posttoday
ส่อง 13 หุ้นเด่น ส่งออก-ท่องเที่ยว-รพ. อานิสงส์บาทอ่อน หลัง กนง. คงดอกเบี้ย 1%

ส่อง 13 หุ้นเด่น ส่งออก-ท่องเที่ยว-รพ. อานิสงส์บาทอ่อน หลัง กนง. คงดอกเบี้ย 1%

25 มิถุนายน 2569

เปิดโผ 13 หุ้นเด่น “ส่งออก-ท่องเที่ยว-รพ.” ได้ประโยชน์บาทอ่อน หลัง กนง. คงดอกเบี้ย 1% สวนทางเฟดจ่อขึ้นดอกเบี้ย ส่วนต่างดอกเบี้ยกว้างขึ้น ทำเงินทุนไหลออก กดดันค่าเงินบาท

KEY

POINTS

  • คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ซึ่งสวนทางกับทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐฯ
  • ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่กว้างขึ้นส่งผลให้เกิดเงินทุนไหลออกและกดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง
  • ภาวะบาทอ่อนเป็นผลดีต่อหุ้นในกลุ่มส่งออก, ท่องเที่ยว และโรงพยาบาล 

จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 3 ของปี 2569 เมื่วันที่ 24 มิ.ย.2569 มีมติเป็นเอกฉันท์ 7-0 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ท่ามกลางการประเมินภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป 

 

โดยได้ปรับประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2569 อยู่ที่ 2.3% เดิมคาด 1.5% มีแรงส่งจากการส่งออกการลงทุนด้านเทคโนโลยี AI รวมถึงสงครามในตะวันออกกลางผ่อนคลายลง 

 

อย่างไรก็ตาม SMEs และครัวเรือนยังเปราะบาง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังอยู่ในกรอบที่ประเมินไว้ที่ 2.8% เดิมคาด 2.9%

 

ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยและแรงกดดันจากเงินทุนไหลออก

 

ประเด็นที่น่าจับตามองคือ ความแตกต่างระหว่างนโยบายการเงินของไทยและสหรัฐฯ โดยฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส มีมุมมองว่า เศรษฐกิจไทยดูดีขึ้น หลัง กนง. ปรับเป้า GDP ไทยปีนี้สูงขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อยังมีอยู่ในกรอบเป้าหมาย 1-3% ทำให้คาดว่า กนง. อาจจะคงดอกเบี้ยไว้ระดับเดิมจนถึงสิ้นปีนี้ 

 

ขณะที่ทิศทางนโยบายการเงินทั่วโลก มีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น กดดันตลาดหุ้นผันผวน โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ซึ่งหลาย ๆ สำนักคาดอาจเห็นการขึ้นดอกเบี้ย 2-3 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้ เมื่อ FED ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยทั้ง 2 ประเทศกว้างขึ้น

 

ผลกระทบจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว สะท้อนออกมาเห็นชัดเจนผ่านกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายของต่างชาติ (Fund Flow) ที่ได้เทขายและดึงเงินทุนออกจากตลาดหุ้นภูมิภาค โดยเดือน มิ.ย. (MTD) ต่างชาติขายสุทธิหุ้นทุกประเทศ 

 

  • เกาหลีใต้ ขายสุทธิ 2.0 หมื่นล้านเหรียญ
  • ไต้หวัน ขายสุทธิ 1.3 หมื่นล้านเหรียญ
  • อินเดีย ขายสุทธิ 3.3 พันล้านเหรียญ
  • อินโดนีเซีย ขายสุทธิ 939 ล้านเหรียญ
  • ฟิลิปปินส์ ขายสุทธิ 14 ล้านเหรียญ 
  • ไทย ขายสุทธิ 251 ล้านเหรียญ 

 

สำหรับตลาดการเงินไทย ตั้งแต่ ม.ค.-มิ.ย.2569 พบว่า 

 

  • เดือน ม.ค.2569 Fund Flow ไหลเข้า 47,679 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดหุ้น 4,355 ล้านบาท และตราสารหนี้ 43,324 ล้านบาท
  • เดือน ก.พ.2569 Fund Flow ไหลเข้า 67,197 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดหุ้น 54,471 ล้านบาท และตราสารหนี้ 12,726 ล้านบาท
  • เดือน มี.ค.2569 Fund Flow ไหลออก 76,106 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดหุ้น 39,639 ล้านบาท และตราสารหนี้ 36,467 ล้านบาท
  • เดือน เม.ย.2569 Fund Flow ไหลเข้า 2,703 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดหุ้น 2,429 ล้านบาท และตราสารหนี้ 5,132 ล้านบาท
  • เดือน พ.ค.2569 Fund Flow ไหลเข้า 24,830 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดหุ้น 3,559 ล้านบาท และตราสารหนี้ 21,271 ล้านบาท
  • เดือน มิ.ย.2569 (MTD) Fund Flow ไหลออก 34,012 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดหุ้น 8,497 ล้านบาท และตราสารหนี้ 25,515 ล้านบาท 
  • วันที่ 1 ม.ค.-24 มิ.ย.2569 (YTD) Fund Flow ไหลเข้า 33,179 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดหุ้น 11,821 ล้านบาท และตราสารหนี้ 21,358 ล้านบาท 

 

ค่าเงินบาทอ่อนค่า โอกาสในวิกฤตความผันผวน

 

เมื่อ Fund Flow ต่างชาติไหลออกจากทั้งตลาดหุ้นและตราสารหนี้ โดยเฉพาะในเดือน มิ.ย.2569 ที่มีเงินไหลออกรวม 34,012 ล้านบาท มักจะกลายเป็นแรงกดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง สภาวะเช่นนี้สร้างโอกาสให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากบาทอ่อน 

 

กลุ่มส่งออก: ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการแปลงรายได้เงินตราต่างประเทศกลับมาเป็นเงินบาท เช่น TU, ITC, CPF, GFPT และ IVL


กลุ่มท่องเที่ยว: ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาใช้จ่ายได้มากขึ้น ได้แก่ AOT, THAI, BA, MINT, CENTEL และ ERW


กลุ่มโรงพยาบาล: โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่รองรับผู้ป่วยต่างชาติ (Medical Tourism) ได้แก่ BH และ BDMS

ข่าวล่าสุด

CLICX ผนึก NCB ใช้ข้อมูลทางเลือก ปลดล็อกกลุ่มไร้ประวัติเข้าถึงการเงิน

CLICX ผนึก NCB ใช้ข้อมูลทางเลือก ปลดล็อกกลุ่มไร้ประวัติเข้าถึงการเงิน