
หุ้นโลกสะเทือน! ดาวโจนส์ร่วงเกือบ 1,000 จุด ฉุด SET เสี่ยงปรับฐาน
ตลาดการเงินทั่วโลกเข้าสู่โหมดระวังความเสี่ยง! ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งกว่า 953 จุด แรงขายหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ถล่ม ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้งดันราคาน้ำมันพุ่งแรง กดดันตลาดหุ้นและทองคำ บล.พาย คาดหุ้นไทยเสี่ยงปรับฐานในกรอบ 1,540-1,570 จุด แนะถือเงินสดเพิ่ม พร้อมชูหุ้นเด่น ITC และ CPN ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งรองรับการเติบโตในครึ่งปีหลัง
KEY
POINTS
- ตลาดการเงินทั่วโลกเข้าสู่โหมดระวังความเสี่ยง! ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งกว่า 953 จุด แรงขายหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ถล่ม
- ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้งดันราคาน้ำมันพุ่งแรง กดดันตลาดหุ้นและทองคำ
บล.พาย คาดหุ้นไทยเสี่ยงปรับฐานในกรอบ 1,540-1,570 จุด แนะถือเงินสดเพิ่ม ชูหุ้นเด่น ITC และ CPN ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง
บทวิเคราะห์ บล.พาย ระบุว่า DJIA เมื่อคืนปิดลบ 953 จุด ลดลง -1.9% ขณะที่ Nasdaq ก็ปรับลง เช่นกันตลาดถูกกดดันจากการที่นักลงทุนขายหุ้นกลุ่ม Semi ต่อเนื่อง
ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 1.8% หลังสหรัฐฯจะ เตรียมโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรง โดย S&P500 เป็นการปรับลง ในทุกๆ Sector ไม่ว่าจะเป็น Tech Finance Semiconductor มีเพียงพลังงานที่ยืนแดนบวกได้
ปัจจัยต่างประเทศ
สหรัฐฯรายงาน CPI พบว่าเป็นไปตามที่ตลาดประเมินไว้แต่เงินเฟ้อพื้นฐานเทียบจากเดือนก่อน (MoM) ต่ำกว่าตลาดคาดการณ์สินค้าที่เร่งเงินเฟ้อเป็นหลักยังมาจากพลังงาน
แต่อย่างไรก็ตามจากนั้นมีรายงานออกมาว่าสหรัฐฯเตรียมทำการโจมตี IRAN พร้อมกับมีข่าวว่าเกิดเสียงระเบิดดังขึ้นในหลายพื้นที่ของ IRAN ฝั่ง IRAN ได้ประกาศปิด HORMUZ โดยจะไม่ให้เรือลำใดผ่าน
หนุนให้เช้านี้ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 2.6% สถานการณ์กลับมาตึงเครียดและยังไม่แน่ชัดว่าจะจบลงอย่างไร คืนนี้รอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ PPI Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 0.7%MoM และตัวผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน Consensus คาดไว้ที่ 2.2 แสนราย หาก PPI รายงานแล้วต่ำกว่าคาดการณ์อาจพอหนุนตลาดได้ระยะสั้น
ปัจจัยในประเทศ
ภาพใหญ่ยังไร้ปัจจัยใหม่ๆแต่ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นพร้อมกับเงิน บาทที่อ่อนค่าจะกดดันเงินเฟ้อให้เร่งขึ้นจากนี้ มองเป็นปัจจัยกด ดันต่อการลงทุนแต่จะบวกกับ Bank ซึ่งเห็นการขายสุทธิสำหรับหุ้นไทยต่อเนื่องของต่างชาติ
วันนี้ประเมิน SET เสี่ยงปรับฐานในกรอบ 1,540 – 1,570 จุด รับแรงกดดันจาก ELECTRONIC โดยเช้านี้ Kospi ลดลง -4% และเงินบาทที่อ่อนค่าจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเงินทุนต่างชาติ
กลยุทธ์การลงทุนยังเน้นถือครองเงินสดมากขึ้นจนกว่าดัชนีจะปรับลงมาในจุดที่เหมาะสม ระยะสั้นอาจเลือกเก็งกำไรในกลุ่มพลังงาน (PTTEP, PTTGC, PTT) กลุ่ม Domestic (CPALL, CPN, HMPRO, BDMS) กลุ่มส่งออก (ITC, TU)
หุ้นโดดเด่น
ITC ราคาเป้าหมาย 19.70 บาท ต้นทุนด้านพลังงานคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 2.1% ของต้นทุนรวม ซึ่ง ITC มีการเจรจาปรับราคากับลูกค้าอยู่ โดยจะเริ่มเห็นในช่วงปลายไตรมาส 2/2569 นี้
CPN ราคาเป้าหมาย 78.00 บาท แนวโน้มในช่วงที่เหลือของปี ในแง่รายได้ค่าเช่าคาดยังเติบโตได้จากการเปิดศูนย์ใหม่ 2 แห่งอย่างขอนแก่นแคมปัสและนอร์ทวิลล์







