โพสต์วิเคราะห์ : สแกน'ดีลล้มยักษ์'ฮั้วสว. กกต.รับเผือกร้อน-เสี่ยงม.157
อนุฯ กกต. ชุดที่ 36 ส่อเค้ายกคำร้อง 229 ราย คดีฮั้วเลือก สว. ด้านผู้เชี่ยวชาญเตือนบอร์ดชุดใหญ่ระวังวิกฤตศรัทธาและคดีอาญา หากเร่งรับรองมติค้านสายตาสังคม
KEY
POINTS
- ความขัดแย้งของข้อมูล: สำนวนชุดสืบสวน (ชุด 26) พบหลักฐานแน่นหนานับพันหน้า แต่ชุดวินิจฉัย (ชุด 36) กลับมีมติยกคำร้องทั้งหมด ท่ามกลางข้อสงสัยเรื่องความเป็นกลางและการตั้งชุดพิเศษโดยไม่สุ่มคดี
- ความเสี่ยงทางกฎหมาย: กกต. ชุดใหญ่เผชิญแรงกดดันหากรับรองมติที่อาจมิชอบด้วยกฎหมาย เสี่ยงถูกฟ้องตาม ม.157 ขณะที่คดีของ DSI ยังคงเดินหน้าต่อด้วยหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์
- ผลกระทบเชิงนโยบาย: ปมจริยธรรมและความโปร่งใสในการได้มาซึ่ง สว. และรัฐมนตรี จะกลายเป็นชนักติดหลังที่บั่นทอนความเชื่อมั่นต่อระบบรัฐสภาและกระบวนการยุติธรรมในระยะยาว
รอยร้าวสำนวนคดี: เมื่อ 'ชุดวินิจฉัย' สวนทาง 'ชุดสืบสวน'
ปมขัดแย้งกรณีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กำลังก้าวเข้าสู่จุดวิกฤต หลังมีกระแสข่าวว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 มีมติ 5:2 ให้ยกคำร้องผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 229 คน ซึ่งรวมถึงแกนนำพรรคภูมิใจไทยที่เตรียมดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
มติดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างหนัก เนื่องจากขัดแย้งกับผลการสอบสวนของ คณะทำงานชุดสืบสวนไต่สวน (ชุดที่ 26) ที่ใช้ทีมงานกว่า 20 คน รวบรวมพยานหลักฐานกว่า 1,000 หน้า ทั้งเส้นทางการเงิน พิกัดโทรศัพท์ และการใช้ AI วิเคราะห์รูปแบบการลงคะแนนที่มีโอกาสเกิดขึ้นเองเพียง "1 ในล้านล้าน"
รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. วิเคราะห์ว่าความผิดปกติเริ่มต้นตั้งแต่การตั้งคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษ โดยหลีกเลี่ยงระบบสุ่ม (Random) คดีตามระเบียบปกติ
นอกจากนี้ยังมีคำถามเรื่อง "ความเป็นกลาง" เมื่อปรากฏภาพหนึ่งในอนุกรรมการไปต้อนรับผู้ถูกกล่าวหาที่สนามบินบุรีรัมย์ ซึ่งอาจขัดต่อระเบียบ กกต. ว่าด้วยความประพฤติและจริยธรรมอย่างร้ายแรง
เดิมพันมาตรา 157: บทพิสูจน์ความอิสระขององค์กร
ในเชิงลึก การที่คณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ใช้เวลาพิจารณาน้อยกว่าและมีกำลังคนเพียง 7 คน แต่กลับหักล้างพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ของชุดสืบสวน ทำให้เกิดข้อกังวลเรื่องการ "ล้มคดี" ทางการเมือง พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว สว. สำรอง ระบุว่ามาตรฐานการพิจารณาตาม พ.ร.ป. สว. มาตรา 62 ใช้เกณฑ์เพียง "อันควรเชื่อได้ว่า" มีการทุจริต เช่น การจัดรถรับส่งหรือเลี้ยงเครื่องดื่ม ก็เพียงพอต่อการลงโทษ แต่การที่อนุฯ ชุดนี้เสนอ "ยกทั้งกระบิ" จึงเป็นเรื่องค้านสายตาอย่างยิ่ง
บทวิเคราะห์ชี้ว่า หาก กกต. ชุดใหญ่ เร่งรีบรับรองมตินี้โดยไม่พิจารณาความไม่ชอบมาพากลในการแต่งตั้งอนุฯ ชุดที่ 36 ที่กำลังถูกฟ้องร้องในศาลอาญาคดีทุจริต กกต. ทั้งคณะอาจสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เนื่องจากเป็นการวินิจฉัยบนฐานที่อาจมิชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่ต้น
ฉากทัศน์การเมือง: จากคดีฮั้วสู่ชะตากรรมรัฐมนตรี
สำหรับผลกระทบต่อภาคการเมือง แม้การยกคำร้องในชั้น กกต.จะช่วยต่อลมหายใจให้ว่าที่รัฐมนตรีในระยะสั้น แต่ "ดาบสอง"ยังคงอยู่ที่คดีอาญาของ DSI เรื่องการฟอกเงินและอั้งยี่ ซึ่งมีมาตรฐานการพิสูจน์หลักฐานที่แยกส่วนกัน หากศาลฎีกามีคำวินิจฉัยในอนาคตว่ากระบวนการได้มาซึ่ง สว. ไม่สุจริต จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อ "มาตรฐานจริยธรรม" ของนักการเมืองที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจนำไปสู่การพ้นจากตำแหน่งในภายหลัง
ในแง่เศรษฐกิจและนโยบาย ความไม่เชื่อมั่นในที่มาของสภาสูงอาจส่งผลต่อการพิจารณากฎหมายสำคัญและการตรวจสอบรัฐบาล ลดทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อกระบวนการยุติธรรมและธรรมาภิบาลของประเทศ กกต. จึงอยู่ในภาวะ "กลืนไม่เข้าคายไม่ออก" ระหว่างแรงกดดันทางการเมืองกับความถูกต้องตามหลักนิติรัฐ
เรียบเรียง:อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง
แหล่งที่มา: รายการคมชัดลึก (คลิก)


