ดร.ณัฏฐ์ไล่บี้ปปช.เร่งฟ้อง44สส.ก้าวไกลเสนอแก้112ยันต้องจบ11มี.ค.69
ดร.ณัฏฐ์จี้ปปช.เร่งฟ้อง 44 อดีต สส.ก้าวไกลคดีจริยธรรมภายใน 11 มี.ค.นี้ ค้านขยายเวลาส่อเอื้อประโยชน์ระวังโดน ม.157 ชี้ศาลรับฟ้องต้องหยุดหน้าที่ทันที
KEY
POINTS
- เส้นตายการยื่นฟ้อง: ดร.ณัฏฐ์ จี้ ป.ป.ช. ต้องยื่นฟ้อง 44 อดีต สส. ต่อศาลฎีกาภายในวันที่ 11 มี.ค. 2569 ตามกรอบ 30 วัน ค้านการขยายเวลาที่ไม่มีกฎหมายรองรับและส่อผิด ม.157
- สถานะผู้ถูกกล่าวหา: ยันอดีต สส. ไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองเพราะเป็นคดีจริยธรรม หากศาลรับฟ้องต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที แม้จะมีการเตรียมยื่นคัดค้านจากฝั่งผู้ถูกกล่าวหาก็ตาม
- บทลงโทษทางการเมือง: คาดโอกาสรอดยากเนื่องจากมีบรรทัดฐานคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญผูกพันไว้แล้ว ส่อถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไปหรือประหารชีวิตทางการเมือง
ดร.ณัฏฐ์ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ออกมาให้ความเห็นทางกฎหมายเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ซึ่งจะครบกำหนดระยะเวลา 30 วัน ในวันที่ 11 มีนาคม 2569 นี้ หลังจากมีการชี้มูลไปเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ดร.ณัฏฐ์ ย้ำว่ามติชี้มูลมีผลผูกพันและเป็นที่สุด การที่เลขาธิการ ป.ป.ช. ระบุว่าอาจขอขยายเวลาการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาออกไปอีก 1-2 สัปดาห์นั้น ถือว่าไม่มีกฎหมายรองรับ เนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (พ.ร.ป.ป.ป.ช.) ไม่ได้ให้อำนาจขยายเวลาตามอำเภอใจ
หากร่างฟ้องเสร็จแล้วแต่ไม่ยื่นตามกำหนดอาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 หรือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ผู้ถูกกล่าวหาเสียเอง ซึ่งการอ้างตรวจสอบคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่เหตุผลที่ฟังขึ้นเพราะต้องใช้เป็นฐานในการร่างฟ้องแต่แรกอยู่แล้ว
ชี้ชัดไร้เอกสิทธิ์สสคุ้มครองสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่
ในส่วนของข้อกังวลเรื่องเอกสิทธิ์คุ้มครอง สส. พรรคประชาชน ดร.ณัฏฐ์ ยืนยันชัดเจนว่าไม่สามารถนำมาใช้คุ้มครองได้ เนื่องจากกรณีนี้เป็นคดีจริยธรรม ไม่ใช่คดีอาญาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 ทั้งนี้ เมื่อ ป.ป.ช. ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาและศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้อง ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีตามแนวทางปฏิบัติของ พ.ร.ป.ป.ป.ช. แม้ทางฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาอย่าง นายวาโย อัศวรุ่งเรือง จะเตรียมยื่นคัดค้านการสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่พฤติการณ์ในคดีนี้เกี่ยวข้องกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้แล้วว่าเป็นพฤติการณ์เซาะกร่อนบ่อนทำลายระบอบการปกครอง ทำให้ข้อโต้แย้งมีน้ำหนักน้อยลงเมื่อพิจารณาตามข้อเท็จจริงและบรรทัดฐานทางกฎหมายที่มีผลผูกพันทุกองค์กร
ส่องอนาคต44อดีตสสส่อโดนประหารการเมืองเซ่นแก้112
สำหรับแนวโน้มของคดี ดร.ณัฏฐ์ วิเคราะห์ว่าโอกาสรอดพ้นความผิดของอดีต 44 สส. นั้นมีน้อยมาก เนื่องจากมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เสร็จเด็ดขาดและผูกพันทุกองค์กรเป็นบรรทัดฐานวางไว้แล้ว ข้อเท็จจริงในคดีค่อนข้างมัดตัวผู้ถูกกล่าวหาอย่างชัดเจน ส่งผลให้มีแนวโน้มสูงที่จะถูกลงโทษขั้นรุนแรงคือการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป หรือที่เรียกว่า "ประหารชีวิตทางการเมือง" ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 ซึ่งถือเป็นจุดสิ้นสุดเส้นทางการเมืองของผู้ที่ถูกชี้มูลความผิดในกรณีฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงจากการเสนอแก้ไขกฎหมายที่กระทบต่อความมั่นคงและระบอบการปกครองของประเทศตามที่ศาลได้มีคำวินิจฉัยไว้ก่อนหน้านี้.


