posttoday

ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน “ร้อนแรงอย่างมาก” ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2

10 มีนาคม 2569

FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้า (พ.ค.69) อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 จับตาแรงหนุนจากเงินทุนไหลเข้า การเมืองในประเทศ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

KEY

POINTS

  • ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (พ.ค. 69) อยู่ในเกณฑ์ "ร้อนแรงอย่างมาก" ที่ระดับ 181.16 ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2
  • ความเชื่อมั่นของนักลงทุนเกือบทุกกลุ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักลงทุนสถาบันในประเทศและนักลงทุนต่างชาติที่อยู่ในเกณฑ์ "ร้อนแรงอย่างมาก"
  • ปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นที่สำคัญที่สุดคือการไหลเข้าของเงินทุน ตามมาด้วยสถานการณ์การเมืองในประเทศ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ผลสำรวจในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 (สำรวจระหว่างวันที่ 20-28 กุมภาพันธ์ 2569) พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ในอีก 3 เดือนข้างหน้า (พฤษภาคม 2569) อยู่ที่ระดับ 181.16 ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 

ผลสำรวจ ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2569 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่าความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคล ปรับเพิ่ม 16.9% อยู่ที่ระดับ 151.56 อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” ส่วนกลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ปรับเพิ่ม 22.2% อยู่ที่ระดับ 183.33 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ ปรับเพิ่ม 53.4% อยู่ที่ระดับ 187.50 และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศทรงตัว อยู่ที่ระดับ 200.00 อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก”

ทั้งนี้ นักลงทุนมองว่า การไหลเข้าของเงินทุน เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมา คือ สถานการณ์การเมืองในประเทศ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ  

ในขณะที่ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ รองลงมาคือ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ และสงครามการค้า

ขณะเดียวกัน หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ ธนาคาร (BANK) ส่วนหมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดยานยนต์ (AUTO)

ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน “ร้อนแรงอย่างมาก” ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2

สำหรับ SET Index ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เคลื่อนไหวภายใต้แรงหนุนจาก สถานการณ์การเมืองภายในประเทศ โดยเฉพาะผลการเลือกตั้งและความคาดหวังต่อเสถียรภาพรัฐบาลใหม่ ควบคู่กับ กนง. มีมติลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เพื่อพยุงการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ส่งผลให้เงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาในตลาดทุนไทยเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีแรงกดดันจาก ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลางในช่วยปลายเดือน 

โดย SET Index ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ปิดที่ 1,528.26 ปรับขึ้น 15.29% จากเดือนก่อนหน้า ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ 59,748 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 54,596 ล้านบาท โดยตั้งแต่ต้นปีนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิรวมในตลาดหลักทรัพย์ฯ 58,905 ล้านบาท

ทางด้านปัจจัยต่างประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลกและความผันผวนของราคาพลังงานจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงความไม่แน่นอนทางการค้าระหว่างมหาอำนาจและนโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ล่าสุดปรับเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าจากทั่วโลกเป็น 15% เพื่อตอบโต้ประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้า แม้จะมีคำสั่งศาลสูงสุดสหรัฐฯ ที่มองว่าการเก็บภาษีดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ในส่วนของปัจจัยในประเทศ ปัจจัยด้านการเมืองและการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ ยังคงเป็นตัวแปรหลักที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะความชัดเจนของเสถียรภาพรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้ง ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุนสาธารณะ และความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ

ข่าวล่าสุด

กลุ่มคนขับแอปพลิเคชั่น ร้องสมาคมเช่าซื้อ ปลดล็อกจดทะเบียน รย.18