20 ปี หลักสูตร CISA จากรากฐานสู่เกราะคุ้มกันโลกการเงินยุคใหม่
ตลาดทุนไทยได้ "ขุนพลทางปัญญา" รุ่นใหม่ 208 คน จากพิธีมอบวุฒิบัตร CISA Certificate Awarding Ceremony 2026 สะท้อนบทบาทนักวิเคราะห์ที่ยังจำเป็นในยุค AI และข้อมูลมหาศาล พร้อมตอกย้ำภารกิจยกระดับมาตรฐานบุคลากรตลาดทุนไทยสู่ระดับสากล
KEY
POINTS
- ตลาดทุนไทยได้ "ขุนพลทางปัญญา" รุ่นใหม่ 208 คน จากพิธีมอบวุฒิบัตร CISA Certificate Awarding Ceremony 2026
- สะท้อนบทบาทนักวิเคราะห์ที่ยังจำเป็นในยุค AI และข้อมูลมหาศาล
- พร้อมตอกย้ำภารกิจยกระดับมาตรฐานบุคลากรตลาดทุนไทยสู่ระดับสากล
วันแห่งความสำเร็จ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความภาคภูมิใจในพิธีมอบวุฒิบัตร CISA Certificate Awarding Ceremony 2026 เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา
ภาพของคนรุ่นใหม่ 208 คนที่ก้าวขึ้นมารับวุฒิบัตรไม่ใช่แค่การจบหลักสูตรการศึกษา แต่คือการประกาศตัวของ "ขุนพลทางปัญญา" ชุดใหม่ที่จะเข้ามาขับเคลื่อนตลาดทุนไทยให้แข็งแกร่งและโปร่งใสยิ่งขึ้น
เมื่อโลกการเงินไม่ได้เรียบง่ายเหมือนเดิม!
ในวันที่เทคโนโลยี AI สามารถประมวลผลข้อมูลมหาศาลได้เพียงเสี้ยววินาที หลายคนอาจตั้งคำถามว่า...นักวิเคราะห์ยังจำเป็นอยู่หรือไม่ ?
แต่ในความเป็นจริง โลกการเงินปัจจุบันกลับซับซ้อนและผันผวนกว่าเดิม ข้อมูลที่รวดเร็วอาจมาพร้อมความเสี่ยงที่มองไม่เห็น การดูเพียงตัวเลขหน้าฉากอาจไม่พออีกต่อไป แต่ต้องอาศัยการมองให้ลึกถึงหมายเหตุประกอบงบการเงินและการมีจริยธรรมวิชาชีพที่ AI ไม่สามารถเลียนแบบได้
CISA สะพานสู่มาตรฐานสากล
"อัสสเดช คงสิริ" กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวอย่างชื่นชมและขอบคุณอดีตผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ฯที่ผ่านมาที่ริเริ่มโครงการนี้ขึ้นมาน่าจะประมาณ 20 ปีแล้ว
ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจใหม่ของตลาดหลักทรัพย์ฯคือ "The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities" ที่ต้องการสร้างโอกาสให้ส่วนรวม โดยเฉพาะนักศึกษาและผู้สนใจให้เข้ามามีบทบาทในตลาดทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
หลักสูตร CISA (Certified Investment and Securities Analyst) ถือเป็นมาตรฐานระดับสูงเทียบเท่ากับ CFA และสำนักงาน ก.ล.ต. ให้การรับรอง เป้าหมายคือการสร้างบุคลากรที่มีความรู้ด้านการเงินและการลงทุนอย่างลึกซึ้งเพื่อประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม ไม่จำกัดว่าต้องทำงานในภาคตลาดทุนหรือโบรกเกอร์เท่านั้น แต่รวมถึงภาคธุรกิจทั่วไปด้วย
ทั้งนี้เนื้อหาหลักสูตรมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันต่อโลกที่มีความผันผวนมากขึ้น การวิเคราะห์ต้องลึกซึ้งกว่าเดิม เช่น การดูหมายเหตุประกอบงบการเงินแทนการดูแค่ตัวเลข หรือการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยวิเคราะห์
ปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีจัดสอบออนไลน์ร่วมกับมหาวิทยาลัยกว่า 5 แห่งทั่วประเทศ เพื่อขยายโอกาสและลดค่าใช้จ่ายของผู้เข้าสอบ
"สมบัติ นราวุฒิชัย" เลขาธิการ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) ยอมรับว่าแม้เทคโนโลยี AI จะประมวลผลข้อมูลได้รวดเร็ว แต่อาจเพิ่มความเสี่ยงให้กับผู้ลงทุนได้ บทบาทผู้ประกอบวิชาชีพด้านการวิเคราะห์การลงทุนจึงมีความสำคัญ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) จึงมุ่งผลักดันหลักสูตร CISA สู่มาตรฐานสากล
เพื่อสร้างบุคลากรที่มีทั้งความรู้ กระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ และจริยธรรมวิชาชีพที่เข้มแข็ง การผ่านหลักสูตร CISA ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพในการทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลและให้คำแนะนำอย่างมีความรับผิดชอบ สู่การยกระดับวิชาชีพและสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดทุน
เส้นทางอาชีพนักวิเคราะห์ กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ
"ณาศิส ประเสริฐสกุล" ผู้ที่ได้รับรางวัล CISA Achievement Award บุคคลต้นแบบบนเส้นทางสายงานบริหารการลงทุน การวิเคราะห์หลักทรัพย์มายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์และสร้างคุณูปการต่อตลาดทุนไทย ยอมรับเช่นกันว่าโลกปัจจุบันและในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นมากจากเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ความรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการประกอบอาชีพด้านนี้ การสร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
ซึ่งหลักสูตร CISA ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดทุน ความรู้จากหลักสูตรนี้จะช่วยให้บุคลากรสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีในอนาคต เพื่อสร้างความได้เปรียบในการทำงานได้ดียิ่งขึ้น
เมื่อบุคลากรในตลาดทุนมีความรู้และความเชี่ยวชาญมากพอ จะนำไปสู่การร่วมกันสร้างและพัฒนาตลาดเงินตลาดทุนไทยให้มีความยั่งยืนมากขึ้น นอกจากนี้ บุคลากรเหล่านี้จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศในระยะยาวต่อไป
"หลักสูตร CISA" มีความพร้อมอย่างมากทั้งในแง่ของ "ความกว้าง" คือมีความหลากหลายในการใช้เครื่องมือและความเข้าใจในหลายตลาด และ "ความลึก" ขององค์ความรู้และข้อมูลข่าวสารแก่นักลงทุนทั่วไป
หลักสูตรนี้จะช่วยสร้างบุคลากรวิชาชีพ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนตลาดหุ้นไทยและสนับสนุนให้ลงทุนได้อย่างมีคุณภาพ ดีกว่าการลงทุนโดยขาดความรู้และข้อมูลที่ดีพอ
โดยโครงสร้างหลักสูตรของ CISA มีความเป็นมาตรฐานสากลระดับสูงและไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าหลักสูตรในต่างประเทศเลย จุดเด่นที่สำคัญ คือ "เรื่องภาษาจะไม่เป็นข้อจำกัดอีกต่อไป" สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพ
การที่ไม่มีอุปสรรคด้านภาษาทำให้เราสามารถพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพทัดเทียมกับต่างประเทศได้ โดยที่เนื้อหายังคงครอบคลุมและมีความลึกทางทฤษฎีมากเพียงพอสำหรับการใช้ประโยชน์ในระยะยาว
ฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนประเทศ
ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา หลักสูตร CISA ได้บ่มเพาะบุคลากรไปแล้วกว่า 3,590 คน คนเหล่านี้ไม่ใช่แค่ผู้เชี่ยวชาญด้านตัวเลข แต่คือ "ฟันเฟืองสำคัญ" ในการสร้างความเชื่อมั่น (Trust) และความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจของชาติในระยะยาว
เพราะในโลกการเงินที่เต็มไปด้วยพายุ...การมีเข็มทิศที่แม่นยำและเกราะคุ้มกันที่แข็งแกร่งอย่าง CISA คือกุญแจสำคัญที่จะพาทุกคนก้าวไปสู่โอกาสที่ไร้ขีดจำกัด.


