
"จิรายุ-คริส" ร้อง ป.ป.ช. สอบ "ชัชชาติ" ปมทุจริตตั้ง 17 ผอ.เขต
จิรายุ แท็กทีม คริส หอบหลักฐาน 100 แผ่น ร้อง ป.ป.ช. สอบ ชัชชาติ อดีตผู้ว่าฯ กทม. ปมทุจริตแต่งตั้ง 17 ผอ.เขต เอื้อพวกพ้อง ย้ำพบพิรุธทำผิดซ้ำซาก
KEY
POINTS
- นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ และนายคริส โปตระนันทน์ ได้ยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กรณีแต่งตั้งผู้อำนวยการเขต 17 คนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
- การแต่งตั้งดังกล่าวถูกกล่าวหาว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง และขัดต่อคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค. กทม. ที่เคยวินิจฉัยว่ากระบวนการคัดเลือกครั้งแรกไม่ชอบด้วยกฎหมาย
- ผู้ร้องอ้างว่ามีหลักฐานเป็นเอกสารกว่า 100 แผ่น และการยื่นตรวจสอบครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่นายชัชชาติกำลังจะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. อีกสมัย
เมื่อวันที่ 11มิถุนายน 2569 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีตสส. พรรคเพื่อไทย ร่วมกับ นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อและประธานพรรคเศรษฐกิจ ยื่นหนังสือต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อตรวจสอบ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการคัดสรรข้าราชการที่เกี่ยวข้อง กรณีปฏิบัติหน้าที่มิชอบในการแต่งตั้งโยกย้ายผู้อำนวยการเขต 17 คน โดยมิชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 157 และเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง
นายจิรายุเปิดเผยว่า การยื่นตรวจสอบครั้งนี้มีหลักฐานเป็นเอกสารลงนามโดยอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมากกว่า 100 แผ่น ซึ่งความผิดดังกล่าวเกิดขึ้นไม่กี่วันก่อนที่นายชัชชาติจะลาออกจากตำแหน่งเพื่อไปเยี่ยมบุตร
โดยพบพฤติการณ์กระทำความผิดซ้ำซากในกระบวนการคัดสรรข้าราชการระดับผู้อำนวยการเขตและผู้ตรวจราชการจำนวน 17 คน ซึ่งก่อนหน้านี้คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมกรุงเทพมหานคร (ก.พ.ค. กทม.) ได้มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 23 มีนาคม ว่ากระบวนการคัดเลือกครั้งแรกไม่ชอบด้วยกฎหมาย
แต่ต่อมาในวันที่ 17 เมษายน กลับมีการเปิดคัดสรรใหม่และประกาศผลในวันที่ 30 เมษายน โดยได้ข้าราชการกลุ่มเดิมทั้ง 17 คน กลับเข้าดำรงตำแหน่งเดิม ซึ่งถือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่เครือข่ายที่เรียกว่า "ระบอบอากง"
ด้านนายคริส โปตระนันทน์ ระบุว่า เหตุผลที่ต้องยื่นตรวจสอบในช่วงนี้เนื่องจากนายชัชชาติกำลังจะเสนอตัวลงสมัครรับเลือกแต่งตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอีก 1 สมัย จึงจำเป็นต้องให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบริหารงานและการวางขุมกำลังข้าราชการในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ยืนยันว่าหากสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) จากพรรคเศรษฐกิจได้รับการเลือกแต่งตั้งเข้าไป ก็พร้อมที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารอย่างตรงไปตรงมาเพื่อรักษาผลประโยชน์และเงินภาษีของประชาชนต่อไป
สำหรับกรณีดังกล่าว นางสาวทวิดา กมลเวชช อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เคยชี้แจงคำวินิจฉัยรอบแรกว่า เป็นเพียงเรื่องหลักเกณฑ์การคัดเลือกที่ไม่ชัดเจน จึงต้องดำเนินการจัดทำกระบวนการใหม่
แต่นายจิรายุโต้แย้งว่าเป็นการเลี่ยงบาลี และเตรียมจะนำหลักฐานแชตไลน์ คลิปเสียง รวมถึงกรณีอื้อฉาวที่ผู้อำนวยการเขต 1 ใน 17 คน ล่วงละเมิดทางเพศผู้ใต้บังคับบัญชามายื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เป็นรอบที่ 2 ต่อไป







