posttoday

อิหร่านใช้ “น้ำมัน” เป็นอาวุธ เขย่าตลาดโลกสกัดอำนาจทหารสหรัฐ

14 มีนาคม 2569

อิหร่านใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นอาวุธเศรษฐกิจ ลดการขนส่งน้ำมันเกือบหมด หวังสร้างแรงกดดันต่อสหรัฐและพันธมิตรให้ยุติสงคราม

แหล่งข่าวระดับภูมิภาคเปิดเผยว่า ก่อนที่สหรัฐและอิสราเอลจะเปิดฉากโจมตีอิหร่าน รัฐบาลเตหะรานได้วางยุทธศาสตร์สำคัญไว้ล่วงหน้า นั่นคือการใช้เส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลกเป็นเครื่องต่อรอง เพื่อชดเชยความเสียเปรียบทางกำลังทหาร

 

ยุทธศาสตร์ดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นคอขวดด้านพลังงานของโลก หากเกิดการหยุดชะงักจะส่งผลกระทบทันทีต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลก

 

ปัจจุบันการขนส่งผ่านช่องแคบนี้ลดลงอย่างรุนแรง โดยข้อมูลของสหประชาชาติชี้ว่า การเดินเรือลดลงถึง 97% นับตั้งแต่สงครามกับอิหร่านเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

เส้นเลือดพลังงานโลกถูกกุมไว้

 

ตามปกติแล้ว ประมาณ หนึ่งในห้าของปริมาณน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวของโลก ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างอิหร่านกับรัฐอ่าวเปอร์เซีย

 

การควบคุมช่องแคบแห่งนี้จึงกลายเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของอิหร่าน แหล่งข่าวระบุว่า เตหะรานได้เปลี่ยนทรัพยากรเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของภูมิภาค ให้กลายเป็น เครื่องยับยั้งทางการทหารที่ทรงพลังที่สุด

 

นักวิเคราะห์มองว่า นี่คือความพยายามของอิหร่านในการ “เปลี่ยนสนามรบให้กลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจระดับโลก”

อิหร่านใช้ “น้ำมัน” เป็นอาวุธ เขย่าตลาดโลกสกัดอำนาจทหารสหรัฐ

 

สงครามไม่สมดุล: จุดอ่อนทหาร แต่สร้างแรงกดดันเศรษฐกิจ

 

Ali Vaez ผู้อำนวยการโครงการอิหร่านของ International Crisis Group ระบุว่า อิหร่านตระหนักดีว่าตนไม่สามารถเอาชนะสหรัฐและอิสราเอลได้ในการเผชิญหน้าทางทหารโดยตรง

เขากล่าวว่า แผนของเตหะรานคือการขยายความขัดแย้งให้ยืดเยื้อทั้งในมิติ เวลาและพื้นที่

“หากอิหร่านสามารถจับเศรษฐกิจโลกเป็นตัวประกันได้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อาจเป็นฝ่ายยอมถอยก่อน”

 

 

แผน IRGC เปิดใช้หลังผู้นำสูงสุดถูกสังหาร

 

แหล่งข่าวระบุว่า แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวถูกพัฒนาโดย กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) มานานหลายปี เพื่อรับมือกับความเป็นไปได้ของสงครามกับสหรัฐและอิสราเอล

แผนนี้ถูกเปิดใช้อย่างเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังจาก Ayatollah Ali Khamenei ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตในวันแรกของการสู้รบ

 

วัตถุประสงค์หลักคือการรักษาระบบการปกครองของอิหร่านที่ดำเนินมานานกว่า 47 ปี ภายใต้ผู้นำศาสนาอิสลามสายต่อต้านตะวันตก

อิหร่านใช้ “น้ำมัน” เป็นอาวุธ เขย่าตลาดโลกสกัดอำนาจทหารสหรัฐ

 

กลยุทธ์ “โจมตีเล็ก ผลกระทบใหญ่”

 

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงจาก The Washington Institute, Michael Eisenstadt ระบุว่า ยุทธศาสตร์ของอิหร่านคือรูปแบบของ สงครามไม่สมมาตร (asymmetric warfare)

โดยใช้การโจมตีจำนวนไม่มาก แต่สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจมหาศาล เช่น

-การโจมตีด้วยโดรน

-การยิงขีปนาวุธต้นทุนต่ำ

-การคุกคามเส้นทางเดินเรือในอ่าวเปอร์เซีย

การโจมตีเหล่านี้มุ่งเป้าไปยังฐานทัพและผลประโยชน์ของสหรัฐในภูมิภาค พร้อมกับสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อรัฐบาลวอชิงตัน

 

สหรัฐถูกวิจารณ์ประเมินสถานการณ์ผิด

 

Vaez ยังวิจารณ์ว่าสหรัฐเข้าสู่สงครามครั้งนี้ด้วยการประเมินสถานการณ์ที่ผิดพลาด

เขาระบุว่า วอชิงตันไม่คาดการณ์ถึง

-การโจมตีด้วยโดรนต่อประเทศอ่าวเปอร์เซีย

-การหยุดชะงักของเส้นทางเดินเรือ

-ความจำเป็นในการอพยพพลเมือง

ซึ่งสะท้อนถึงการไม่เรียนรู้บทเรียนจากบทบาทของโดรนในสงครามยุคใหม่

อิหร่านใช้ “น้ำมัน” เป็นอาวุธ เขย่าตลาดโลกสกัดอำนาจทหารสหรัฐ

เป้าหมายหลักของอิหร่าน: “อยู่รอด”

 

แม้สหรัฐจะมีศักยภาพในการทำให้อิหร่านอ่อนแอลงอย่างมาก แต่นักวิเคราะห์มองว่า การเอาชนะอิหร่านอย่างเด็ดขาดจำเป็นต้องใช้ การบุกภาคพื้นดินขนาดใหญ่ ซึ่งอาจต้องใช้ทหารมากถึง หนึ่งล้านนาย

 

สิ่งนี้ถือเป็นภาระที่สหรัฐไม่น่าจะยอมรับได้

 

Vaez ระบุว่า เป้าหมายระยะสั้นของอิหร่านคือ การอยู่รอดของรัฐ ส่วนเป้าหมายระยะยาวคือการพิสูจน์ว่า การกดดันผ่านกำลังทหาร เศรษฐกิจ หรือการโดดเดี่ยวทางการทูต ยังไม่สามารถบังคับให้อิหร่านยอมจำนนได้

 

ข่าวล่าสุด

ผู้ตรวจการแผ่นดินชง ศาลรธน. ชี้ขาดปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง