
SET แกว่งไซด์เวย์ ลุ้นเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ระวังแรงขายลดเสี่ยงปมช่องแคบฮอร์มุซ
InnovestX คาด SET แกว่งไซด์เวย์ ลุ้นสัญญาณบวกเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน แต่ระวังแรงขายลดเสี่ยงปมช่องแคบฮอร์มุซ เกาะติดลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสสัปดาห์หน้า กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ HANA และ WHA
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทย (SET) มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบไซด์เวย์ โดยมีแนวต้านจำกัดที่ 1,530-1,550 จุด
- ปัจจัยบวกที่ต้องติดตามคือความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งมีสัญญาณที่ดีขึ้น
- นักลงทุนควรระวังแรงขายทำกำไรและลดความเสี่ยงจากความขัดแย้งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่อาจพลิกผัน
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่ง sideways แม้มีโอกาสปรับขึ้นได้หลังสหรัฐฯ ระบุมีสัญญาณที่ดีในการเจรจากับอิหร่าน แต่ก็ต้องระวังการพักตัวจาก แรงขายทำกำไรและลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ที่อาจพลิกผันได้ในช่วงสุดสัปดาห์ โดยเฉพาะประเด็นคลังสำรองยูเรเนียมของอิหร่าน และการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซที่ยังขัดแย้งกันอยู่ ส่วนประเด็นใน ประเทศ สัปดาห์หน้าเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส ทางเทคนิคหากดัชนียังไม่ผ่าน 1,545 จุด มีโอกาสย่อพักตัว
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยมี Upside จำกัดที่แนวต้าน 1,530-1,550 จุด โดยในประเทศ แม้มีแรงหนุนจากกำไรรวมตลาดไตรมาส 1/2569 ที่แข็งแกร่ง และ Sentiment บวกจาก ครม. เตรียมพิจารณามาตรการไทยช่วยไทยพลัส ในวันที่ 19 พ.ค. แต่มองถูกสะท้อนไปในดัชนีพอสมควรแล้ว ทำให้นักลงทุนจะกลับมาโฟกัสผลกระทบสงครามตะวันออกกลางที่จะฉุดรั้งกำไรไตรมาส 2/2569 ของ บจ. แทน
ขณะที่การประชุม Trump–Xi แม้บรรยากาศจะเป็นบวกต่อ Sentiment การลงทุนระยะสั้น แต่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมยังจำกัดและไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในการแข่งขันระหว่างกันในระยะยาว อีกทั้งราคาน้ำมันที่ทรงตัวสูงนาน เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจนผ่านภาวะเงินเฟ้อสูง
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1.หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไรไตรมาส 2/2569 จะเติบโต YoY ส่วนครึ่งหลังปี 2569 โมเมนตัมกำไรยังดีทั้ง HoH และ YoY อีกทั้งเราแนะนำ Outperform ได้แก่ ADVANC AP GULF MINT MTC SCGP TIDLOR
2.หุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power ซึ่งคาดกำไรสามารถทนทานต่อต้นทุนและเงินเฟ้อที่สูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC CPN)
3.หุ้น New Normal ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรม “S-Curve” และได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว เช่น ลดพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)
Trading Idea: 1. หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจาก World Cup 2026 (11 มิ.ย.-19 ก.ค.) ได้แก่ CPALL CPAXT MINT CENTEL HTC TRUE 2. หุ้นที่คาดเป็นเป้าหมายซื้อโดยนักลงทุนต่างชาติ หลังเริ่มเห็น Fund Flow ไหลกลับ เลือกหุ้นที่ Underowned และ Undervalued ได้แก่ TRUE CPN GLOBAL BEM PTTGC 3. หุ้นที่คาดได้อานิสงส์ หากมีความคืบหน้าการคลายข้อจำกัดด้าน AI/ชิป/แร่หายาก หรือคลายกังวลสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนเพิ่มเติม ได้แก่ DELTA HANA KCE PTTGC IVL
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ HANA ปัจจัยกระตุ้นจากความคืบหน้าการเริ่มผลิต Al Solid-state Cooling Device ให้ Phononic ในเดือน ก.ค.2569 และจะเร่งการผลิตในไตรมาส 1/2570 และได้คำสั่งซื้อใหม่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ Al-related อีก 2 รายการ โดยคาดจะเริ่มการผลิตได้ในไตรมาส 2-4/2570 ประเมินผลประกอบการครึ่งหลังปี 2569 จะเติบโตก้าวกระโดด เป้าหมายระยะสั้นที่ 35.75 บาท
WHA ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจาก Amazon ประกาศแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ด้านเทคโนโลยีใน 4 ประเทศอาเซียน รวมถึงไทย มูลค่า 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ภายในปี 2582 ขณะที่โมเมนตัมการเข้าลงทุนในไทยและยอด BOI แข็งแกร่งต่อเนื่อง บริษัทตั้งเป้ายอดขายที่ดินปี 2569 เติบโต 87% ที่ 2,500 ไร่ เป้าหมายระยะสั้นที่ 4.96 บาท







