posttoday
ยุคแห่ง AI Agent เมื่อบริษัท AI มุ่งสู่ Agentic อย่างเป็นทางการ

ยุคแห่ง AI Agent เมื่อบริษัท AI มุ่งสู่ Agentic อย่างเป็นทางการ

26 มิถุนายน 2569

AI กำลังเปลี่ยนผ่านจาก Chatbot สู่ AI Agent ที่คิด วางแผน และทำงานได้เองอัตโนมัติ จุดชนวนสมรภูมิใหม่ที่อาจกำหนดผู้นำเทคโนโลยีแห่งอนาคต

ในช่วงที่ผ่านมาเราได้เห็นการพัฒนา AI อย่างก้าวกระโดด ภายในเวลาไม่กี่ปีจากโลกที่เคยได้ยินเทคโนโลยีนี้บนหน้ากระดาษ ปัจจุบันกลายเป็นสิ่งที่เราใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน และยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากที่เคยเป็นผู้ช่วย สู่ระบบที่สามารถจัดการและทำงานโดยอัตโนมัติ

วันนี้เราจึงมาพูดถึงการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีที่กำลังมุ่งสู่ AI Agent กันเสียหน่อย

 

ยุคแห่ง AI Agent เมื่อบริษัท AI มุ่งสู่ Agentic อย่างเป็นทางการ

 

จาก Chatbot มุ่งสู่การเป็น AI Agent

ที่ผ่านมาเราคุ้นเคยการใช้งาน AI ในฐานะ Chatbot ที่คอยทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในการทำงาน คอยตอบคำถามข้อสงสัย สามารถค้นหา รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมจัดการงานที่ได้รับมอบหมายตามคำสั่งอย่างแม่นยำ ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญของการทำงานในยุคปัจจุบัน

ล่าสุดเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนผ่านอีกครั้งจากเดิมที่ให้เราต้องคอยถามและป้อนคำสั่งเข้าไปจึงปฏิบัติตามทีละขั้น สู่ AI Agent ซอฟต์แวร์ที่ได้รับการออกแบบให้สามารถคิด วิเคราะห์ ตัดสินใจ พร้อมลงมือทำได้เองโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องอาศัยการกำกับดูแลหรือออกคำสั่งทีละขั้นเหมือน AI ดั้งเดิมอีกต่อไป

จุดเด่นสำคัญของ AI Agent คือการที่ระบบรองรับและจัดการงานได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องอาศัยการแทรกแซงจากผู้ใช้งาน เหลือเพียงขั้นตอนที่อาจให้เราใช้สำหรับกำหนดผลลัพธ์และยืนยันกรณีเป็นเนื้อหาละเอียดอ่อนที่มีความสำคัญเท่านั้น ที่เหลือระบบจะจัดการและตัดสินใจทุกอย่างได้เอง

ซึ่งปัจจุบันตลาดของ AI Agent ก็กำลังขยายตัวอย่างคึกคัก จากการที่บริษัทและองค์กรมากมายกำลังลงสนาม

 

ยุคแห่ง AI Agent เมื่อบริษัท AI มุ่งสู่ Agentic อย่างเป็นทางการ

 

บริษัทที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปเป็น AI Agent เต็มตัว

บริษัทเทคโนโลยีน้อยใหญ่ต่างผลักดัน AI Agent อย่างแข็งขัน เนื่องจากมูลค่าของตลาดนี้อยู่ที่ 1.09 หมื่นล้านดอลลาร์(ราว 358,000 ล้านบาท) ไปเป็น 1.829 แสนล้านดอลลาร์(ราว 6 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2033 นับเป็นการขยายตัวถึง 17 เท่าภายในช่วงเวลาราว 7 ปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกเจ้าต่างมุ่งหน้าสู่ตลาดนี้เต็มตัว

บริษัทแรกที่ต้องพูดถึงคือ Microsoft ที่เพิ่งเปิดตัว Microsoft Socut ไปในวันที่ 2 มิถุนายน 2026 ในงานประชุมนักพัฒนา Microsoft Build 2026 กับ AI Agent รุ่นใหม่ที่โดดเด่นในเรื่องความปลอดภัยและตรวจสอบย้อนหลังได้ว่า AI ทำอะไรลงไปบ้าง พร้อมสามารถใช้งานร่วมกับ Copilot Studio ที่ถูกใช้ในเวิร์กโฟลวของหลายบริษัทได้สะดวก

Google ก็ผลักดัน Gemini สุดยอดโมเดลเรือธงของบริษัทออกสู่ทุกระบบและฟีเจอร์ในเครืออย่างเต็มที่ ทั้งในส่วนระบบ Search ดั้งเดิม หรือใน Workspace ตั้งแต่ปฏิทิน อีเมล และการทำงาน ตลอดจนการจัดระเบียบในทุกส่วนของ Google นอกจากนี้ยังมีการพัฒนา AI Agent ขนาดเล็ก เช่น  AlphaFold สำหรับใช้ในการแพทย์อีกด้วย

บริษัทบริหารจัดการลูกค้าเองก็ไม่ยอมน้อยหน้า Saleforce เปิดตัว AgentForce แพลตฟอร์ม AI Agent อัจฉริยะ รองรับการทำงานเองอย่างอิสระ โดยอาศัยข้อมูลภายในองค์กรและธุรกิจ พร้อมสร้าง พร้อมระบบ Agent Builder ที่ช่วยให้สร้างและปรับแต่ง AI สำหรับใช้งานได้เองด้วยภาษาธรรมชาติ พร้อมรองรับภาษาไทยเต็มรูปแบบ

