ตะวันออกกลางตึงเครียด สะเทือนกำไรหุ้นบริษัทจดทะเบียนไทย
สถานการณ์ตะวันออกกลางดันต้นทุนธุรกิจพุ่ง! ทีม Wealth Research บล.บัวหลวง เตือนต้นทุนพลังงาน–เศรษฐกิจโลกชะลอ กระทบกำไรหลายธุรกิจ แต่หุ้นพลังงานต้นน้ำ PTTEP–โรงกลั่น รับอานิสงส์ราคาน้ำมัน
KEY
POINTS
- สถานการณ์ตะวันออกกลางดันต้นทุนธุรกิจพุ่ง!
- ทีม Wealth Research บล.บัวหลวงเตือนต้นทุนพลังงาน–เศรษฐกิจโลกชะลอ กระทบกำไรหลายธุรกิจ
- แต่หุ้นพลังงานต้นน้ำ PTTEP–โรงกลั่น รับอานิสงส์ราคาน้ำมัน
ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์กลับมาฉุดความเชื่อมั่น ทีม Wealth Research บล.บัวหลวง มองบริษัทไทยแม้รายได้ตรงจากตะวันออกกลางน้อย แต่ยังเผชิญผลกระทบผ่านต้นทุนพลังงานและเศรษฐกิจที่แผ่วลง
สถานการณ์ตะวันออกกลางที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้งยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อตลาดการเงินทั่วโลก โดยข้อมูลจากทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า แม้บริษัทจดทะเบียนไทยส่วนใหญ่จะมีรายได้จากภูมิภาคนี้ในสัดส่วนค่อนข้างต่ำ แต่ผลกระทบสำคัญกำลังส่งผ่านผ่านต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
รวมถึงความอ่อนไหวของอุปสงค์ในภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังชะลอ รายงานฉบับนี้จะขยายผลการประเมินฉากทัศน์ลงลึกรายบริษัท เพื่อประเมินผลต่อกำไร ระดับมูลค่า และฐานะการเงินภายใต้ราคาน้ำมันที่ผันผวนกว้างระหว่าง 80 – 189 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
รายได้จากตะวันออกกลางอยู่ในวงจำกัด แต่บางกลุ่มต้องจับตา
ข้อมูลจากทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า บริษัทส่วนใหญ่มีรายได้จากตะวันออกกลางเพียงราว 1 – 5% ของยอดขาย แม้ภาพรวมจะอยู่ในระดับต่ำ
แต่มีบางรายที่พึ่งพาสูงกว่า เช่น BH ซึ่งมีสัดส่วนราว 25 – 30% รวมถึง ERW และ MINT ที่อยู่ราว 8% ส่งผลให้บริษัทเหล่านี้อ่อนไหวต่อสถานการณ์มากกว่าอุตสาหกรรมอื่น
ต้นทุนพลังงานและอุปสงค์อ่อนแรงเป็นตัวกดดันหลัก
แม้รายได้โดยตรงจะมีสัดส่วนจำกัด แต่ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและการชะลอตัวของอุปสงค์โลกถือเป็นแรงกดดันสำคัญต่อกำไร
โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้น้ำมันเป็นต้นทุนหรือเกี่ยวข้องกับกำลังซื้อของผู้บริโภค เช่น BGRIM, GPSC, CBG, OSP, TU, DOHOME และ AOT ซึ่งเป็นกลุ่มที่ถูกกระทบทั้งสองด้านพร้อมกัน
พลังงานต้นน้ำได้ประโยชน์ ส่วนต้นทุนสูงกดดันกลุ่มอุตสาหกรรมใช้พลังงาน
เมื่อพิจารณาในสามฉากทัศน์ พบว่า SCC เป็นบริษัทที่มีความเปราะบางที่สุด โดยกำไรมีโอกาสลดลงราว –24% หากราคาพลังงานยังทรงตัวในระดับสูง
ขณะที่กลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่นกลับมีแนวโน้มได้อานิสงส์เด่น โดย PTTEP อาจมีกำไรเพิ่มราว 77% และ SPRC ราว 91% ตามทิศทางราคาน้ำมันและค่าการกลั่นที่ขยับขึ้น
ความแข็งแกร่งทางการเงิน ใครทนแรงกระแทกได้มากกว่า
ข้อมูลจากทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า เมื่อประเมินผ่าน Stress Test Score พบว่า PR9, SPRC และ COM7 อยู่ในกลุ่มที่มีความแข็งแกร่งสูง
ขณะที่ BGRIM, GPSC และ AAV เป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางจากต้นทุนพลังงานและอุปสงค์ที่ชะลอตัว
นอกจากนี้ การจัดกลุ่มหุ้นยังสะท้อนภาพความเสี่ยงแตกต่างกัน ได้แก่
- กลุ่มพื้นฐานแข็งแกร่งแต่ราคาปรับลงแรงเกินจริง: PR9, GULF, CPN, KTC และ WHA
- กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันสูงแต่ตลาดยังไม่สะท้อนเต็มที่: SPRC, TOP, PTT, PTTGC และ GUNKUL
- กลุ่มที่ผลกระทบต่อกำไรจำกัดและฐานะการเงินแข็งแรง: COM7, TFG, ADVICE และ MRDIYT ซึ่งยังยืนราคาหุ้นได้ดีกว่าตลาดรวม
มุมมองสำหรับนักลงทุน
สถานการณ์ตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม โดยราคาน้ำมันและภาวะเศรษฐกิจโลกยังเป็นตัวกำหนดผลกระทบหลักต่อผลประกอบการ นักลงทุนจึงควรเน้นธุรกิจที่ฐานะการเงินแข็งแรงหรือมีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากราคาพลังงาน
ขณะที่ธุรกิจที่ใช้น้ำมันเป็นต้นทุนโดยตรงหรือพึ่งพากำลังซื้อสูงอาจยังเผชิญแรงกดดันต่อไป
ที่มา : บทวิเคราะห์ Tactical Stock ฉบับวันที่ 12 มีนาคม 2569


