posttoday
ศาลอาญา พิพากษาจำคุกทนายตั้ม 5 ปี 12 เดือน ฉ้อโกงมาดามอ้อย 72.5 ล้านบาท

ศาลอาญา พิพากษาจำคุกทนายตั้ม 5 ปี 12 เดือน ฉ้อโกงมาดามอ้อย 72.5 ล้านบาท

11 มิถุนายน 2569

ศาลอาญาพิพากษาจำคุกนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม 5 ปี 12 เดือน คดีฉ้อโกงนางจตุพร อุบลเลิศ หรือมาดามอ้อย และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ สั่งชดใช้เงิน 72.5 ล้านบาท

KEY

POINTS

  • ศาลอาญามีคำพิพากษาจำคุกนายษิทรา หรือทนายตั้ม เป็นเวลารวม 5 ปี 12 เดือน
  • ความผิดเกิดจากการฉ้อโกงนางจตุพร หรือมาดามอ้อย และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
  • นอกจากโทษจำคุก ศาลยังสั่งให้นายษิทราชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายเป็นเงิน 72.5 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ย

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2569 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อทย. 109/2568 ซึ่งพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 และนางจตุพร ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องนายษิทรา จำเลยที่ 1 พร้อมพวกรวม 7 คน ในความผิดฐานฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระ และความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน โดยศาลเบิกตัวนายษิทราและภรรยามาจากเรือนจำเพื่อฟังคำพิพากษา

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า จำเลยกระทำความผิดจริง จึงพิพากษาลงโทษนายษิทราในความผิดฐานฉ้อโกง จำคุก 4 ปี 6 เดือน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จำคุก 1 ปี 6 เดือน รวมโทษจำคุก 5 ปี 12 เดือน พร้อมทั้งสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายจำนวน 72.5 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ย

คดีนี้เกิดขึ้นจากกรณีที่นางจตุพร ผู้เสียหาย ได้โอนเงินจำนวนมากให้แก่กลุ่มจำเลยหลายครั้ง เช่น เงินลงทุนแพลตฟอร์มหวยออนไลน์จำนวน 71 ล้านบาท เงินซื้อรถยนต์ยี่ห้อเมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz) จำนวน 13 ล้านบาท และเงินค่าจ้างศิลปินชาวจีนผ่านบิตคอยน์ (Bitcoin) จำนวน 39 ล้านบาท  

 โดยทางผู้เสียหายยืนยันว่าถูกนายษิทราหลอกลวง ขณะที่นายษิทราต่อสู้คดีโดยอ้างว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นการให้โดยเสน่หา ก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษาตัดสินความผิดในที่สุด

สำหรับคดีนี้ยังเป็นการกระทำความผิดที่มีเหตุเกิดขึ้นทั้งในและนอกราชอาณาจักรเกี่ยวพันกัน ซึ่งตามกฎหมายทำให้อัยการสูงสุดเป็นผู้มีอำนาจสอบสวน โดยได้ทำงานร่วมกับพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งมี พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน

พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งหมดต่อศาลอาญา เป็นคดีหมายเลขดำที่ อทย.109/2568 โดยแบ่งพฤติการณ์ความผิดออกเป็น 2 สำนวนคดี ดังนี้

สำนวนคดีที่ 1: กรณีฉ้อโกงและฟอกเงิน 72 ล้านบาท
จำเลย: นายษิทรา เบี้ยบังเกิด (จำเลยที่ 1) และนางสาวปิณฑิรา การิวัลย์ (จำเลยที่ 2)

พฤติการณ์: ร่วมกันหลอกลวงนางสาวจตุพร อุบลเลิศ และ พ.ต.ต.สันติชัย ศรีสวัสดิ์ ด้วยการแสดงข้อความเท็จจนผู้เสียหายหลงเชื่อ ส่งมอบเงินให้จำนวน 72,597,764.70 บาท จากนั้นได้ร่วมกันโอนหรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินเพื่อซุกซ่อนแหล่งที่มาอันเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน

สำนวนคดีที่ 2: กรณีหลอกลงทุนสลากออนไลน์และรถยนต์หรู
จำเลย: นายษิทรา เบี้ยบังเกิด พร้อมพวกรวม 7 คน (นางปทิตตา เบี้ยบังเกิด, นายนุวัฒน์ ยงยุทธ, นางสาวสารินี นุชนารถ, นางสาวปิณฑิรา การิวัลย์, นางสาวแก้วสวรรค์ สุขผล และนางสาวมนันพัทธ์ รามธีรพัฒน์)

พฤติการณ์แยกตามกลุ่ม:

  • ลงทุนสลากออนไลน์: จำเลยที่ 1, 3 และ 4 ร่วมกันนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หลอกลวงให้นางสาวจตุพร กับพวกรวม 4 คน ร่วมลงทุนทำแอปพลิเคชันซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาล เสียหาย 39,000,000 บาท
  • ปลอมเอกสารรถยนต์หรู: จำเลยที่ 1, 6 และ 7 ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมในการจัดซื้อรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น G 400 เพื่อโกงเงินค่าส่วนต่าง และจำเลยที่ 1 ยังได้แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน
  • การฟอกเงิน: จำเลยที่ 1, 2, 3, 4 และ 5 ร่วมกันโอน เปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่ได้จากการฉ้อโกงเพื่ออำพรางลักษณะที่แท้จริง

ในท้ายคำฟ้องอาญา พนักงานอัยการได้ขอให้ศาลพิจารณาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 341 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ พร้อมทั้งขอให้ศาลสั่งจำเลยร่วมกันคืนเงินหรือชดใช้ราคาให้แก่ผู้เสียหาย โดยให้จำเลยที่ 1 คืนเงิน 72,597,764.70 บาท ในคดีแรก และให้จำเลยที่ 1, 3 และ 4 ร่วมกันคืนเงิน 39,000,000 บาท ในคดีที่สอง.


 

ข่าวล่าสุด

'รักชนก' เรียก 'ไชยชนก' แจงปม TH-AI Passport สัปดาห์หน้า แฉ TOR ล็อกสเปก

'รักชนก' เรียก 'ไชยชนก' แจงปม TH-AI Passport สัปดาห์หน้า แฉ TOR ล็อกสเปก