
ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนหน้า “ทรงตัว” มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหนุน
FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้า (ก.ค.69) อยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” รับแรงหนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ ชู PETRO เด่นสุด จับตา FED และความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน
KEY
POINTS
- FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (ก.ค. 69) อยู่ในเกณฑ์ "ทรงตัว" ที่ระดับ 114.16
- นักลงทุนมองว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือการไหลเข้าของเงินทุน
- ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่เกณฑ์ "ร้อนแรง" ขณะที่กลุ่มนักลงทุนบุคคล-กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์-กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ ปรับลดลงแต่ยังอยู่ในเกณฑ์ "ทรงตัว"
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ผลสำรวจในเดือนเมษายน 2569 (สำรวจระหว่างวันที่ 20-30 เมษายน 2569) พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ในอีก 3 เดือนข้างหน้า (กรกฎาคม 2569) คงอยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” ที่ระดับ 114.16
ผลสำรวจ ณ เดือนเมษายน 2569 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่าความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคล ปรับเพิ่ม 21.3% อยู่ที่ระดับ 90.00 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ปรับเพิ่ม 14.3% อยู่ที่ระดับ 100.00 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ ปรับลด 14.4% อยู่ที่ระดับ 110.00 อยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศ ปรับเพิ่ม 33.3% อยู่ที่ระดับ 133.33 อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง”
ทั้งนี้ นักลงทุนมองว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมา คือ การไหลเข้าของเงินทุน และสัญญาณการคลี่คลายของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ
ในขณะที่ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ รองลงมาคือ สงครามการค้าและความกังวลต่อวินัยการคลัง
ขณะเดียวกัน หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ (PETRO) ส่วนหมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดแฟชั่น (FASHION)
สำหรับ SET Index ในช่วงเดือนครึ่งแรกของเดือนเมษายน 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีแรงหนุนหลักจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เริ่มผ่อนคลาย และการประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งเดือนหลัง มีความผันผวนจากทั้งการประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งในบางกลุ่มอุตสาหกรรมออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด ความผันผวนของราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังมีความไม่แน่นอน รวมถึงการคาดการณ์ว่าน้ำหนักหุ้นไทยใน MSCI EM อาจถูกปรับลดลงจากการปรับเกณฑ์คำนวณของ MSCI
โดย SET Index ณ สิ้นเดือนเมษายน 2569 ปิดที่ 1,493.69 ปรับตัวเพิ่ม 3.15% จากเดือนก่อนหน้า ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ 58,688.27 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ 2,513 ล้านบาท โดยตั้งแต่ต้นปีนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิรวมในตลาดหลักทรัพย์ฯ 16,638 ล้านบาท
ทางด้านปัจจัยต่างประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ ทิศทางนโยบายการเงินของประเทศหลัก โดยเฉพาะสัญญาณจาก FED หลังประธานใหม่เข้ารับตำแหน่ง และสัญญาณธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่จะมีผลต่อกระแสเงินทุนต่างชาติ รวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังไม่มีข้อยุติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความผันผวนของราคาพลังงานทั่วโลก
ในส่วนของปัจจัยที่น่าติดตามในประเทศ ได้แก่ ความคืบหน้าของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ และการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ อีกทั้งติดตามผลการปรับน้ำหนักของ MSCI รอบพฤษภาคม 2569







