8.20 / 9.30 บาท Stop Loss <6.90 บาท
AFRM03 ซื้อเล่นรอบ แนวรับ 3.26 / 3.16 บาท แนวต้าน 3.50 / 4.00 บาท Stop Loss <3.06 บาท
AMGN06 สะสมเล่นรอบ แนวรับ 2.88 / 2.80 บาท แนวต้าน 3.10 / 3.20 บาท Stop Loss <2.74 บาท







