posttoday
วัส ติงสมิตร ชงอุดช่องกฎหมายปืน ป้องกันเหตุรุนแรงในโรงเรียน

วัส ติงสมิตร ชงอุดช่องกฎหมายปืน ป้องกันเหตุรุนแรงในโรงเรียน

10 สิงหาคม 2569

“วัส ติงสมิตร” ถอดบทเรียนเหตุโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เสนอคุมปืนดัดแปลง เพิ่มความรับผิดเจ้าของปืน คัดกรองสุขภาพจิตและเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยง

KEY

POINTS

  • เสนอให้ปรับปรุง พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ ให้ครอบคลุมอาวุธดัดแปลง, Blank Gun และ BB Gun เพื่อปิดช่องทางการเข้าถึงอาวุธ
  • ผลักดันกฎหมายความรับผิดชอบของเจ้าของปืน (Safe Storage Laws) ให้ผู้ครอบครองมีหน้าที่จัดเก็บปืนอย่างปลอดภัยและรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญาหากปล่อยปละละเลย
  • เสนอให้ยกระดับการคัดกรองผู้ขอใบอนุญาตครอบครองปืน และสร้างระบบแจ้งเตือนพฤติกรรมเสี่ยง (Red Flag Laws) ควบคู่กับการดูแลสุขภาพจิตเพื่อป้องกันเหตุเชิงรุก

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ ถอดบทเรียนจากเหตุรุนแรงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี พร้อมเสนอแนวทางป้องกันเหตุในระยะยาว โดยเห็นว่าการแก้ปัญหาควรเริ่มจากการลดโอกาสเข้าถึงอาวุธปืน อุดช่องว่างทางกฎหมาย และสร้างระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงควบคู่กับการดูแลสุขภาพจิต

 

 

นายวัสเสนอให้ปรับปรุงพระราชบัญญัติอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ให้ครอบคลุมอาวุธดัดแปลงและ “สิ่งแทนอาวุธปืน” เช่น Blank Gun และ BB Gun รวมถึงชิ้นส่วนที่สามารถนำไปประกอบหรือดัดแปลง โดยกำหนดมาตรการควบคุมให้รัดกุมมากขึ้น เพื่อปิดช่องทางการเข้าถึงอาวุธที่อาจนำไปก่อเหตุ

 

อีกมาตรการสำคัญคือการกำหนดกฎหมายว่าด้วยความรับผิดชอบของเจ้าของปืน หรือ Safe Storage Laws ให้เจ้าของอาวุธหรือผู้ปกครองมีหน้าที่จัดเก็บปืนอย่างปลอดภัย พร้อมกำหนดความรับผิดทั้งทางอาญาและทางแพ่ง หากปล่อยปละละเลยจนบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตสามารถนำอาวุธไปใช้ได้

 

พร้อมกันนี้ ควรยกระดับกระบวนการคัดกรองก่อนออกใบอนุญาตครอบครองปืน ทั้งการตรวจสอบประวัติและประเมินสภาวะทางจิตวิทยา รวมถึงกำหนดให้มีการต่ออายุใบอนุญาตและประเมินสุขภาพจิตเป็นระยะ ไม่ใช่ตรวจสอบเฉพาะในช่วงขออนุญาตครั้งแรก

ในด้านการป้องกันเชิงรุก นายวัสเสนอแนวคิดระบบแจ้งเตือนพฤติกรรมเสี่ยง หรือ Red Flag Laws ควบคู่กับทีมช่วยเหลือฉุกเฉินและช่องทางรับแจ้ง เมื่อพบบุคคลแสดงพฤติกรรมที่อาจเป็นสัญญาณเตือน เช่น การสื่อสารเชิงคุกคามบนสื่อสังคมออนไลน์ พฤติกรรมก้าวร้าว หรือการแยกตัวออกจากสังคม เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าแทรกแซงก่อนสถานการณ์บานปลาย

สำหรับแนวคิดการ “รีเซ็ตระบบอาวุธปืน” ผ่านมาตรการนิรโทษกรรมปืนผิดกฎหมาย หรือการเรียกเก็บอาวุธชั่วคราวเพื่อตรวจสอบ นายวัสเห็นว่ายังต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากมีข้อท้วงติงเรื่องขอบเขตการใช้อำนาจรัฐและผลกระทบต่อสิทธิในทรัพย์สิน จึงต้องออกแบบมาตรการให้อยู่ภายใต้หลักนิติธรรม

 

ส่วนประเด็นบทลงโทษ นายวัสมองว่า การเพิ่มความรุนแรงของโทษเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการป้องกันอาชญากรรมร้ายแรง โดยหลักอาชญาวิทยาให้ความสำคัญกับ “ความแน่นอนว่าจะถูกจับและถูกลงโทษ” มากกว่าการกำหนดโทษสูงสุด หากกระบวนการบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพและแน่นอน ก็มีส่วนช่วยควบคุมอาชญากรรมได้มากกว่า

 

กรณีผู้กระทำผิดที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี กฎหมายไทยกำหนดให้เข้าสู่กระบวนการของศาลเยาวชนและครอบครัว ซึ่งให้ความสำคัญกับการแก้ไขฟื้นฟูตามวัยและวุฒิภาวะ และไม่ใช้โทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต

นายวัสสรุปว่า บทเรียนสำคัญคืออาวุธปืนไม่ควรอยู่ในมือผู้ที่ยังไม่มีความพร้อมทั้งด้านวัยและวุฒิภาวะ การปรับกฎหมายให้ทันต่อรูปแบบอาวุธและช่องทางการเข้าถึงในปัจจุบัน ควบคู่กับระบบดูแลสุขภาพจิตและกลไกเฝ้าระวังที่เข้าถึงได้ จะเป็นส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยงและป้องกันความสูญเสียในระยะยาว.

แหล่งที่มาประกอบ : เพจเฟซบุ๊ก วัส ติงสมิตร

ข่าวล่าสุด

ตร. ทลาย เครือข่าย 'นอมินีต่างด้าว' ยึด อสังหาฯหัวหิน มูลค่า 300 ล้าน

ตร. ทลาย เครือข่าย 'นอมินีต่างด้าว' ยึด อสังหาฯหัวหิน มูลค่า 300 ล้าน