posttoday
กมธ.ปปง. สับ ก.ล.ต. ช้า! แฉโบรกเกอร์ปล่อยช่องโหว่แก๊งคอลฯ ฟอกเงิน 58 ล้าน

กมธ.ปปง. สับ ก.ล.ต. ช้า! แฉโบรกเกอร์ปล่อยช่องโหว่แก๊งคอลฯ ฟอกเงิน 58 ล้าน

11 มิถุนายน 2569

กมธ.ปปง. จี้ตรวจสอบบริษัทหลักทรัพย์พบระบบหละหลวม ปล่อยแก๊งสแกมเมอร์เปิดบัญชีม้าฟอกเงิน เสียหายกว่า 58 ล้านบาท ด้านตลาดหลักทรัพย์ฯ รับบุคลากรพลาดแต่ปัดแจงความรับผิดชอบ

KEY

POINTS

  • กมธ.ปปง. เปิดโปงบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) มีมาตรการหละหลวม ทำให้เครือข่ายสแกมเมอร์ใช้เป็นช่องทางเปิดบัญชีม้าเพื่อฟอกเงิน
  • ความบกพร่องดังกล่าวส่งผลให้เกิดความเสียหายกว่า 58 ล้านบาท โดยมีผู้เสียหาย 393 ราย จากธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง 715 รายการ
  • กมธ.ปปง. สั่งการให้ ก.ล.ต. เร่งรัดจัดการบริษัทหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องและบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดขึ้น หลังบริษัทอ้างเป็นความผิดของบุคลากรแต่ปฏิเสธความรับผิดชอบ

นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการก่อการร้าย (กมธ.ปปง.) เปิดเผยผลการประชุมตรวจสอบมาตรการป้องกันการใช้แพลตฟอร์มซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) เป็นช่องทางเปิดบัญชีม้าและฟอกเงิน

โดยคณะกรรมาธิการฯ เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, สำนักงาน ปปง., สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.), ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และบริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง

พบความเสียหาย 393 คดี มูลค่าเกือบ 59 ล้านบาท

จากการดำเนินคดีของสถานีตำรวจภูธรเมืองปทุมธานี พบข้อมูลเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Scammer) ได้ใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ทำธุรกรรมทางการเงิน โดยพบความเสียหาย 715 ธุรกรรม เกี่ยวข้องกับ 393 คดี มีผู้เสียหาย 393 ราย รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 58.63 ล้านบาท

ด้านผู้แทน ก.ล.ต. ระบุว่า การดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์บางส่วนอาจไม่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ และพบการปลอมแปลงเอกสารข้อมูลของผู้เปิดบัญชี

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องชี้แจงว่า ความเสียหายเกิดจากความบกพร่องของบุคลากร แต่ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเรื่องการแสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

ทาง กมธ.ปปง. จึงสั่งการให้ ก.ล.ต. รายงานผลการดำเนินการจัดการบริษัทดังกล่าวกลับมาอีกครั้ง พร้อมตำหนิความเชื่องช้าในการบังคับใช้กฎหมายควบคุม

เตรียมขอเลขสำนวนคดีและขยายผลตรวจสอบ

ในส่วนของสำนักงาน ปปง. จะรายงานผลกรณีนี้ภายใน 1 เดือน ขณะที่ กมธ.ปปง. เตรียมทำหนังสือถึงตำรวจภูธรภาค 1 และสถานีตำรวจภูธรเมืองปทุมธานี เพื่อขอทราบความคืบหน้าการตรวจสอบและการร้องทุกข์ไปยังบัญชีม้าทุกลำดับแถว รวมถึงโครงข่ายทั้งหมดเป็นลายลักษณ์อักษร

พร้อมตั้งคำถามถึงศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ เหตุใดจึงไม่ส่งมอบให้ตำรวจกองบังคับการปราบปรามหรือกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเป็นผู้ทำสำนวน เนื่องจากเป็นคดีที่มีความเสียหายระดับชาติ แต่กลับปล่อยให้สถานีตำรวจท้องที่รับผิดชอบ

ปัญหาช่องโหว่ทางกฎหมายในตลาดหลักทรัพย์ กลายเป็นช่องทางทำมาหากินของเครือข่ายสแกมเมอร์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนกลุ่มผู้มีรายได้น้อย

โดยหลังจากนี้ กมธ.ปปง. จะส่งหนังสือถึง ก.ล.ต. เพื่อเร่งรัดการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ยืนยันไม่กระทบต่อนักลงทุนทั่วไปที่ซื้อขายกับบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ

พร้อมเตรียมใช้มาตรการเชิงรุกในลักษณะเดียวกันกับคดีปั่นหุ้น เพื่อป้องกันการเชิญชวนลงทุนปลอมผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ ต่อไป

ทั้งนี้ ในการประชุมครั้งหน้าจะมีการเชิญบริษัทหลักทรัพย์ดังกล่าวเข้าชี้แจงอีกครั้งหลังจากได้รับเอกสารจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ข่าวล่าสุด

ก.ล.ต. ผลักดัน “หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์” ยกระดับตลาดทุนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

ก.ล.ต. ผลักดัน “หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์” ยกระดับตลาดทุนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล