posttoday

SET แกว่งขึ้น แต่กรอบบนยังจำกัด ยืนเหนือ 1,470 จุด ได้ ยังดีอยู่

23 เมษายน 2569

InnovestX คาด SET แกว่งตัวฟื้นขึ้น หุ้นกลุ่มอิเล็กฯ คาดได้แรงหนุนจากหุ้น Tech สหรัฐฯ รวมทั้งราคาน้ำมันเริ่มขยับขึ้นน่าจะกลับมาหนุนหุ้นพลังงานต้นน้ำ แต่กรอบบนยังจำกัด ยืนเหนือ 1,470 จุด ได้ มองยังดีอยู่ กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ HANA และ PTTEP

KEY

POINTS

  • SET มีแนวโน้มฟื้นตัวแต่ยังเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด โดยมีแนวรับสำคัญทางเทคนิคที่ 1,470 จุด หากยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ยังเป็นสัญญาณที่ดี
  • ปัจจัยหนุนมาจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้อานิสงส์จากหุ้นเทคฯ สหรัฐฯ และกลุ่มพลังงานจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น
  • ทิศทางดัชนีในระยะสั้นขึ้นอยู่กับผลการเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลางเป็นหลัก ซึ่งจะกำหนดภาวะตลาดว่าเป็น Risk-on หรือ Risk-off

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งตัวฟื้นขึ้น หุ้นกลุ่มอิเล็กฯ คาดได้แรงหนุนจากหุ้น Tech สหรัฐฯ รวมทั้งราคาน้ำมันเริ่มขยับขึ้นน่าจะกลับมาหนุนหุ้นพลังงานต้นน้ำ นักลงทุนน่าจะหันมาให้น้ำหนักกับปัจจัยในประเทศ ทั้งมาตรการพยุงเศรษฐกิจและการรายงานงบฯ มากขึ้น หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่มีความคืบหน้าอย่างมีนัย โดยเฉพาะการเจรจาสันติภาพรอบสองที่ยังต้องจับตาว่าจะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้หรือไม่ ทำให้ดัชนียังเคลื่อนไหวกรอบจำกัด ทางเทคนิค หากดัชนียืนเหนือ 1,470 จุด ได้ มองยังดีอยู่

ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET เข้าสู่โหมดผันผวน โดยทิศทางดัชนีขึ้นอยู่กับผลเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านเป็นหลัก ทั้งนี้หากการเจรจามีพัฒนาการเชิงบวกก่อนเส้นตายหยุดยิงจะเป็น Catalyst หนุนให้สินทรัพย์เสียงทั่วโลกเข้าสู่ภาวะ Risk-on โดยคาด SET จะดีดตัวแบบ V-Shape ทะลุแนวต้านที่ 1,500-1,530 จุด แต่หากการเจรจาล้มเหลวจนนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหาร จะส่งผลให้ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะ Risk-off คาด SET จะปรับฐานลงแรงไปทดสอบแนวรับที่ 1,450-1,400 จุด 

ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy" แบ่งตามระดับความเสี่ยงและความคาดหวังของนักลงทุน 

นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และคาดได้ข้อตกลงสันติภาพถาวร แนะนำปรับพอร์ตตามกรอบเวลา ดังนี้

1. ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์): เน้นเล่นเก็งกำไรตัดสินในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากน้ำมันปรับฐานและ Supply Chain ฟื้น อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) ท่องเที่ยว (CENTEL ERW MINT) รพ.ระดับบน (BH BDMS) ยานยนต์ (AH SAT) รวมทั้งหุ้น SET50 ที่คาดเป็นเป้า Short Covering โดยราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET ตั้งแต่วิกฤต ได้แก่ MINT BTS LH BDMS AWC

2. ระยะกลาง (3-6 เดือน) เน้นทยอยสะสมหุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power รับมือเงินภาวะ เฟ้อสูงจากฐานราคาน้ำมันใหม่ที่ยังทรงตัวสูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพานิชย์ (BJC CPN)

3. ระยะยาว (6-12 เดือน+): เน้นลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดและนิคมที่ตอบโจทย์ลดพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA

นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำและกังวลเจรจาล้มเหลว แนะนำถือเงินสดหรือตราสารหนี้สิ้นเพื่อรักษาความคล่องตัวและลดผลกระทบจากการปรับขึ้นของ Bond Yield พร้อมรอจังหวะเข้าซื้อสินทรัพย์พื้นฐานดีเมื่อสถานการณ์ชัดเจน ขณะที่ทำ Strategic Hedging ป้องกันพอร์ตด้วยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้น อย่าง PTTEP รวมทั้ง PTTGC จากส่วนต่างสเปรตกว้างขึ้นและไม่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยถึงจุด Trailing Stop ไว้เสมอหากสถานการณ์ดูเริ่มคลี่คลาย 

อีกทั้งแนะนำสะสมหุ้น High Dividend เพื่อสร้างกระแสเงินสดระยะสั้น (สะสมก่อน XD เม.ย.-พ.ค.) โดยเลือกหุ้นที่จ่ายปันผลงวดนี้จากกำไรปี 2568 ซึ่งให้ Div. Yield > 5% ได้แก่ KBANK KKP TISCO BAM AP TLI 

Trading Idea: 1. หุ้น Policy Play ที่ได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐระยะสั้น อาทิ กลุ่มพาณิชย์ (BJC TNP) จากการเติมเงินบัตรสวัสดิการและอุดหนุนค่าน้ำมันกลุ่มขนส่ง กลุ่มรับเหมา (STECON CK) ปรับสูตรคำนวณค่า K และกลุ่มพลังงานสะอาด (GULF GUNKUL BANPU SCC HMPRO GLOBAL AMATA WHA) จากปล่อยสินเชื่อค่าให้แก่ Solar & EV 2. หุ้น Summer Play ที่ได้ประโยชน์จากความ ต้องการซื้อสินค้าคลายร้อนสูงขึ้น ได้แก่ ICHI HTC HMPRO GLOBAL

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ HANA ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า, กระแสการลงทุนใน AI และ Sentiment เชิงบวกจากดัชนี Nasdaq ที่ทำ New High คาดบริษัทจะมี New S-curve จากการผลิต Solid State Cooling Device ให้ Phononic ซึ่งคาดว่าจะเริ่มการผลิต ในครึ่งหลังปี 2569 และ Mass Production ในปี 2570 เป้าหมายระยะสั้นที่ 29.00 บาท

PTTEP ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับขึ้นวานนี้และความกังวลต่อความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านที่เพิ่มขึ้น หลังมีรายงานการโจมตีเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุช ขณะที่การเจรจารอบใหม่ยังไม่มีความคืบหน้า ด้านกำไรปกติไตรมาส 1/2569 คาดจะเพิ่มขึ้น YoY และ QoQ ตามปริมาณขายก๊าซฯ ที่เพิ่มขึ้น เป้าหมายระยะสั้นที่ 147 บาท

ข่าวล่าสุด

แรงขายถล่ม! SCC หยุดโรงงานเวียดนามหนีต้นทุนพุ่ง ฉุดหุ้นรูด 16 บาท