posttoday

"เซียนมี่" กะเทาะเปลือกหุ้นไทย 2026 เตือนแรง "พันธบัตรยาว" คือกับดัก! ชู 3 ธุรกิจผู้ชนะ รอดวิกฤต AI ดิสรัปชั่น

25 เมษายน 2569

สัมภาษณ์พิเศษ : เมื่อโลกการเงินกำลังถูกเขย่าด้วย AI และเงินเฟ้อรอบใหม่ สินทรัพย์ที่เคย "ปลอดภัยที่สุด" อาจไม่ปลอดภัยอีกต่อไป "ทิวา ชินธาดาพงศ์" ชี้ชัดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่เกมใหม่ และคนที่เข้าใจโครงสร้างเท่านั้นที่จะรอด พร้อมแนะส่องกลุ่ม B2B-ไอที-โซล่าเซลล์ รอดวิกฤตดิสรัปชั่น

KEY

POINTS

  • สัมภาษณ์พิเศษ : เมื่อโลกการเงินกำลังถูกเขย่าด้วย AI และเงินเฟ้อรอบใหม่ สินทรัพย์ที่เคย "ปลอดภัยที่สุด" อาจไม่ปลอดภัยอีกต่อไป
  • "ทิวา ชินธาดาพงศ์" ชี้ชัดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่เกมใหม่ และคนที่เข้าใจโครงสร้างเท่านั้นที่จะรอด
  • พร้อมแนะส่องกลุ่ม B2B-ไอที-โซล่าเซลล์ รอดวิกฤตดิสรัปชั่น

ท่ามกลางสภาวะตลาดหุ้นไทยที่กำลังเผชิญกับความผันผวนจากการปรับ "ฐานราคาใหม่" ของน้ำมันและเงินเฟ้อ หลายคนอาจกำลังตั้งคำถามว่านี่คือ "กับดัก" หรือ "โอกาส" ที่แท้จริงกันแน่

ตลาดหุ้นไทยในวันที่น้ำมันเปลี่ยนฐาน!

"เซียนมี่" ทิวา ชินธาดาพงศ์ นักลงทุนสายคุณค่า (VI) เปิดใจกับ "โพสต์ทูเดย์" ว่า ตลาดหุ้นในปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วง Price-in หรือการปรับฐานราคาใหม่ ตามทิศทางราคาน้ำมันและเงินเฟ้อที่มีกรอบใหม่ชัดเจนขึ้นที่ประมาณ 80-100 เหรียญสหรัฐฯ

แม้ดัชนีที่ระดับ 1,400 จุดต้นๆ จะถือว่าลงมาพอสมควรแล้ว แต่ยังมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจทำให้สถานการณ์เปลี่ยนได้ตลอดเวลา 

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยในปี 2569 นี้แตกต่างจาก 3 ปีที่ผ่านมาตรงที่ไม่ได้ "ลงอย่างเดียว" แต่มีจังหวะเด้งให้เล่นรอบได้ และหุ้นไทยเริ่มเคลื่อนไหวตามทิศทางตลาดเอเชียมากขึ้น ไม่ได้แย่กว่าเหมือนเมื่อก่อน แต่ต้องทำบ้านหนักเพราะสถานการณ์ยังไม่เคลียร์ในหลายมิติ 

สิ่งที่นักลงทุนพลาดมากที่สุดในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็คือ การลงทุนไม่ได้ซับซ้อน แต่ส่วนใหญ่จะดู "ราคาหุ้นมากกว่าดูธุรกิจ" บางทีต้องดูธุรกิจ 70-80% ว่ายังไปต่อได้อีก 3-4 ปีข้างหน้าหรือไม่ มากกว่าดูตัวเลขการเงินย้อนหลังซึ่งเปรียบเหมือนการขับรถโดยมองกระจกหลัง

นอกจากนี้ต้องดูความซื่อสัตย์และความตั้งใจของเจ้าของด้วยซึ่งรวมในข้อแรกคือการดูธุรกิจนั่นเอง ดังนั้นหากเจอหุ้นที่ไม่ได้รับผลกระทบแน่ๆ จังหวะนี้เป็นโอกาสซื้อ เพราะงบไตรมาส 1/2569 น่าจะออกมาสวย

กลุ่มธุรกิจ "ผู้ชนะ" ในยุคค่าครองชีพสูง

จากการลงพื้นที่รับฟังข้อมูลจากบริษัทจดทะเบียน "เซียนมี่" ชี้ให้เห็น 3 กลุ่มธุรกิจที่โดดเด่นและน่าสนใจลงทุน