นอกจากบรรดาบริษัทน้อยใหญ่ที่ต่างมุ่งมั่นผลักดันองค์กรและระบบให้รองรับการใช้ AI Agent แล้ว แม้แต่โปรแกรมเมอร์อิสระก็มีส่วนในระบบนี้ไม่น้อยอย่าง OpenClaw แพลฟอร์ม AI Agent แบบโอเพนซอร์ส ที่เปิดให้ผู้ใช้งานเชื่อมต่อและวางระบบ AI ของตัวเอง โดยเชื่อมกับโมเดลภายนอกทั้ง Claude, GPT, Deepseek หรือ Qwen ได้ดังใจ

ทั้งหมดล้วนเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันไปสู่ Agentic AI ระบบที่ให้ AI Agent พูดคุยและทำงานอัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องกำกับดูแลอีกต่อไป

 

ยุคแห่ง AI Agent เมื่อบริษัท AI มุ่งสู่ Agentic อย่างเป็นทางการ

สู่ Agentic AI กับการขึ้นเป็นผู้นำตลาดครั้งใหม่

เราสามารถพูดได้เต็มปากว่านี่จะเป็นสมรภูมิใหม่ที่หลายบริษัทให้ความสนใจมาลงทุน เนื่องจาก AI เริ่มได้รับการยอมรับว่า สามารถนำไปใช้ในการทำงานได้จริง นับแต่การขยายตัวและความนิยมในการใช้งาน Claude Code รวมถึง AI ช่วยเขียนโค้ดทั้งหลาย ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีบนฟองสบู่แบบเดียวกับ Metaverse อีกต่อไป

ขณะเดียวกันแนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยี AI แบบเดิมก็เริ่มมาถึงข้อจำกัด Claude Mythos มีประสิทธิภาพสูงมาก แต่ถูกเฝ้าระวังและหมายหัวจนถูกสั่งระงับการเขาเข้าถึงจากรัฐบาล อีกทั้งการพัฒนาโมเดลเองก็เริ่มถึงจุดอิ่มตัวทางทรัพยากรประมวลผลและต้นทุน ที่ทำให้การขยายขีดความสามารถนับจากนี้อาจเป็นเรื่องไม่คุ้มค่า

ทำให้จากนี้ไปอาจไม่มีการขยายขีดความสามารถโมเดลให้เก่งกาจเหนือจินตนาการไปกว่านี้มากนัก แต่จะเน้นการใช้งานจริงในองค์กรเพื่อการนำไปใช้จริงเพื่อสร้างเม็ดเงินชดเชยที่ลงทุนไป โดยเฉพาะส่วนในการจัดการงานที่มีความซับซ้อนให้ลุล่วง ทำให้นับจากนี้ AI อาจถูกวัดประสิทธิภาพด้วยผลสำเร็จการทำงาน ความเสถียร และต้นทุนในการใช้งานแทน

นั่นเป็นเหตุผลให้ความเร็วในการผลักดันระบบ AI Agent ให้กลายเป็น Agentic AI ซึ่งสามารถให้ AI หลายตัวจัดการกระจายงานไปทำในแต่ละส่วนเองอัตโนมัติสำคัญยิ่ง เพราะจะทำให้บริษัทและองค์กรเหล่านั้นกลายเป็นผู้นำตลาดเทคโนโลยีที่มีโซลูชันในการแก้ปัญหาไปโดยปริยาย

อีกเหตุผลที่ทำให้หลายฝ่ายเร่งพัฒนามาจาก ระบบที่มุ่งสู่ Agentic AI เหล่านี้จะเข้าไปอยู่ในระบบการทำงานและเข้าถึงข้อมูลองค์กรในระดับลึกที่สุด ดังนั้นเมื่อมีการติดตั้ง ยอมรับ และนำเข้าสู่ระบบการทำงานแล้ว โอกาสที่จะมีการเปลี่ยนในภายหลังมีน้อยมาก ทุกบริษัทจึงต้องมุ่งผลักดัน AI Agent ออกมาให้เร็วที่สุดเพื่อชิงส่วนแบ่งทางการตลาดไว้ในมือ

นั่นทำให้นับจากนี้สนามการแข่งขันของเทคโนโลยี AI จะกลายเป็น AI Agent อย่างเต็มรูปแบบ

 

 

เห็นได้ชัดว่าทิศทางของโลกกำลังเปลี่ยนไปโดยเฉพาะการผลักดัน AI Agent เพื่อมุ่งสู่ Agentic AI เต็มรูปแบบของหลายบริษัท เมื่อรวมกับแนวโน้มที่ผู้ใช้งานและองค์กรเริ่มมองหาความคุ้มค่าและต้นทุนประมวลผลมากยิ่งขึ้น ทำให้จากนี้สิ่งสำคัญของ AI อาจไม่ใช่โมเดลฉลาดที่สุดอีกต่อไป แต่อยู่ที่โมเดลที่คุ้มต้นทุนที่สุดแทน

 

 

ที่มา

https://theconversation.com/more-than-chatbots-why-business-ai-agents-are-big-techs-next-product-battleground-285055

https://www.forbes.com/councils/forbestechcouncil/2026/06/04/the-agentic-ai-economy-why-roi-depends-on-algorithmic-accountability/

https://www.gartner.com/en/newsroom/press-releases/2026-05-05-gartner-says-autonomous-business-and-artificial-intelligence-layoffs-may-create-budget-room-but-do-not-deliver-returns

 

ข่าวล่าสุด

AOT ทุ่ม 3 แสนล้าน อัปเกรด 6 สนามบิน รับ 160 ล้านคน ภายในปี 77

AOT ทุ่ม 3 แสนล้าน อัปเกรด 6 สนามบิน รับ 160 ล้านคน ภายในปี 77