posttoday
SET พักตัว ขาดปัจจัยหนุนใหม่ จับตา สศช. ปรับ GDP ปี 69 ใหม่

SET พักตัว ขาดปัจจัยหนุนใหม่ จับตา สศช. ปรับ GDP ปี 69 ใหม่

18 พฤษภาคม 2569

InnovestX มอง SET แกว่งพักตัว หลังจบงบ Q1/69 และซัมมิตสหรัฐ-จีน ไร้ข้อสรุปรูปธรรม จับตาปัจจัยลบสงครามตะวันออกกลาง-เงินเฟ้อ และ GDP ไตรมาส 1/69 ของไทย กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ BLA และ PTTEP

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นไทย (SET) อยู่ในภาวะพักตัวเนื่องจากขาดปัจจัยบวกใหม่ ๆ เข้ามาสนับสนุน หลังสิ้นสุดการประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 และการประชุมผู้นำสหรัฐฯ-จีนที่ไม่มีข้อสรุปที่เป็นรูปธรรม
  • นักลงทุนหันมาให้น้ำหนักกับปัจจัยลบและความเสี่ยงมากขึ้น เช่น ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ต้นทุนพลังงาน และสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง
  • ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในประเทศคือการประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 1 ปี 2569 โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งลง ตลาดหมดประเด็นหนุน หลังจบซัมมิตผู้นำสหรัฐฯ-จีน ที่ไม่มีข้อสรุปที่เป็นรูปธรรม รวมทั้งจบรายงานงบฯ ไตรมาส 1/2569 ซึ่งหลังจากนี้ตลาดน่าจะให้น้ำหนักประเด็นเงินเฟ้อ-ต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น ขณะที่สถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่แน่นอนหลังมีข่าวสหรัฐฯ-อิสราเอลกำลังเตรียมพร้อมโจมตีอิหร่านอีกครั้งในสัปดาห์นี้ ประเด็นวันนี้ติดตามรายงาน GDP ไตรมาส 1/2569 ของไทย ทางเทคนิคดัชนีมีแนวโน้มย่อพักตัว แต่หากยังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันบริเวณ 1,505 จุด ได้ ยังเป็นสัญญาณที่ดีอยู่

ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยมี Upside จำกัดที่แนวต้าน 1,530-1,550 จุด โดยในประเทศ แม้มีแรงหนุนจากกำไรรวมตลาดไตรมาส 1/2569 ที่แข็งแกร่ง และ Sentiment บวกจาก ครม. เตรียมพิจารณามาตรการไทยช่วยไทยพลัสในวันที่ 19 พ.ค. แต่มองถูกสะท้อนไปในดัชนีพอสมควรแล้ว ทำให้นักลงทุนจะกลับมาโฟกัสผลกระทบสงครามตะวันออกกลางที่จะฉุดรั้งกำไรไตรมาส 2/2569 ของ บจ. แทน 

ขณะที่การประชุม Trump–Xi แม้บรรยากาศจะเป็นบวกต่อ Sentiment การลงทุนระยะสั้น แต่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมยังจำกัดและไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในการแข่งขันระหว่างกันในระยะยาว อีกทั้งราคาน้ำมันที่ทรงตัวสูงนาน เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจนผ่านภาวะเงินเฟ้อสูง

ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1.หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไรไตรมาส 2/2569 จะเติบโต YoY ส่วนครึ่งหลังปี 2569 โมเมนตัมกำไรยังดีทั้ง HoH และ YoY อีกทั้งเราแนะนำ Outperform ได้แก่ ADVANC AP GULF MINT MTC SCGP TIDLOR 

2.หุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power ซึ่งคาดกำไรสามารถทนทานต่อต้นทุนและเงินเฟ้อที่สูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC CPN) 

3.หุ้น New Normal ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรม “S-Curve” และได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว เช่น ลดพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)

Trading Idea: 1. หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจาก World Cup 2026 (11 มิ.ย.-19 ก.ค.) ได้แก่ CPALL CPAXT MINT CENTEL HTC TRUE 2. หุ้นที่คาดเป็นเป้าหมายซื้อโดยนักลงทุนต่างชาติ หลังเริ่มเห็น Fund Flow ไหลกลับ เลือกหุ้นที่ Underowned และ Undervalued ได้แก่ TRUE CPN GLOBAL BEM  PTTGC 3. หุ้นที่คาดได้อานิสงส์ หากมีความคืบหน้าการคลายข้อจำกัดด้าน AI/ชิป/แร่หายาก  หรือคลายกังวลสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนเพิ่มเติม ได้แก่ DELTA HANA KCE PTTGC IVL

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ BLA ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรัฐบาลที่ปรับขึ้น สนับสนุนรายได้จากการลงทุน และคาดว่ากำไรในปี 2569 จะยังได้รับแรงหนุนจากการรับรู้ CSM อย่างสม่ำเสมอและรายได้จากการลงทุนที่ยั่งยืน ด้าน Valuation มีความน่าสนใจ ด้วย PE ที่ระดับ 5x เทียบกับ ROE ที่ 12% เป้าหมายระยะสั้นที่ 22.40 บาท

PTTEP ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับขึ้นและมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง ซึ่งคาดจะสนับสนุนให้ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 แข็งแกร่งต่อเนื่อง และปริมาณการผลิตก๊าซฯ คาดจะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องเพื่อลดภาระการนำเข้าพลังงานของประเทศ เป้าหมายระยะสั้นที่ 154.50 บาท

ข่าวล่าสุด

แผ่นดินไหววันนี้ ขนาด 5.3 ที่เมียนมา ห่างแม่สอด 247 กม. ไม่กระทบไทย

แผ่นดินไหววันนี้ ขนาด 5.3 ที่เมียนมา ห่างแม่สอด 247 กม. ไม่กระทบไทย