posttoday
บทเรียนพลังงาน EARTH JUMP 2026 เมื่อ AI กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่เศรษฐกิจ

บทเรียนพลังงาน EARTH JUMP 2026 เมื่อ AI กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่เศรษฐกิจ

11 มิถุนายน 2569

“No Sustainability, No Scale” บทเรียนจาก EARTH JUMP 2026 ว่าด้วยพลังงาน เทคโนโลยี และการพัฒนาคน เพื่ออนาคต AI ที่ยั่งยืน

KEY

POINTS

  • พลังงานที่มั่นคงและยั่งยืนเป็นเงื่อนไขพื้นฐานในการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์และ AI ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่ต้องการพลังงานมหาศาลอย่างต่อเนื่อง
  • ความเสถียรของระบบไฟฟ้าและประสิทธิภาพของระบบทำความเย็นคือหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน โดยทั้งสองระบบต้องถูกออกแบบให้ทำงานสอดประสานกันเพื่อรองรับการประมวลผลของ AI
  • ระบบนิเวศดิจิทัลจะยั่งยืนได้ต้องอาศัยการพัฒนาบุคลากรไทยให้มีทักษะแห่ง

“No Sustainability, No Scale” บทเรียนจากเวที EARTH JUMP 2026 

 

แปลสั้นๆ ได้ว่า “ไม่มีความยั่งยืน ก็เติบโตไม่ได้”

บนเวที EARTH JUMP 2026 ในหัวข้อ “Sustainability License to Operate AI & Data Centre: No Sustainability, No Scale” ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน คุณนพเดช กรรณสูต จาก บี.กริม เพาเวอร์ ถ่ายทอดภาพอนาคตของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์และ AI ได้อย่างน่าสนใจว่า “ความยั่งยืน” ไม่ใช่เพียงองค์ประกอบเสริม แต่คือเงื่อนไขพื้นฐานในการเติบโต หากไม่มีฐานพลังงานที่มั่นคง ระบบทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพ และบุคลากรที่พร้อมรับการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี การขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัลย่อมไปได้ไม่ไกล

 

ภาพจากเพจ B.GrimmPowe

 

 พลังงานคือ “ใบอนุญาตให้เติบโต” ของ Data Centre ยุค AI

 

ประเด็นแรกที่ถูกย้ำอย่างชัดเจนคือ ดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่ต้องถูกออกแบบบนรากฐานของพลังงานที่เชื่อถือได้ มีประสิทธิภาพ และรองรับการเพิ่มขึ้นของโหลดไฟฟ้าในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อ AI และบริการดิจิทัลขนาดใหญ่กำลังผลักดันความต้องการพลังงานให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

แนวคิดนี้สะท้อนผ่านโครงการ B.Grimm Digital Edge ดาต้าเซ็นเตอร์ไฮเปอร์สเกลขนาด 100 เมกะวัตต์ในพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างประสบการณ์ด้านพลังงานของ B.Grimm Power และความเชี่ยวชาญด้านดาต้าเซ็นเตอร์ของ Digital Edge โครงการถูกพัฒนาเพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มไฮเปอร์สเกลและธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในช่วงปลายปี 2569

 

ภาพ The Nation

 

“No Sustainability, No Scale” ในมุมของคุณนพเดช จึงหมายความว่า การขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้ถึงระดับไฮเปอร์สเกล จะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดระบบพลังงานที่มั่นคงและยั่งยืนตั้งแต่ต้นทาง

 

ไฟฟ้าที่เสถียร + ความเย็นที่มีประสิทธิภาพ = หัวใจของ Data Centre

 

ประเด็นที่สองคือเรื่อง “การจัดการพลังงานภายในดาต้าเซ็นเตอร์” ซึ่งในยุค AI กลายเป็นโจทย์ที่ซับซ้อนกว่ายุคก่อนอย่างมาก เนื่องจากการประมวลผลที่เข้มข้นขึ้นสร้างความร้อนจำนวนมหาศาล ระบบไฟฟ้าจึงต้องมีความเสถียรสูง ในขณะที่ระบบทำความเย็นต้องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง

 

คุณนพเดชมองว่าความได้เปรียบของ B.Grimm Power ไม่ได้อยู่ที่การผลิตไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการมีเครือข่ายพันธมิตรในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบทำความเย็น Carrier ซึ่งช่วยให้สามารถบูรณาการความรู้ด้านพลังงานและการระบายความร้อนเข้าด้วยกันได้อย่างเป็นระบบ

 

ในดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกล ความล้มเหลวของส่วนใดส่วนหนึ่งอาจกระทบต่อทั้งระบบ การออกแบบจึงต้องทำให้ “พลังงาน” และ “ความเย็น” ทำงานสอดประสานกันเสมือนเป็นโครงสร้างพื้นฐานเดียวกัน เพื่อให้ได้ทั้ง Reliability และ Efficiency ในระดับที่รองรับงาน AI และคลาวด์สมัยใหม่ได้จริง

 

บทเรียนพลังงาน EARTH JUMP 2026 เมื่อ AI กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่เศรษฐกิจ

 

Digital Ecosystem ที่แข็งแรง เริ่มจาก “คนไทยที่มีทักษะอนาคต”

 

ประเด็นสุดท้ายคือเรื่องการพัฒนาคน ซึ่งคุณนพเดชมองว่า เป็นหัวใจของการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลในระยะยาว อุตสาหกรรม AI และดาต้าเซ็นเตอร์ไม่สามารถเติบโตได้ด้วยฮาร์ดแวร์และเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว หากไม่มีแรงงานที่มีทักษะตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะทักษะด้าน STEM (Science, Technology, Engineering, Mathematics)

 

บี.กริม เพาเวอร์ จึงวางบทบาทของตนเองในฐานะผู้สนับสนุนการศึกษา “ทุกช่วงวัย” ตั้งแต่โครงการ Little Scientists’ House Thailand ที่ปลูกฝังความสนุกกับวิทยาศาสตร์ตั้งแต่ระดับปฐมวัย โครงการอาชีวศึกษาทวิภาคีที่เชื่อมการเรียนกับความต้องการของอุตสาหกรรม ไปจนถึงการสนับสนุนหลักสูตร Harbour.Space@UTCC เพื่อพัฒนานักนวัตกรรมและผู้ประกอบการรุ่นใหม่

 

ข้อเท็จจริงที่ถูกยกขึ้นมาบนเวทีคือ มากกว่า 90% ของโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ของบี.กริม ขับเคลื่อนโดยคนไทยและบริษัทไทย สะท้อนว่าระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศกำลังสร้างความสามารถภายในประเทศได้มากขึ้น และนั่นอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลมีความยั่งยืนกว่าการพึ่งพาทรัพยากรจากภายนอกเพียงอย่างเดียว

 

บทเรียนพลังงาน EARTH JUMP 2026 เมื่อ AI กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่เศรษฐกิจ

 

จาก “โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล” สู่ “โครงสร้างพื้นฐานของความยั่งยืน”

 

สิ่งที่ทำให้การนำเสนอครั้งนี้น่าสนใจคือ การพลิกมุมมองจากการพูดถึงดาต้าเซ็นเตอร์ในฐานะอาคารที่เต็มไปด้วยเซิร์ฟเวอร์ ไปสู่การมองว่า AI และ Data Centre คือ ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงพลังงาน สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และการพัฒนาคนเข้าด้วยกัน

 

หากสรุปเป็น 3 ประเด็นสำคัญของคุณนพเดช กรรณสูต ได้แก่

  • ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องเติบโตบนฐานพลังงานที่มั่นคงและยั่งยืน เพราะ AI และเศรษฐกิจดิจิทัลต้องการพลังงานจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง
  • Reliability ของไฟฟ้าและประสิทธิภาพของระบบทำความเย็นคือหัวใจการดำเนินงาน โดยทั้งสองระบบต้องถูกออกแบบให้ทำงานสอดประสานกัน
  • Digital Ecosystem จะยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อพัฒนาคนไทยให้มีทักษะอนาคต ผ่านการศึกษา STEM การอาชีวศึกษา และการสร้างนักนวัตกรรมรุ่นใหม่

 

ท้ายที่สุด ข้อความ “No Sustainability, No Scale” จึงไม่ใช่เพียงสโลแกนของงาน แต่เป็นกรอบคิดที่เชื่อมโยง พลังงาน–ความเย็น–บุคลากร เข้าด้วยกัน และชี้ว่าการขยาย AI & Data Centre ให้เติบโตอย่างแท้จริง ต้องเริ่มจากการสร้างความยั่งยืนตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่ค่อยเติมเข้าไปภายหลังเมื่อระบบขยายตัวแล้ว

ข่าวล่าสุด

ฮุนไดจุดไฟศึกลูกหนังอาเซียน เปิดแคมเปญ “Driving ASEAN as One”  รับ Hyundai Cup™ 2026

ฮุนไดจุดไฟศึกลูกหนังอาเซียน เปิดแคมเปญ “Driving ASEAN as One” รับ Hyundai Cup™ 2026