1. กลุ่ม B2B ที่เป็นคนกลางขายของให้กับ B2C โดยเฉพาะผู้ผลิตกล่องและถุงพลาสติก เนื่องจากลูกค้ากลุ่ม B2C มีความกังวลเรื่องสินค้าขาดแคลน จึงเกิดภาวะ "Forward Load" หรือการสั่งซื้อล่วงหน้าตุนไว้จำนวนมาก ทำให้ผู้ผลิตมีอำนาจต่อรองราคาสูง

2. กลุ่มอุปกรณ์ไอทีและเทคโนโลยี อานิสงส์จากกระแส AI และการเปลี่ยนเครื่องรอบใหม่ (Replacement Cycle) เนื่องจากสินค้ามีมูลค่าสูงทำให้สามารถผลักภาระต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นไปยังผู้บริโภคได้ง่าย

3. พลังงานสะอาด และ EV โดยเฉพาะธุรกิจติดตั้งโซล่าเซลล์ พบว่ามีอัตราการเติบโตสูงถึง 200-300% เนื่องจากต้นทุนค่าไฟที่สูงขึ้น

"เซียนมี่" กะเทาะเปลือกหุ้นไทย 2026 เตือนแรง "พันธบัตรยาว" คือกับดัก! ชู 3 ธุรกิจผู้ชนะ รอดวิกฤต AI ดิสรัปชั่น

"พันธบัตรระยะยาว" อาจไม่ใช่สินทรัพย์ปลอดภัยอีกต่อไป

ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือการเตือนเรื่อง "พันธบัตรระยะยาว" ซึ่งในอดีตถือเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่สุดตามที่ได้เรียนมาในทฤษฎีทางการเงิน

แต่เมื่อไหร่ที่ AI หรือ AGI  (Artificial General Intelligence) คือปัญญาประดิษฐ์ระดับสูงที่จำลองสมองและความสามารถมนุษย์ได้อย่างรอบด้านเข้ามาปฏิวัติโลกการทำงานใหม่ 

หากเกิดการว่างงานในวงกว้าง สมมุติว่างงาน 30% สิ่งที่เกิดขึ้นคือรัฐบาลจะเก็บภาษีได้ลดลงจนต้องกู้เงินเพิ่มและออกพันธบัตรมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้พันธบัตรระยะยาวมีความเสี่ยงสูงขึ้นและดอกเบี้ยต้องขยับตาม ขณะที่พันธบัตรระยะสั้นดีเหมือนเดิม

"แม้มันจะไม่เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาก่อนเลยในประวัติศาสตร์โลกว่า พันธบัตรระยะยาว 10 ปี หรือ 20 ปี จะเสี่ยงได้อย่างไร แต่จริงๆแล้วมันเสี่ยงในโลกหลังยุค AGI แต่ สำหรับผมมองว่ามันจะเกิดขึ้นหลังจาก 1-2 ปีนี้"

"เซียนมี่" กะเทาะเปลือกหุ้นไทย 2026 เตือนแรง "พันธบัตรยาว" คือกับดัก! ชู 3 ธุรกิจผู้ชนะ รอดวิกฤต AI ดิสรัปชั่น

หากเกิดวิกฤตรอบใหม่ จุดที่เสี่ยงที่สุดของไทยคือ ?

ในส่วนของภาคธุรกิจจริง "เซียนมี่" มองว่า กลุ่ม SME คือจุดเสี่ยงที่สุด เนื่องจากต้องเผชิญกับ "พายุสมบูรณ์แบบ" ทั้งจากผลกระทบหลังโควิด-19 การรุกรานของสินค้าและแพลตฟอร์มจากจีนที่เข้ามาดึงกำไรออกไป ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อหนี้เสียในระบบธนาคาร

ทางรอดเดียวของกลุ่ม SME คือ การนำ AI เข้ามาช่วยสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความเฉพาะตัว (Uniqueness) หรือใส่ไอเดียและดีไซน์เข้าไป เพราะไทยไม่สามารถแข่งขันด้านขนาดการผลิต (Scale) กับจีนได้

ถามว่า.. ถ้ามีเงินก้อนเดียวในปีนี้จะทำอย่างไร ?

"เซียนมี่" เลือกที่จะนำไป "ลงทุน" เพราะดัชนีหุ้นไทยในช่วงนี้อยู่ในโซนค่อนข้างต่ำ ทั้งลงทุนและเล่นรอบผสมกันไป หมายถึงหากซื้อแล้วราคาปรับเพิ่มขึ้นก็อาจจะขายออกมาบางส่วน 

การหาหุ้นที่ดีในอีก 1-2 ปีข้างหน้าน่าสนใจกว่าการถือเงินสดที่มูลค่าจะด้อยลงเรื่อยๆ

กลยุทธ์แบบไหนที่เคยใช้ได้ในอดีต แต่ตอนนี้ใช้ไม่ได้ ?

