
บทเรียนพลังงาน EARTH JUMP 2026 เมื่อ AI กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่เศรษฐกิจ
“No Sustainability, No Scale” บทเรียนจาก EARTH JUMP 2026 ว่าด้วยพลังงาน เทคโนโลยี และการพัฒนาคน เพื่ออนาคต AI ที่ยั่งยืน
KEY
POINTS
- พลังงานที่มั่นคงและยั่งยืนเป็นเงื่อนไขพื้นฐานในการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์และ AI ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่ต้องการพลังงานมหาศาลอย่างต่อเนื่อง
- ความเสถียรของระบบไฟฟ้าและประสิทธิภาพของระบบทำความเย็นคือหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน โดยทั้งสองระบบต้องถูกออกแบบให้ทำงานสอดประสานกันเพื่อรองรับการประมวลผลของ AI
- ระบบนิเวศดิจิทัลจะยั่งยืนได้ต้องอาศัยการพัฒนาบุคลากรไทยให้มีทักษะแห่ง
“No Sustainability, No Scale” บทเรียนจากเวที EARTH JUMP 2026
แปลสั้นๆ ได้ว่า “ไม่มีความยั่งยืน ก็เติบโตไม่ได้”
บนเวที EARTH JUMP 2026 ในหัวข้อ “Sustainability License to Operate AI & Data Centre: No Sustainability, No Scale” ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน คุณนพเดช กรรณสูต จาก บี.กริม เพาเวอร์ ถ่ายทอดภาพอนาคตของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์และ AI ได้อย่างน่าสนใจว่า “ความยั่งยืน” ไม่ใช่เพียงองค์ประกอบเสริม แต่คือเงื่อนไขพื้นฐานในการเติบโต หากไม่มีฐานพลังงานที่มั่นคง ระบบทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพ และบุคลากรที่พร้อมรับการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี การขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัลย่อมไปได้ไม่ไกล
พลังงานคือ “ใบอนุญาตให้เติบโต” ของ Data Centre ยุค AI
ประเด็นแรกที่ถูกย้ำอย่างชัดเจนคือ ดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่ต้องถูกออกแบบบนรากฐานของพลังงานที่เชื่อถือได้ มีประสิทธิภาพ และรองรับการเพิ่มขึ้นของโหลดไฟฟ้าในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อ AI และบริการดิจิทัลขนาดใหญ่กำลังผลักดันความต้องการพลังงานให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แนวคิดนี้สะท้อนผ่านโครงการ B.Grimm Digital Edge ดาต้าเซ็นเตอร์ไฮเปอร์สเกลขนาด 100 เมกะวัตต์ในพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างประสบการณ์ด้านพลังงานของ B.Grimm Power และความเชี่ยวชาญด้านดาต้าเซ็นเตอร์ของ Digital Edge โครงการถูกพัฒนาเพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มไฮเปอร์สเกลและธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในช่วงปลายปี 2569
“No Sustainability, No Scale” ในมุมของคุณนพเดช จึงหมายความว่า การขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้ถึงระดับไฮเปอร์สเกล จะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดระบบพลังงานที่มั่นคงและยั่งยืนตั้งแต่ต้นทาง
ไฟฟ้าที่เสถียร + ความเย็นที่มีประสิทธิภาพ = หัวใจของ Data Centre
ประเด็นที่สองคือเรื่อง “การจัดการพลังงานภายในดาต้าเซ็นเตอร์” ซึ่งในยุค AI กลายเป็นโจทย์ที่ซับซ้อนกว่ายุคก่อนอย่างมาก เนื่องจากการประมวลผลที่เข้มข้นขึ้นสร้างความร้อนจำนวนมหาศาล ระบบไฟฟ้าจึงต้องมีความเสถียรสูง ในขณะที่ระบบทำความเย็นต้องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง
คุณนพเดชมองว่าความได้เปรียบของ B.Grimm Power ไม่ได้อยู่ที่การผลิตไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการมีเครือข่ายพันธมิตรในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบทำความเย็น Carrier ซึ่งช่วยให้สามารถบูรณาการความรู้ด้านพลังงานและการระบายความร้อนเข้าด้วยกันได้อย่างเป็นระบบ
ในดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกล ความล้มเหลวของส่วนใดส่วนหนึ่งอาจกระทบต่อทั้งระบบ การออกแบบจึงต้องทำให้ “พลังงาน” และ “ความเย็น” ทำงานสอดประสานกันเสมือนเป็นโครงสร้างพื้นฐานเดียวกัน เพื่อให้ได้ทั้ง Reliability และ Efficiency ในระดับที่รองรับงาน AI และคลาวด์สมัยใหม่ได้จริง
Digital Ecosystem ที่แข็งแรง เริ่มจาก “คนไทยที่มีทักษะอนาคต”
ประเด็นสุดท้ายคือเรื่องการพัฒนาคน ซึ่งคุณนพเดชมองว่า เป็นหัวใจของการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลในระยะยาว อุตสาหกรรม AI และดาต้าเซ็นเตอร์ไม่สามารถเติบโตได้ด้วยฮาร์ดแวร์และเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว หากไม่มีแรงงานที่มีทักษะตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะทักษะด้าน STEM (Science, Technology, Engineering, Mathematics)
บี.กริม เพาเวอร์ จึงวางบทบาทของตนเองในฐานะผู้สนับสนุนการศึกษา “ทุกช่วงวัย” ตั้งแต่โครงการ Little Scientists’ House Thailand ที่ปลูกฝังความสนุกกับวิทยาศาสตร์ตั้งแต่ระดับปฐมวัย โครงการอาชีวศึกษาทวิภาคีที่เชื่อมการเรียนกับความต้องการของอุตสาหกรรม ไปจนถึงการสนับสนุนหลักสูตร Harbour.Space@UTCC เพื่อพัฒนานักนวัตกรรมและผู้ประกอบการรุ่นใหม่
ข้อเท็จจริงที่ถูกยกขึ้นมาบนเวทีคือ มากกว่า 90% ของโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ของบี.กริม ขับเคลื่อนโดยคนไทยและบริษัทไทย สะท้อนว่าระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศกำลังสร้างความสามารถภายในประเทศได้มากขึ้น และนั่นอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลมีความยั่งยืนกว่าการพึ่งพาทรัพยากรจากภายนอกเพียงอย่างเดียว
จาก “โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล” สู่ “โครงสร้างพื้นฐานของความยั่งยืน”
สิ่งที่ทำให้การนำเสนอครั้งนี้น่าสนใจคือ การพลิกมุมมองจากการพูดถึงดาต้าเซ็นเตอร์ในฐานะอาคารที่เต็มไปด้วยเซิร์ฟเวอร์ ไปสู่การมองว่า AI และ Data Centre คือ ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงพลังงาน สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และการพัฒนาคนเข้าด้วยกัน
หากสรุปเป็น 3 ประเด็นสำคัญของคุณนพเดช กรรณสูต ได้แก่
- ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องเติบโตบนฐานพลังงานที่มั่นคงและยั่งยืน เพราะ AI และเศรษฐกิจดิจิทัลต้องการพลังงานจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง
- Reliability ของไฟฟ้าและประสิทธิภาพของระบบทำความเย็นคือหัวใจการดำเนินงาน โดยทั้งสองระบบต้องถูกออกแบบให้ทำงานสอดประสานกัน
- Digital Ecosystem จะยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อพัฒนาคนไทยให้มีทักษะอนาคต ผ่านการศึกษา STEM การอาชีวศึกษา และการสร้างนักนวัตกรรมรุ่นใหม่
ท้ายที่สุด ข้อความ “No Sustainability, No Scale” จึงไม่ใช่เพียงสโลแกนของงาน แต่เป็นกรอบคิดที่เชื่อมโยง พลังงาน–ความเย็น–บุคลากร เข้าด้วยกัน และชี้ว่าการขยาย AI & Data Centre ให้เติบโตอย่างแท้จริง ต้องเริ่มจากการสร้างความยั่งยืนตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่ค่อยเติมเข้าไปภายหลังเมื่อระบบขยายตัวแล้ว







