
SET ลุ้นปรับขึ้น คลายกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลาง-เก็งกำไรหุ้นอิเล็กฯ
SET ปรับขึ้น คลายกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลาง และคาดมีแรงเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มอิเล็กฯ ตามหุ้น Tech สหรัฐฯ กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ CPN และ HANA
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่คลี่คลายลง
- คาดการณ์ว่าจะมีแรงเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากทิศทางของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐฯ
- ปัจจัยบวกในประเทศช่วยสนับสนุนบรรยากาศการลงทุน โดย Moody's ระบุว่าไทยมีความพร้อมรับมือภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET ปรับขึ้น คลายกังวลตะวันออกกลางกลับเข้าสู่ภาวะสงคราม หลังสหรัฐฯ ระบุข้อตกลงหยุดยิงยังมีผลบังคับใช้ สะท้อนอิหร่านไม่ได้ยกระดับโจมตีรุนแรงขึ้น ขณะที่ปัจจัยใน ประเทศ Moody's ออกรายงานระบุไทยอยู่ในกลุ่มประเทศ EM ที่มีความพร้อมรับมือกาวะช็อกของเศรษฐกิจโลกในอนาคต รวมทั้งคาดมีแรงเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มอิเล็กฯ ตามหุ้น Tech สหรัฐฯ คาดหนุน sentiment ลงทุน ทางเทคนิคดัชนียังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น หากไม่ต่ำกว่า 1,480 จุด ยังเป็นสัญญาณที่ดีอยู่
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET เข้าสู่โหมดเฝ้าระวัง โดยในประเทศคาดจะกลับมาให้น้ำหนักกับฤดูกาลประกาศงบไตรมาส 1/2569 ของกลุ่ม Real Sector และแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/2569 ซึ่งจะเริ่มรับรู้ผลกระทบเต็มไตรมาสจากสงครามในตะวันออกกลาง ขณะที่ความคืบหน้าการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ของภาครัฐ คาดจะช่วยพยุงบรรยากาศการลงทุนเป็นระยะ
ส่วนปัจจัยต่างประเทศยังเป็น "Wildcard" สำคัญ โดยเฉพาะความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน หากมีสัญญาณบวก มองตลาดมีโอกาสทะลุขึ้นไปแนวต้าน 1,500-1,530 จุด แต่หากยืดเยื่อหรือรุนแรงอาจเห็นการปรับฐานไปทดสอบแนวรับ 1,420- 1,450 จุด
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ใน 3 ธีมหลัก และ 2 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้
1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดสัปดาห์หน้ากำไรไตรมาส 1/2569 จะประกาศออกมาเติบโตดี YoY และเติบโต YoY ต่อในไตรมาส 2/2569 เราแนะนำ Outperform ได้แก่ PTTGC TU ADVANC TIDLOR TRUE GULF TOP
2. หุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power ซึ่งคาดกำไรสามารถทนทานต่อต้นทุนและเงินเฟ้อที่สูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC CPN)
3. หุ้น New Normal ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรม "S-Curve" และได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้าง เศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว เช่น ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)
Trading Idea: 1. หุ้นที่จะใช้ประโยชน์หากสงครามจบหรือการปิดช่องแคบฮอร์มุชมีพัฒนาการเชิงบวก ซึ่งจะนำไปสู่การปรับลงของราคาน้ำมัน ได้แก่ กลุ่มสายการบิน (AAV BA THAI) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง และบรรจุภัณฑ์ (SCC SCGP) กลุ่มโรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC) และหุ้น SET50 ที่คาดเป็นเป้าหมายการ Short Covering ได้แก่ MINT BDMS TIDLOR AWC CPN
และ 2. หุ้นคาดถูกนำเข้าคำนวณ SET50/SET100 ในรอบครึ่งหลังปี 2569 (ประกาศกลาง มิ.ย.2569) โดยเบื้องต้นเราคาดจะมี 4 หุ้นที่จะถูกนำเข้า SET50 ได้แก่ BCP ITC TFG THAI และ 5 หุ้นที่จะถูกนำเข้า SET100 ได้แก่ ITC THAI THCOM TVO WHAUP ขณะที่ระมัดระวังการลงทุนในหุ้นที่คาดจะถูกนำออกจาก SET50 (BTS CBG OSP SAWAD) และ SET100 (DOHOME JAS JMART MOSHI SISB)
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ CPN ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ที่คาดว่าจะออกมาแข็งแกร่ง เราคาดเติบโต 25%YoY และ 0.1%QoQ จากจำนวนผู้ใช้บริการและยอดขายร้านค้าที่แข็งแกร่งและยอดโอนโครงการ Dusit Residences และคาดจะเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 2/2569 เป้าหมายระยะสั้นที่ 62.00 บาท
HANA ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากโมเมนตัมจากหุ้นเทคฯ โลกที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกระแสการลงทุนใน AI และ Data Center ที่แข็งแกร่ง คาดบริษัทจะมี New S- curve จากการผลิต Solid State Cooling Device ให้ Phononic ซึ่งคาดว่าจะเริ่มการ ผลิตในครึ่งหลังปี 2569 และ Mass Production ในปี 2570 เป้าหมายระยะสั้นที่ 37.00 บาท