การเชื่อเรื่องการเติบโตในอดีตที่มาจากการเพิ่มขึ้นของประชากร เพราะปัจจุบันประชากรไทยลดลงต่อเนื่อง เด็กเกิดใหม่ลดลงต่ำกว่าประวัติการณ์ ดังนั้นการเติบโตจากการขยายสาขาจึงทำได้ยาก

อาจต้องเน้นธุรกิจที่มีความพิเศษ (Niche) ขยายไปได้ทั่วโลก หรือธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยี การใช้ไมโครชิพเพิ่มขึ้น มีการพัฒนาเทคโนโลยีมีให้ดีขึ้นตลอดเวลา ยิ่งมี AI เข้ามาด้วยยิ่งทำให้มีความน่าสนใจเพิ่มขึ้น และแน่นอนว่าย่อมส่งผลต่ออัตราจ้างแรงงานในอนาคต 

"ถ้าพูดแบบไม่โลกสวยและถือเป็นเรื่องที่จริงจัง การใช้เทคโนโลยีมากขึ้นปลายทางคือการตกงาน ดังนั้นในช่วงนี้จึงอยากให้แรงงานทุกคนขยันทำงานให้มากและหารายได้เสริมในหลายช่องทาง"

อนาคตหุ้นไทย 3-5 ปี

ตลาดหุ้นไทยอาจไม่โดดเด่นเหนือตลาดอื่น แต่จะมี Fundamental Change จากเสถียรภาพทางการเมือง หากรัฐบาลปัจจุบันทำงานได้ดีใน 3 ปีนี้ สามารถผลักดันประเทศให้ยืนอยู่ในที่ที่ควรจะเป็น ซึ่งอาจไม่ได้ถึงขั้นเสือตัวที่ 5 เพราะยังไม่ได้โดดเด่นอะไร 

แต่ก่อนหน้านี้เราถูกกดไว้ ถูกมองเป็น "ผู้ป่วยแห่งเอเชีย" ดังนั้นหากรัฐบาลทำงานได้ดี ไทยจะเปลี่ยนสถานะมาเป็น "พนักงานธรรมดา" ที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติกลับมาได้ แม้จะยังไม่โดดเด่นที่สุดในภูมิภาคก็ตาม

คำแนะนำทิ้งท้ายสำหรับนักลงทุนไทย คือ "ลงทุนอย่างระมัดระวัง และทำงานให้หนักขึ้น" การประหยัดเป็นเรื่องที่ดีแต่ถ้าพูดตามตรงเราประหยัดมา 3 ปีให้ประหยัดต่อไปไม่รอด แน่ 

สิ่งที่สำคัญ คือ "คุณต้องขยัน" ต้องช่วยกันลุกขึ้นทำงานเพิ่มขึ้นคนละ 1-2 ชั่วโมงต่อวัน Productivity ถึงจะทำให้รอดจากปัญหา การประหยัดอย่างเดียวไม่ช่วยให้รอด แต่ต้องหาทางเพิ่มรายได้ เช่น การไลฟ์ TikTok หรือทำ Affiliate เพื่อสร้างรายได้เสริม ถ้าทุกคนช่วยกันทำ ช่วยกันสร้างรายได้เชื่อว่าจะรอดจากวิกฤต

ท้ายที่สุดเมื่อถามว่าอยากรวยแบบเซียนมี่ต้องทำอย่างไร ? 

"เซียนมี่" ตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "ต้องไหว้พระสวดมนต์เยอะๆ" และความขยันเป็นอีกเรื่องที่ต้องทำ ซึ่งถ้าถามผมตอนเป็นเด็กว่า "เรื่องดวง" มีส่วนแค่ไหน ผมตอบเลยว่า "ไม่มี" 

แต่ตอนนี้ ผมเชื่อว่าดวงมีส่วนเยอะ ยกตัวอย่างเช่น การเกิดในครอบครัวที่ดีทำให้ได้รับโอกาสที่ดีในหลายรูปแบบ เป็นต้น แต่นั่นคือสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ ดังนั้น จงทำสิ่งที่ควบคุมได้ให้ดีที่สุด.

"เซียนมี่" กะเทาะเปลือกหุ้นไทย 2026 เตือนแรง "พันธบัตรยาว" คือกับดัก! ชู 3 ธุรกิจผู้ชนะ รอดวิกฤต AI ดิสรัปชั่น

ข่าวล่าสุด

'พิพัฒน์' จ่อชงโครงการ 'แลนด์บริดจ์' ล้านล้าน สร้างแต้มต่อวิกฤตฮอร์มุซ