
SET พักตัว หลังสะท้อนปัจจัยบวกมาตรการภาครัฐ-เก็งหุ้นงบ Q1/69 ดีกว่าคาดไปแล้ว
InnovestX คาด SET แกว่ง sideways-down พักตัว หลังสะท้อนปัจจัยบวกมาตรการภาครัฐ และเก็งกำไรหุ้นที่งบไตรมาส 1/69 ดีกว่าคาดไปมาก แนะกลยุทธ์ลงทุน “Selective Buy” ชู CPN และ TRUE
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทย (SET) เข้าสู่ช่วงพักตัวหลังราคาได้สะท้อนปัจจัยบวกจากมาตรการภาครัฐและการเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ที่คาดว่าจะดีไปแล้ว
- ดัชนีมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแคบถึงปรับตัวลง โดยนักลงทุนหันมาจับตาการประกาศงบไตรมาส 1/2569 ของกลุ่ม Real Sector และปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศ
- กลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้แนะนำให้เลือกลงทุนเป็นรายตัว (Selective Buy) โดยเน้นหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการจะเติบโตดีและหุ้นกลุ่ม Defensive
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่ง sideways-down พักตัว หลังปรับขึ้นสะท้อนปัจจัยหนุนทั้งมาตรการภาครัฐและเก็งกำไรในหุ้นที่งบไตรมาส 1/2569 ดีกว่าคาดไปในระดับหนึ่งแล้ว ขณะที่การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ยังไม่แน่นอน หลังอิหร่านยังไม่ตอบรับข้อเสนอของสหรัฐฯ และมีการยิงตอบโต้กันในช่องแคบฮอร์มุช แม้ตลาดจะรับรู้และให้น้ำหนักกับประเด็นนี้น้อยลง แต่ก็ยังมีผลในแง่ sentiment การลงทุน ทางเทคนิคคาดดัชนีย่อพักตัว หากไม่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน บริเวณ 1,490 จุด ยังมีแนวโน้มดีอยู่
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET เข้าสู่โหมดเฝ้าระวัง โดยในประเทศคาดจะกลับมาให้น้ำหนักกับฤดูกาลประกาศงบไตรมาส 1/2569 ของกลุ่ม Real Sector และแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/2569 ซึ่งจะเริ่มรับรู้ผลกระทบเต็มไตรมาสจากสงครามในตะวันออกกลาง ขณะที่ความคืบหน้าการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ของภาครัฐ คาดจะช่วยพยุงบรรยากาศการลงทุนเป็นระยะ
ส่วนปัจจัยต่างประเทศยังเป็น "Wildcard" สำคัญ โดยเฉพาะความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน หากมีสัญญาณบวก มองตลาดมีโอกาสทะลุขึ้นไปแนวต้าน 1,500-1,530 จุด แต่หากยืดเยื่อหรือรุนแรงอาจเห็นการปรับฐานไปทดสอบแนวรับ 1,420- 1,450 จุด
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ใน 3 ธีมหลัก และ 2 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้
1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดสัปดาห์หน้ากำไรไตรมาส 1/2569 จะประกาศออกมาเติบโตดี YoY และเติบโต YoY ต่อในไตรมาส 2/2569 เราแนะนำ Outperform ได้แก่ PTTGC TU ADVANC TIDLOR TRUE GULF TOP
2. หุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power ซึ่งคาดกำไรสามารถทนทานต่อต้นทุนและเงินเฟ้อที่สูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC CPN)
3. หุ้น New Normal ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรม "S-Curve" และได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้าง เศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว เช่น ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)
Trading Idea: 1. หุ้นที่จะใช้ประโยชน์หากสงครามจบหรือการปิดช่องแคบฮอร์มุชมีพัฒนาการเชิงบวก ซึ่งจะนำไปสู่การปรับลงของราคาน้ำมัน ได้แก่ กลุ่มสายการบิน (AAV BA THAI) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง และบรรจุภัณฑ์ (SCC SCGP) กลุ่มโรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC) และหุ้น SET50 ที่คาดเป็นเป้าหมายการ Short Covering ได้แก่ MINT BDMS TIDLOR AWC CPN
และ 2. หุ้นคาดถูกนำเข้าคำนวณ SET50/SET100 ในรอบครึ่งหลังปี 2569 (ประกาศกลาง มิ.ย.2569) โดยเบื้องต้นเราคาดจะมี 4 หุ้นที่จะถูกนำเข้า SET50 ได้แก่ BCP ITC TFG THAI และ 5 หุ้นที่จะถูกนำเข้า SET100 ได้แก่ ITC THAI THCOM TVO WHAUP ขณะที่ระมัดระวังการลงทุนในหุ้นที่คาดจะถูกนำออกจาก SET50 (BTS CBG OSP SAWAD) และ SET100 (DOHOME JAS JMART MOSHI SISB)
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ CPN ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ที่คาดว่าจะออกมาแข็งแกร่ง เราคาดเติบโต 25%YoY และ 0.1%QoQ จากจำนวนผู้ใช้บริการและยอดขายร้านค้าที่แข็งแกร่งและยอดโอนโครงการ Dusit Residences และคาดจะเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 2/2569 เป้าหมายระยะสั้นที่ 66.75 บาท
TRUE ปัจจัยกระตุ้นจากกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 6.6 พันล้านบาท ขยายตัว 52.1%YoY และ 8.4%QoQ สูงกว่าที่เราคาดไว้ โดยไม่มีรายการพิเศษ สะท้อนคุณภาพกำไรที่ดีขึ้น และประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลจากกำไรไตรมาส 1/2569 หุ้นละ 0.14 บาท (XD 20 พ.ค.) พร้อมเปลี่ยนนโยบายการจ่ายเงินปันผลเป็นรายไตรมาส เป้าหมายระยะสั้นที่ 14.90 บาท







