
เช็ก! ผลตอบแทน “UNIX” หุ้นไอพีโอตัวแรกปี 69 หลังเข้า SET 1 เดือน
สแกนผลตอบแทน “UNIX” ไอพีโอน้องใหม่ประเดิมตัวแรกปีนี้ หลังเข้า SET 1 เดือน พบราคาต่ำกว่าราคาไอพีโอ 9.52% 3 โบรกฯ ประเมินกำไรสุทธิโตต่อเนื่องปี 68-70 เคาะราคาเป้าหมาย 3.-3.20 บาท
KEY
POINTS
- UNIX เป็นหุ้นไอพีโอ (IPO) ตัวแรกของปี 2569 ที่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569
- หลังเข้าซื้อขายครบ 1 เดือน ณ วันที่ 30 เม.ย. 69 ราคาหุ้นปิดที่ 1.71 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคา IPO ที่ 1.89 บาท หรือให้ผลตอบแทนติดลบ 9.52%
- 3 บริษัทหลักทรัพย์ คาดการณ์ว่าผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่อง ให้ราคาเป้าหมายไว้ในช่วง 3.00 - 3.20 บาท
จากการสำรวจข้อมูลหุ้นเข้าใหม่ ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค.-เม.ย.) พบว่า มีหุ้นเข้าใหม่รวมทั้งสิ้นจำนวน 1 บริษัท ได้แก่ บริษัท ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ UNIX มูลค่าระดมทุนอยู่ที่ 340.20 ล้านบาท มูลค่าเสนอขายอยู่ที่ 340.20 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO อยู่ที่ 1,247.40 ล้านบาท โดยเป็นหลักทรัพย์ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในเดือน เม.ย.2569
ทั้งนี้ “โพสต์ทูเดย์” จะพามาดูว่า ราคาหุ้นปัจจุบัน (30 เม.ย.2569) ของ UNIX เมื่อเทียบจากราคาไอพีโอ “ผลตอบแทน หรือ รีเทิร์น” เป็นอย่างไร
โดย UNIX ประกอบธุรกิจผู้ผลิตและจำหน่ายฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติก ประกอบด้วย ฟิล์มสำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน ฟิล์มและบรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุของหนัก ฟิล์มและบรรจุภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมทั่วไป และบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค
- จดทะเบียนในตลาด SET กลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรม หมวดธุรกิจบรรจุภัณฑ์
- เข้าซื้อขายวันแรก วันที่ 1 เม.ย.2569
- ราคา IPO 1.89 บาท
- เปิดการซื้อขายวันแรก 2.14 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือเพิ่มขึ้น 13.23% จากราคา IPO
- ปิดการซื้อขายวันแรก 1.94 บาท เพิ่มขึ้น 0.05 บาท หรือเพิ่มขึ้น 2.65% จากราคา IPO
- ปิดการซื้อขายวันที่ 30 เม.ย.2569 อยู่ที่ 1.71 บาท ลดลง บาท หรือลดลง 9.52% จากราคา IPO
บล.ทรีนีตี้ ประเมินประเมินกำไรสุทธิปี 2568-2570 ที่ 149.50 ล้านบาท, 173.35 ล้านบาท และ 186.84 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นการเติบโต 25.09%, 15.95% และ 7.78% หลังผ่านจุดต่ำสุดของวัฏจักรราคาเม็ดพลาสติกในปี 2568
โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นมีปัจจัยจากรายได้จากการขายที่ขยายตัว ควบคู่กับอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับดีขึ้น จากประสิทธิภาพกระบวนการผลิตที่สูงขึ้น การลดของเสีย และผลประหยัดต่อขนาดภายใต้ระดับการใช้กำลังการผลิตที่สูงกว่า 80% ขณะที่บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนซึ่งเป็นตลาดหลักยังมีแนวโน้มเติบโตสูง
มูลค่าเหมาะสมของ UNIX ณ สิ้นปี 2569 ที่ 3 บาท ด้วยวิธี P/E ratio ที่ 11.5 เท่า อิงค่าเฉลี่ยของหุ้นในกลุ่มธุรกิจใกล้เคียง สะท้อนศักยภาพการเติบโตของผลประกอบการในระยะกลางถึงยาว
บล.บียอนด์ คาดการณ์กำไรสุทธิของ UNIX จะเร่งการเติบโตขึ้นเป็น 144 ล้านบาท ในปี 2568, 165 ล้านบาท ในปี 2569, และเป็น 191 ล้านบาท ในปี 2570 ด้วยอัตราการเติบโต 14.91% ต่อปี ในช่วง 2568-2570 จากกลยุทธ์การขยายตลาดต่างประเทศและรักษาการครองตลาดในประเทศ (สัดส่วนรายได้ 95.41% ใน งวด 9 เดือนปี 2568), การลดลงของภาระดอกเบี้ยจ่าย ทำให้กำไรสุทธิดีขึ้น มี D/E ลดลงเหลือ 1.17 เท่าในปี 2570 จาก D/E ที่ 4.32 เท่า ใน งวด 9 เดือนปี 2568
ทั้งนี้ ประเมินราคาที่เหมาะสมของ UNIX ที่ 3.10 บาท ในปี 2569 ที่ P/E 12.4 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อยของคู่แข่งบริษัทจดทะเบียน ทั้งในกลุ่ม Flexible packaging (Premium product) และกลุ่ม Packaging for consumer (Mass product) ที่ยังคงมีความต้องการอุปโภคบริโภคอย่างสม่ำเสมอทั้งในประเทศและต่างประเทศ
บล.เอเอสแอล ประเมินว่า ในช่วงปี 2568-2570 บริษัทจะมีรายได้จากการขายในช่วง 3,033-3,371 ล้านบาท เติบโต 5.4%ต่อปี ขณะที่กำไรสุทธิคาดอยู่ในช่วง 146-180 ล้านบาท เติบโต 10.8% ต่อปี สะท้อนการฟื้นตัวของความสามารถทำกำไร
โดยปี 2569-2570 คาดได้รับแรงหนุนจากการฟื้นสมดุลอุตสาหกรรมปิโตรเคมี การพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน และประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น ช่วยหนุน Margin ให้ปรับตัวขึ้น ดังนั้น ประเมินมูลค่าเป้าหมายเท่ากับ 3.20 บาท







