กระทิงแดงลดเหลือ 10 บาท กระทบ OSP-CBG จับตาสงครามราคาเครื่องดื่มชูกำลัง
จับตาสงครามราคาเครื่องดื่มชูกำลัง หลังกระทิงแดงลดจาก 12 บาท เหลือ 10 บาท กระทบ OSP เสี่ยงเสียส่วนแบ่งตลาด และท้าทายเป้ามาร์เก็ตแชร์ CBG ปี 69 โบรกฯ ชู ICHI หุ้นเด่น รับกำไรโตช่วงหน้าร้อนและปันผลสูง
KEY
POINTS
- กระทิงแดง Classic ปรับลดราคาขายจาก 12 บาท เหลือ 10 บาท ภายใต้แคมเปญ ปลุกพลังใจให้ ‘คนไทย’ ไปต่อ
- การลดราคาครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคู่แข่ง โดยเฉพาะ OSP (M-150) ที่ยังขายในราคา 12 บาท และสร้างความท้าทายให้ CBG (คาราบาว) ในการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด
- สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังรุนแรงขึ้น และอาจกดดันให้ผู้เล่นรายอื่นต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือ
การเคลื่อนไหวล่าสุดของกลุ่มธุรกิจ TCP ในการเปิดตัวแคมเปญ ปลุกพลังใจให้ ‘คนไทย’ ไปต่อ ไม่ได้เป็นเพียงแค่กิจกรรมทางการตลาดทั่วไป แต่ถือเป็นการประกาศสงครามราคาครั้งสำคัญที่ส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งอุตสาหกรรมเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศไทย
กลยุทธ์ “ถอยเพื่อรุก” การปรับราคาของกระทิงแดง
หัวใจสำคัญของแคมเปญนี้คือการที่ กระทิงแดง (Classic) ตัดสินใจปรับราคาขายลดลงจาก 12 บาท เหลือเพียง 10 บาททุกขวดทั่วประเทศ โดยยังคงรสชาติและคุณภาพเดิม กลยุทธ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าระดับราคา 10 บาท คือ “Price Point” ที่สำคัญที่สุดของตลาด ซึ่งผู้บริโภคมีความอ่อนไหวต่อราคาอย่างมีนัยสำคัญ การที่ผู้นำตลาดรายหนึ่งยอมลดราคาลงมาสู้ในระดับราคาหลักนี้ บ่งชี้ว่าภาวะการแข่งขันกำลังทวีความรุนแรงขึ้น และจะส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งการตลาดของผู้เล่นรายอื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แรงกดดันต่อยักษ์ใหญ่ OSP vs CBG
บล.เอเซีย พลัส วิเคราะห์ผลกระทบต่อผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด พบว่ามีความเสี่ยงที่แตกต่างกัน
OSP (โอสถสภา) เป็นผู้ที่มีความเสี่ยงจะได้รับผลกระทบสูงที่สุด เนื่องจากปัจจุบันสินค้าหลักอย่าง M-150 ฝาทอง ยังคงยืนราคาที่ 12 บาท ทำให้กลายเป็นผู้เล่นเพียงรายเดียวที่ตั้งราคาสินค้าหลักสูงกว่าคู่แข่งในตลาด สภาวะเช่นนี้เปิดช่องว่างให้คู่แข่งแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดไปได้ง่ายขึ้น แม้จะมีการส่งสินค้าในกลุ่ม 10 บาท (M-150 ฝาเหลือง) ลงมาเสริมทัพบ้างแล้วก็ตาม
CBG (คาราบาวกรุ๊ป) แม้ปัจจุบันจะขายในราคา 10 บาทอยู่แล้ว รวมทั้งการสร้างเครือข่ายกระจายสินค้าที่แข็งแกร่ง และการตลาดที่ประสบความสำเร็จ จนสามารถดึงส่วนแบ่งการตลาดขึ้นมาอยู่ที่ 28.2% ณ สิ้นปี 2568 แต่การที่กระทิงแดงลดราคาลงมาชนโดยตรง ทำให้เป้าหมายการขยับส่วนแบ่งการตลาดไปสู่ 32.0% ภายในปี 2569 ของ CBG กลายเป็นความท้าทายที่ยากขึ้นกว่าเดิม
มุมมองการลงทุน หลบภัยในหุ้นเครื่องดื่มกลุ่มอื่น
ท่ามกลางความผันผวนของกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลัง บล.เอเซีย พลัส ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มเครื่องดื่ม “เท่ากับตลาด”
อย่างไรก็ตาม ICHI (อิชิตัน) กลับโดดเด่นขึ้นมาในฐานะหุ้นแนะนำ (Top Pick) ของกลุ่ม ด้วยเหตุผลเชิงกลยุทธ์ 3 ประการ
1.แนวโน้มกำไร: คาดว่าจะเติบโตอย่างโดดเด่นในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยได้รับอานิสงส์จากสภาพอากาศที่คาดว่าจะร้อนกว่าปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อเครื่องดื่มประเภทให้ความสดชื่น
2.ความเสี่ยงต่ำ: มีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกน้อยกว่า ทั้งในแง่ของปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และการแข่งขันของอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม
3.ผลตอบแทนผู้ถือหุ้น: มีความน่าสนใจจากการคาดการณ์การจ่ายเงินปันผลที่สูงถึง 8.6% ในปี 2569 ซึ่งถือเป็นระดับที่จูงใจนักลงทุนอย่างมาก
สงครามราคาครั้งนี้เป็นเครื่องตอกย้ำว่า ในตลาดที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “ราคา” เป็นอันดับต้น ๆ การรักษาส่วนแบ่งการตลาดอาจต้องแลกมาด้วยการปรับลด Margin ของผู้ประกอบการ จับตาในปี 2569 อาจได้เห็น OSP และ CBG ปรับตัว เพื่อรับมือกับการรุกคืบของกระทิงแดงในครั้งนี้


