
Netflix รุกหนักเอเชีย! ปูพรมแอปโฉมใหม่ เน้นคลิปสั้น-ดันมินิเกม
Netflix เดินเกมรุกตลาดเอเชียเต็มรูปแบบ ปูพรมแอปฯ โฉมใหม่ที่มาพร้อมฟีเจอร์คลิปสั้นแนวตั้งเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมคนยุคปัจจุบันที่มีเวลาน้อย
Netflix เดินหน้ารุกตลาดแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือและอุตสาหกรรมเกมอย่างเต็มสูบ พร้อมเปิดเผยทิศทางธุรกิจล่าสุดภายในงาน APAC Product Innovation Showcase
โดยภายในงานนี้บริษัทประกาศแผนขยายการอัปเดตแอปพลิเคชันบนมือถือรูปแบบใหม่สู่ตลาดทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมทั้งตอกย้ำเป้าหมายด้านเกมด้วยการเปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่ในชื่อ 'Netflix Playground' ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมเกมสำหรับเด็กโดยเฉพาะ
บริษัทปรับโฉมแอปพลิเคชันบนมือถืออย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากปล่อยอัปเดต Netflix ให้ผู้ใช้งานในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ อินเดีย และมาเลเซียได้สัมผัสกันไปแล้วในช่วงต้นปี
ล่าสุดบริษัทเตรียมขยายการอัปเดตดังกล่าวเข้าสู่ประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่นในเดือนกรกฎาคมนี้ ก่อนจะทยอยเปิดให้บริการในประเทศอื่นๆ ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกต่อไป
เจาะฟีเจอร์ใหม่ Netflix ส่ง คลิปสั้นมัดใจคนเวลาน้อย
ไฮไลต์ของการปรับโฉมแอปพลิเคชันรอบนี้คือฟีเจอร์ คลิปสั้น Clips ซึ่งพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบรับกระแสความนิยมของคลิปสั้นโดยเฉพาะ ระบบจะนำเสนอคลิปในรูปแบบแนวตั้ง ให้ผู้ใช้งานสามารถเลื่อนดูเนื้อหาสั้นๆ ที่คัดมาจากคลังคอนเทนต์ได้อย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความบันเทิงในเวลาจำกัด หรือไม่มีเวลามากพอที่จะรับชมซีรีส์หรือภาพยนตร์จนจบเรื่อง
นอกจากนี้ Netflix ยังเตรียมยกระดับระบบดังกล่าวด้วยการเผยแผนทดสอบการจัดหมวดหมู่คลิป (Themed Clip Collections) ที่รวบรวมคลิปสั้นตามอารมณ์ ประเภท และความสนใจเฉพาะกลุ่ม ซึ่งคอลเลกชันที่ผ่านการคัดสรรจะครอบคลุมเนื้อหาที่หลากหลาย ตั้งแต่ฉากเด็ดจากรายการเรียลลิตี้ ภาพเบื้องหลังการถ่ายทำ ไปจนถึงไฮไลต์จากพอดแคสต์
ต่อยอดแอนิเมชันยอดฮิตสู่พื้นที่เกม Netflix Playground
นอกเหนือจากบริการสตรีมมิงหลักแล้ว บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนในอุตสาหกรรมเกมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศขยายพื้นที่บริการของ Netflix Playground โดยการอัปเดตใหม่ในรอบนี้จะมุ่งเน้นไปที่การต่อยอดความสำเร็จจาก แอนิเมชัน KPop Demon Hunters ภาพยนตร์แอนิเมชันมิวสิคัลยอดฮิตที่ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผลงานสำหรับครอบครัวที่โดดเด่นที่สุดของบริษัท
ฟีเจอร์ใหม่นี้จะเปิดตัวพร้อมมินิเกมจำนวน 6 เกม เปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้โต้ตอบกับตัวละครและเรื่องราวจากภาพยนตร์ได้โดยตรง ซึ่งสอดคล้องกับสถิติความสำเร็จของเรื่อง แอนิเมชัน KPop Demon Hunters ที่สามารถกวาดยอดเข้าชมได้มากกว่า 518 ล้านครั้งในช่วง 6 เดือนแรกที่เริ่มสตรีม จนกลายเป็นหนึ่งในแอนิเมชันที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของแพลตฟอร์ม สะท้อนชัดเจนว่าบริษัทต้องการต่อยอดความสำเร็จจากฐานผู้ชมกลุ่มนี้ พร้อมสร้างแรงจูงใจให้กลุ่มครอบครัวใช้เวลาบนแพลตฟอร์มยาวนานยิ่งขึ้น
สำหรับระบบเกมดังกล่าวได้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ชัดเจนว่าบริษัทมีเป้าหมายที่จะขยายบริการเกมสำหรับเด็กนี้ให้ครอบคลุมไปทั่วโลก ผ่านทาง ฟีเจอร์ใหม่ Netflix ที่เตรียมทยอยเปิดตัวเพื่อเสิร์ฟความบันเทิงครบวงจรให้แก่ผู้ใช้งานในทุกภูมิภาคต่อไป







