posttoday

TFG ตั้ง “เพชร นันทวิสัย” นั่งซีอีโอคนใหม่ ลุยแผนปี 69 วางเป้ารายได้นิวไฮ

19 กุมภาพันธ์ 2569

TFG แต่งตั้ง “เพชร นันทวิสัย” นั่งซีอีโอคนใหม่ เดินหน้าแผนปี 69 ชูธุรกิจค้าปลีก-เวียดนาม ตั้งเป้ารายได้เติบโตนิวไฮต่อเนื่อง หลังปี 68 กวาดกำไรสุทธิ 7,440.84 ล้านบาท พุ่ง 136.68% ออลไทม์ไฮ จ่ายปันผลอีก 0.30 บาท/หุ้น

KEY

POINTS

  • TFG มีมติแต่งตั้ง "นายเพชร นันทวิสัย" ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) คนใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. 2569
  • เดินหน้าแผนปี 2569 มุ่งเปลี่ยนธุรกิจสู่การขับเคลื่อนด้วยตลาด (Market Driven) โดยตั้งเป้าขยายสาขาร้านค้าปลีก Thai Foods Fresh Market เป็น 850 สาขา และขยายธุรกิจในเวียดนาม
  • วางเป้าหมายสร้างรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ (New High) ต่อเนื่องจากปี 2568 โดยตั้งงบลงทุน 4,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ

ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับ นายวินัย เตียวสมบูรณ์กิจ ในกรณีการใช้ข้อมูลภายในซื้อหุ้นของบริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG และใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ (TFG-W1) เมื่อปี 2559 เป็นค่าปรับและการชดใช้ผลประโยชน์รวม 1.12 พันล้านบาท

จากนั้น นายวินัย เตียวสมบูรณ์กิจ ได้แจ้งลาออกจากการดำรงตำแหน่งกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TFG มีผลนับตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค.2568

ล่าสุด TFG แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2569 มีมติอนุมัติแต่งตั้ง นายเพชร นันทวิสัย ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีผลตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.2569

นายเพชร นันทวิสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TFG เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินงานในปี 2569 ถือเป็นปีที่เห็นการเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการผลิต (Production Driven) ไปสู่การเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยตลาด (Market Driven) อย่างชัดเจน ผ่านการขยายช่องทางค้าปลีกของตนเอง ซึ่งช่วยให้บริษัทเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ลดความผันผวนของราคาเนื้อสัตว์ ทำให้ธุรกิจภาพรวมของกลุ่มไทยฟู้ดส์ มีความยั่งยืน
     
ในส่วนของธุรกิจค้าปลีก ผ่านร้าน Thai Foods Fresh Market ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโต (S-Curve) บริษัทตั้งเป้าขยายสาขาจาก 615 สาขาในปี 2568 เป็น 850 สาขาในปี 2569

สำหรับธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม ยังคงเป็น Growth Engine สำคัญ โดยในปี 2569 บริษัทจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงอาหารสัตว์ และขยายธุรกิจไก่ เพิ่มเติมจากธุรกิจสุกรที่มีอยู่แล้ว ซึ่งธุรกิจสุกรก็ยังมีการขยายฟาร์มเพิ่มด้วยเช่นกัน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2569 ส่งผลให้รายได้และต้นทุนการผลิตโดยรวมจะดีขึ้นตั้งแต่ในช่วงปี 2570
 
ส่วนแผนการลงทุน ตั้งงบประมาณไว้ที่ 4,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่ใช้สำหรับการขยายสาขาธุรกิจค้าปลีก การลงทุนในธุรกิจต้นน้ำ เพื่อสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานของร้านค้าปลีกของบริษัทเอง ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบในปี 2569 มีแนวโน้มลดลง ซึ่งได้ทำการล็อกราคาวัตถุดิบไว้แล้วประมาณ 60-70%

ด้านภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2568 มีรายได้รวม 73,358.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,277.04 ล้านบาท หรือ 11.01% และมีกำไรสุทธิ 7,440.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,297.03 ล้านบาท หรือ 136.68% ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) 

โดยได้รับปัจจัยหนุนจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นทุกกลุ่มธุรกิจไม่ว่าจะเป็นสุกรทั้งในและต่างประเทศ ไก่ อาหารสัตว์ รวมถึงธุรกิจค้าปลีก ผ่าน Thai Foods Fresh Market ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค ทั้งนี้ รายได้รวมดังกล่าวมาจากธุรกิจร้านค้าปลีกราว 37.34% , ธุรกิจไก่ 27.23%, ธุรกิจสุกร 19.27% และธุรกิจอาหารสัตว์ 14.85% ตามลำดับ

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายปันผลจากผลประกอบการของปี 2568 เป็นเงินสดในอัตรา 0.30 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 4 มี.ค.2569 กำหนดจ่ายวันที่ 24 เม.ย.2569 ซึ่งหากรวมการจ่ายปันผลระหว่างกาลในรอบปีนี้ทั้งหมด เท่ากับ 0.70 บาท/หุ้น (มีการจ่ายปันผลระหว่างกาลจำนวน 3 ครั้ง) 

ข่าวล่าสุด

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด เวสต์แฮม พบ ลีดส์ ฟุตบอลเอฟเอคัพ วันนี้ 5 เม.ย.69